• GEN Facebook
    Facebook Pagelike Widget

ROBERTO FIRMINO กองหน้าจิตอาสาของลิเวอร์พูล

 

ฮิตเลอร์ผู้นำหนวดจิ๋ม เคยให้คำนิยามคนพวกหนึ่งในกองทัพของเขาเอาไว้ว่า พวกที่น่ากลัวที่สุดนั่นคือ “ พวกโง่แต่ขยัน ” เพราะคนพวกนี้มักมองไม่เห็นอันตรายจากการกระทำของตน

แต่มองที่ “ปริมาณสำคัญกว่าคุณภาพ” จึงสักแต่ทำแบบไม่คิด และสิ่งที่ฮิตเลอร์ตอบสนองกับคนกลุ่มนี้ก็คือ เอาไปฆ่าทิ้งซะ

เมื่อมี “คนโง่แต่ขยัน” ก็ต้องมีคนที่โคตรจะเพอร์เฟ็คท์อย่าง “ฉลาดและขยัน” รวมอยู่ด้วยเช่นกัน ซึ่งมันก็คงมีทุกๆวงการ รวมถึงในโลกลูกหนังด้วยเหมือนกัน

ตัวอย่างเช่น นักเตะที่ “ฉลาดและขยัน” อย่าง โรเบอร์โต้ เฟอร์มิโน หรือที่เพื่อนร่วมทีมเรียกกันว่า บ๊อบบี้ เจ้าของเสื้อหมายเลข 9 ในบทบาท “กองหน้าจำเป็น” ของหงส์แดงลิเวอร์พูล

เฟอร์มิโน เข้าสู่วงการลูกหนังอาชีพในวัยเพียง 18 ปี โดยเริ่มจากทีมอย่าง ฟิกูร์เรนเซ่ ในลีกบราซิลบ้านเกิด ตั้งแต่ปี 2009 ลงเล่นไป 2 ฤดูกาล และทำได้เพียง 8 ประตู

ก่อนจะมีแมวมองเสนอสัญญาย้ายข้ามโลกมาอยู่ในเยอรมัน เฟอร์มิโน ไม่ปฎิเสธความท้าทายในครั้งนี้ จรดปากกาเซ็นกับ ฮอฟเฟนไฮม์ ในศึกบุนเดสลีก้า ด้วยค่าตัว 4 ล้านยูโร

แรกๆที่เข้ามาร่วมทีม มีคำถามเกิดขึ้นมากมาย ว่าเจ้าหนูจากแดนแซมบ้าผู้นี้ มีดีอะไร ที่ทีมเล็กๆ อย่าง ฮอฟเฟนไฮม์ ต้องยอมควักเงินที่ไม่ได้มีมากมายนักดึงมาร่วมทีม

ฤดูกาลแรกของเฟอร์มิโน ไม่สวยงามสักเท่าไหร่ เมื่อโอกาสลงสนามมีน้อยเกินไป เขาได้ลงเล่นในฐานะตัวจริงเพียง 5 เกม ใช้เวลาอยุ่ในสนามเพียง 468 นาที แต่ถ้าเทียบกับ จำนวนประตูที่กดไปถึง 3 ประตู ก็ต้องถือว่าไอ้หนูคนนี้ เอาเรื่องอยู่เหมือนกัน

แล้วชะตาก็พลิกชีวิตค้าแข้งของเฟอร์มีโนให้สั่นสะเทือนอีกครั้ง เมื่อในปี 2015 นายใหญ่ของลิเวอร์พูลในตอนนั้นอย่าง แบรนดอน ร็อดเจอร์ส ตัดสินใจ ส่งเทียบเชิญไอ้หนุ่มจากแดนแชมบ้า ให้มาวาดลวดลายเพลงแข้งบนเกาะอังกฤษ

ด้วยสนนราคาค่าตัวกว่า 41 ล้านยูโร หลังจากส่งแมวมองไปซุ่มดูฟอร์มอยู่นานสองนาน ปิดฉากการค้าแข้งกับ ฮอฟเฟนไฮม์ ลงไว้ที่ 5 ฤดูกาล 10,965 นาที ซัดทุกถ้วยรวม 49 ประตู

