• GEN Facebook
    Facebook Pagelike Widget

ซอยนี้ ถนนนั้น ชื่อท่านได้…แต่ใดมา

เพราะทุกชื่อล้วนมีที่มา ถนน หรือ ซอย ก็เช่นกัน  เจอทั้งชื่อที่เพราะ และชื่อที่แปลก เคยสงสัยกันมั้ยว่า ที่มาของชื่อเหล่านี้ เอามาจากไหน อะไรกันบ้าง

 

เคยมีคนหาข้อมูลเกี่ยวกับที่มาที่ไปของชื่อถนนและซอย แบ่งออกได้เป็นประมาณ 7 ประเภท คร่าวๆ

  • มาจากสถานที่หรือสภาพแวดล้อม
  • มาจากชื่อ นามสกุล หรือราชทินนาม
  • มาจากความเชื่อ และค่านิยมเรื่องความเป็นสิริมงคล
  • มาจากเหตุการณ์สำคัญ
  • มาจากอาชีพของคนในชุมชนที่ถนนตัดผ่าน
  • มาจากสิ่งของเครื่องใช้
  • มาจากชาติพันธุ์ของคนในชุมชน

 

ถนนที่เราคุ้นเคยกันดีอย่าง สะพานควาย ก็มีที่มาจาก ย่านธุรกิจการเกษตรชานเมืองในอดีต แต่ไหนแต่ไรมาชาวนาใช้ควายเป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพ นายฮ้อย (ผู้ที่เป็นหัวหน้าในการค้าขาย)  และชาวนา จึงเป็นของคู่กันโดยปริยาย พอเข้าฤดูว่างนา นายฮ้อยจากดินแดนอีสาน ก็ต้อนพาควายเข้ากรุงมาขายชาวนา ซึ่งการข้ามจากถนนประดิพัทธ์ไปพหลโยธินมีความลำบากมาก เพราะมีคูส่งน้ำคลองบางซื่อคั่นอยู่ เพื่อทำให้การเดินทางสะดวกสบายขึ้น จึงได้ทำสะพานไม้พาดให้ควายข้ามไปมา ต่อมาสะพานไม้เปลี่ยนเป็นคอนกรีตถาวร แต่ยังคงเรียกสถานที่แห่งนั้นว่า สะพานควาย มาจนถึงทุกวันนี้

 

ถนนชื่อฝรั่งหนึ่งเดียวของกรุงเทพ อย่าง อังรีดูนังต์ ก็ได้ชื่อนี้มาจาก  อ็องรี ดูว์น็อง นักสังคมสังเคราะห์ชาวสวิส เจ้าของรางวัล Nobel Peace Prize ในปี 1901  ผู้ก่อตั้งกาชาดสากล  ปี พ.ศ. 2508 เป็นปีที่กาชาดสากลครบรอบ 100 ปี จึงมีการเปลี่ยนชื่อจาก ถนนสนามม้า เดิม ที่อยู่ติดกับสภากาชาดไทยด้านถนนพระราม 4  มาเป็น อังรีดูนังต์   เพื่อเป็นการระลึกถึงผู้ก่อตั้งเสียเลย  ส่วนชื่อเดิมที่เรียกว่า ถนนสนามม้า ก็เพราะตัดผ่าน สนามม้าปทุมวัน  หรือ ราชกรีฑาสโมสร ในปัจจุบัน

 

มาถึงถนนสุดฮิตในช่วงเทศกาลสงกรานต์อย่าง ถนนข้าวสาร กันบ้าง  ถนนนี้ถูกสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ราว ปี พ.ศ. 2435  ย่านนี้เป็นย่านเก่าแก่ตั้งแต่ สมัยรัชกาลที่ 6 เป็นแหล่งขายข้าวสารขนาดใหญ่สุดของพระนครเลยก็ว่าได้ ข้าวสารจำนวนมากจากทุกสารทิศ จะถูกขนส่งมาจากฉางข้าวหลวง หรือบริเวณคลองหลอดในปัจจุบัน  เขยิบไปอีกนิดจะเจอถนน ใกล้ทางเชื่อมคลองจากแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งถนนเส้นนั้น มีดัชนีการขายข้าวสารกันแน่นสะพัด แล้วไม่นานก็ได้ชื่อ ตรอกข้าวสาร เพราะความเล็กของซอยนั่นเอง

 