เฟอร์มีโน่ เข้ามาในฐานะผู้เล่นตัวรุกของหงส์แดงลิเวอร์พูล ในยามที่หงส์กำลังขาดกำลังสำรอง ตัวพลิกเกมส์ ในช่วงที่มิดฟิล์พลังไดนาโม อย่างเจอร์ราร์ด และ กองหน้ามหากาฬอย่าง ซัวเรส ลาจากทีมไป

ไม่รู้เป็นเพราะตอนที่ร็อดเจอร์ส ซื้อเขามาแล้วลืมหยิบคู่มือมาด้วยกระมัง พอได้โอกาสลงเล่นก็ติดๆขัดๆ หาตำแหน่งที่เหมาะจริงๆ ยังไม่ได้ หน้าต่ำก็ไม่เวิร์ค หน้าเป้าก็ยังไม่ดี ตามสปีดเกมที่เร็วแบบบอลอังกฤษยังไม่ทัน

ฟ้าใหม่ที่แอนฟิลด์ของเฟอร์มิโน่ ไม่ได้ดูสดใสเท่าไรนัก หรือนี่มันคือการซื้อที่ล้มเหลวอีกครั้ง หรือเพราะอาถรรพ์นักเตะบราซิล ซึ่งแต่ละคนก่อนหน้านี้ ที่เคยได้สวมเสื้อชุดแดงเพลิงลงสนาม ไม่มีใครที่เค้นฟอร์มเป็นชิ้นเป็นอันให้น่าจดจำได้สักคน ถ้าไม่นับ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่

จึงเกิดเป็น เควสชั่น มาร์ค ตัวเบิ้มที่คาใจเหล่าเดอะค็อปทั่วโลกไม่น้อย ผลงานของหงส์แดง ค่อยๆหล่นฮวบแบบน่าใจหาย อันดับเริ่มดิ่งลงเรื่อยๆ และเมื่อฟางเส้นสุดท้ายของร็อดเจอร์สขาดลง บอร์ดบริหารของทีมจึงตัดสินใจผ่าทางตันโดยการขอแยกทาง

การมาถึงของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ยอดผู้จัดการที่เหล่าสาวกหงส์ทั่วโลกรอคอย ส่งผลถึงความมั่นใจในการการันตีตัวจริงของ เฟอร์มิโน่ไม่น้อย แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา เขายังคงมุ่งมั่น ฝึกซ้อมอย่างหนักต่อไป แม้ไม่อาจรู้เลยว่า เขาจะเป็น 1 ตัวเลือก ที่อยู่ในสายตานายคนใหม่หรือไม่ ?

คล็อปป์เข้ามาวางระบบการเล่นของทีมใหม่ ที่เรียกว่า “เกเก้นเพรสซิ่ง” ที่ทีมต้องอาศัยความฟิตและพละกำลังของผู้เล่นอย่างมาก ต้องวิ่ง ไล่บี้บด กดดัน ฝ่ายตรงข้ามแบบไม่ลดละ

การฝึกซ้อมต้องโหดและหนักกว่าเดิม แน่นอนไม่ใช่ปัญหาของเฟอร์มิโน่ แม้แต่น้อย และเหมือนระบบที่นายใหม่วางมานี้ จะเป็นคู่มือปลดล็อคการใช้งานสกิลเทพของเฟอร์มิโน เล่มเดียวกันกับที่ ร็อดเจอร์ส ลืมเอามาด้วยตอนซื้อ

เมื่อยิ่งเล่น ยิ่งดีขึ้น ทำให้ฤดูกาลแรกของเขาในปี 2015/2016 ภายใต้ระบบใหม่ของนายใหม่ เขาได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงกับลิเวอร์พูลรวมทุกแมทช์ไปกว่า 40 นัด และตอบแทนแฟนๆ ไป 11 ประตู รวมทุกรายการ ถือเป็นการซื้อใจเดอะค็อปทั่วโลกได้พอสมควร

ความขยันของเฟอร์มิโน่ ไม่ได้ฉายออกมาแค่ในเมลล์วู้ด สนามซ้อมเพียงเท่านั้น เพราะเมื่อเขาลงสนามเป็นตัวจริงให้ลิเวอร์พูล สิ่งที่เราจะเห็นได้จากทัศนคติของนักบอลผู้นี้คือความทุ่มเท วิ่งและวิ่งและวิ่งและวิ่ง

เคยมีคนพูดเล่นๆเอาไว้ว่า ในสนาม 90 นาทีของลิเวอร์พูล หากนับสถิติ นักบอลที่จะถูกตัดภาพออกจอมากที่สุด ก็เห็นจะเป็นเฟอร์มิโนนี่แหละ นั่นแปลว่า เขาไม่ได้ทำหน้าที่เป็นแค่กองหน้าที่รอบอลมาถึงเท้า หรือรอเพื่อนประเคนถวายใส่พานมาให้เท่านั้น เขาช่วยให้ทีมเล่นบอลได้ง่ายขึ้น

สถิติในฤดูกาลนี้ชี้ว่า เขาคือกองหน้าที่เข้าสกัดบอลจากคู่แข่งสำเร็จ มากกว่ากองหลังของทีมใหญ่บางทีมเสียอีก ช่วยแบ่งเบาภาระแผงหลังของทีมได้มากโข และเมื่อลูกบอลอยู่ภายใต้การควบคุมของเขาในเกมบุก ก็ยากที่ใครจะแย่งเอามาครองได้

ทักษะในการเอาตัวรอดจากคู่แข่งของเขามีสูงมาก ระหว่างนั้นสายตาของเขาจะคอยสอดส่าย หาตำแหน่งที่ได้เปรียบของเพื่อน เพื่อส่งต่อให้ไปจบที่การทำประตู ไม่หวงบอลหากเห็นคนที่มีโอกาสมากกว่า และในจังหวะที่จำเป็นต้องยิงเอง แม้โอกาสเพียงน้อยนิด เค้าก็มักเปลี่ยนให้มันเป็นประตูได้ในเสี้ยววินาที

อย่างในนัดที่ต้องตัดสินชี้เป็นชี้ตาย ในศึก UCL รอบ 8 ทีมสุดท้าย เมื่อต้องเจอกับ ว่าที่แชมป์พรีเมียร์ลีกและทีมเต็งจ๋า ในถ้วย UCL อย่างแมนเชสเตอร์ซิตี้ ในช่วงครึ่งหลังของเลกที่สอง

ขณะที่แมนซิตี้ขึ้นนำลิเวอร์พูลอยู่ 1-0 โจทย์เดียวที่จะทำให้เรือใบสีฟ้าผ่านเข้ารอบต่อไปได้ คือต้องยิงให้ได้อีก 2 ลูกเป็นอย่างน้อย เพราะสกอร์รวมยังเป็นรอง ทำให้ต้องเดินหน้าบุกแหลก ผู้เล่นซิตี้ ต่อบอลกันในแดนลิเวอร์พูลอย่างบ้าคลั่ง จากซ้ายไปขวา พยายามบุกเจาะทุกทิศทุกทาง

ในขณะที่ เควิน เดอ บรอยน์ กองกลางจอมทัพอัจฉริยะของซิตี้ กำลังวิ่งปรี่เข้าหากรอบเขตโทษ กลับเป็นลิเวอร์พูลที่เผลอเปิดพื้นที่เอาไว้ ทำให้เขาเลี้ยงบอลลากกินแดนเข้ามาอย่างง่ายดาย รอบกายเหมือนจะไม่มีใครเข้าสกัดได้ทันซักคน

ทันใดนั้น นักเตะกองหน้าอย่างเฟอร์มิโน่นี่แหละ ที่วิ่งซอยเท้ามาจากด้านหลัง กว่า 50 หลา ไล่กวด ไล่บี้ เดอบรอยน์ จนเสียการครองบอล สิ้นสุดปลายทางไว้แค่พื้นที่ตรงนั้น ซึ่งนั่นไม่ใช่วิสัยที่ผู้เล่นในแนวรุกของทีมอื่นจะทำกัน และเป็นอีกครั้งที่เหล่าเดอะค็อปทั่วโลกได้เห็นการ ช่วยเหลือทีม และเพื่อนร่วมทีมในยามคับขัน