ชื่อถนนที่มาจากสิ่งของเครื่องใช้ก็มีให้ได้เห็น ตัวอย่างเช่น ถนนเขียวไข่กา  ก็ได้มาจากรัชกาลที่ 5 ทรงพระราชทานนามให้ จากชื่อเครื่องถ้วยจีนเคลือบสีเขียวหม่น คล้ายกับหยก ซึ่งตรงกันกับ พจนานุกรมราชบัณฑิตยสถานให้ความหมายของ “เขียวไข่กา” นี้ว่า คือชื่อชามสมัยก่อน ก้นสอบ ปากผาย สีเขียวครามปนอ่อน

 

ยังมีถนนที่บางเส้นในกรุงเทพฯ ที่ได้ชื่อมาจากอาชีพของคนละแวกนั้นแต่เก่าก่อน ตัวอย่างเช่น “ถนนดินสอ” ซึ่งตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์  แถวๆ โบสถ์พราหมณ์ บริเวณเสาชิงช้า แต่เดิมเรียกว่า ย่านบ้านดินสอ  เพราะคนส่วนใหญ่ทำดินสอขายกันเยอะ เกิดมีทางเดินเล็กๆภายในชุมชนบ้านดินสอ เลยเปลี่ยนชื่อเรียกในเวลาต่อมาว่า ตรอกดินสอ จนรัชกาลที่ 5  ทรงโปรดให้บ้านเมืองพัฒนา มีการตัดถนนให้เป็นระเบียบ และโปรดให้ขยายพื้นที่ของ ตรอกดินสอ เดิมให้ใหญ่ขึ้น จึงเป็นที่มาของ ถนนดินสอ ในเวลาต่อมา

 

ซอยทองหล่อ ไม่ได้มีที่มาจากหนุ่มหล่อๆ หรือร้านหล่อทอง ทำทอง อะไรที่ไหน เพราะสมัยก่อนซอยนี้ก็เป็นทุ่งนา หล่อที่สุดก็เห็นจะเป็น วัว ควาย  ชื่อทองหล่อนี้ได้มาจากชื่อ ร.ท. ทองหล่อ ขำหิรัญ ก่อน ที่ท่านจะเปลี่ยนชื่อมาเป็น  พลเรือโท ทหาร ขำหิรัญ อดีตสมาชิกคณะราษฎร์ ผู้เปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ พ.ศ. 2475  นั่นแหละ

 

ซอย มาดีไปดี หรือ ซอยสุขุมวิท 53 ชื่อเพราะขนาดนี้ คนเก่าคนแก่ละแวกนั้นเล่าว่า ที่มาก็มาจาก ความที่ถนนเส้นเล็กๆสายนี้ ไม่มีขโมย ไม่มีอาชญากรรม ไม่มีความวุ่นวาย คนแถวนี้อยู่กันได้อย่างสบายใจ ปลอดภัย แต่ก็อาจเป็นเพราะซอยนี้ครั้งหนึ่งเคยเป็นบ้านพักของอดีตอธิบดีกรมตำรวจท่านหนึ่ง เลยไม่ค่อยมีใครกล้าเข้ามายุ่งก็เป็นได้ พอนานไปคนเรียกสลับกลับไปมา กลายเป็นซอย ไปดีมาดี  ชื่อซอยเดียวกันมีอยู่ที่ ขอนแก่น โน้นอีกแห่งหนึ่ง

 

หรืออย่างชื่อซอย ศาลาแดง ก็มาจาก ศาลารอรถไฟ ที่มีหลังคาเป็นสีแดงอยู่กลางทุ่งในสมัยก่อน ส่วนที่มาที่ไปของสถานีรถไฟแห่งนี้ ก็คือ ในปี พ.ศ. 2463 มีชาวเดนมาร์ก ได้มาขอพระราชทานสัมปทานจากรัชกาลที่ 5 สร้างทางรถไฟสายสมุทรปราการ หรือที่เรียกว่าสายปากน้ำ   ซึ่งแต่เดิมพื้นที่แห่งนี้เป็นแค่เพียงทุ่งนา  ที่เรียกกันติดปากว่า ทุ่งศาลาแดง ซึ่งถือเป็นแหล่งปลูกข้าวที่สำคัญแห่งหนึ่งในกรุงเทพสมัยนั้น

เขียน  [email protected] !!!
Illustration by Navy Blue