นั่นคือจุดเริ่มต้น และที่มาของการต่อบอลกว่า 20 ครั้ง นำพาประตูตีเสมอให้ลิเวอร์พูล และแสงสว่างปลายอุโมงค์ของเหล่าแฟนๆ เจ้าถิ่นในสนามหลายหมื่นคนแทบดับลง

ไม่กี่นาทีต่อมา ก็เป็นเค้าอีกนั่นแหละ ที่ตามวิ่งกดดันและแย่งบอลจาก โอตาเมนดี้ กองหลังโคตรทีมอย่างซิตี้ ไปแบบต่อหน้าต่อตา แล้วลากเข้าไปยิงเองแบบคมกริบและเลือดเย็น หย่อนระเบิดลูกใหญ่ใส่เรือใบสีฟ้าให้ล่มลงที่ปากอ่าว ก่อนจมลงก้นมหาสมุทรในทันที

และนั่นคือน้ำใจของเฟอร์มิโน ที่มีส่วนช่วยส่งให้แฟนแมนซิ ได้กลับบ้านก่อนเกมจบ เลี่ยงปัญหาความวุ่นวาย และการจราจรที่อาจจะติดขัดหน้าสนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม อีกทางหนึ่ง

นอกจากความทุ่มเทของเขา ที่ทุกคนรู้กันดี พฤติกรรมในสนามและนอกสนาม ก็ถือเป็นสุภาพบุรุษลูกหนังคนนึงก็ว่าได้ เขาช่วยให้ผู้จัดการทีม ไม่ต้องหนักอกหนักใจยามต้องตกไปเป็นตัวสำรอง

เป็นนักเตะที่มีวินัย ดูแลสภาพร่างกายของตัวเองได้ดี ซึ่งทำให้เขามีปัญหาการบาดเจ็บน้อยมาก เพื่อช่วยให้หมอ และทีมแพทย์ของลิเวอร์พูล ได้มีเวลาไปดูแลรักษา สเตอริดจ์ กับ ลัลลานา เพื่อนร่วมทีมที่เจ็บบ่อยๆ ได้อย่างเต็มที่

ตลอดชีวิตค้าแข้งของเขาตั้งแต่อายุเกือบ 19 ปี เขาไม่เคยโดนใบแดงเลยแม้แต่ใบเดียว และสามฤดูกาลกับลิเวอร์พูล โดนใบเหลืองเพียงแค่ 7 ใบ ซึ่งไม่กี่ใบในนั้น มาจากการถอดเสื้อดีใจเมื่อยิงประตู เขาช่วยให้แฟนบอลหงส์แดงทั่วโลก มีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ จากท่าแสดงความดีใจสุดครีเอทหลังยิงประตูได้

จากนักเตะ ที่แม้แต่กุนซืออคาเดมีของลิเวอร์พูลเอง ยังอดตั้งคำถามไม่ได้ว่าจะไหวเหรอ ? กลายมาเป็น นักเตะสำคัญที่เชื่อว่าผู้จัดการทีมคนไหนในโลก ก็อยากมีลูกน้องแบบนี้ในทีม

ต้นฤดูกาลก่อน ตอนเริ่มฉายแววโหด คล็อปป์ยังบอกว่า “เฟอร์มิโน่ยังไม่รู้ตัวหรอกว่าเขาเอง…เก่งแค่ไหน” ไม่น่าแปลกใจเลยที่ทุกวันนี้ เขากลายเป็นนักเตะตัวจริงอันดับต้นๆ ในทีมอย่างไม่ต้องสงสัย

เฟอร์มิโน “กองหน้าจิตอาสา” ขวัญใจคนใหม่ของเหล่าเดอะค็อป ผู้ทุ่มเทให้กับทีม แบบไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

เรื่อง  [email protected] !!!
Illustration by Aonnta B.