• GEN Facebook
    Facebook Pagelike Widget

จอร์จ โซรอส กลับมาอีกครั้ง เรียกร้องทำประชามติรอบสอง การแยกตัวของอังกฤษจากสหภาพยุโรป (Brexit)

มหาเศรษฐีและนักเก็งกำไรค่าเงินชาวอเมริกัน-ฮังกาเรียน จอร์จ โซรอส (George Soros) ได้เริ่มกลับมาขยับตัวในเวทีการเมืองระหว่างประเทศอีกครั้ง
โดยครั้งล่าสุดนี้ โซรอสได้เปิดเผยเจตจำนงอันชัดเจนที่จะเข้าไปก้าวก่ายการเมืองของสหราชอาณาจักร หรือ (ที่คนไทยเรียกติดปากว่า) ประเทศอังกฤษ

หลังจากที่เขาประกาศว่าจะผลักดันให้มีการจัดการลงประชามติตัดสินใจเรื่องการแยกตัวของสหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรปหรือ “Brexit” อีกครั้งภายในหนึ่งปีข้างหน้า
และการลงประชามติควรสรุปด้วยการ “ไม่แยกตัว”

ที่มาของการขอแยกตัวของสหราชอาณาจักร (Brexit)

การลงประชามติแยกตัวของสหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรปหรือ Brexit เกิดจากการถกเถียงเรื่องข้อดี-ข้อเสียของการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ซึ่งมีฝ่ายที่ยกประเด็นปัญหาของการรวมตัวกับสหภาพยุโรปออกมาหลายประการ

เช่นการที่กฎหมายของประเทศสมาชิกจะต้องคำนึงถึงข้อตกลงร่วมของรัฐสภาแห่งสหภาพยุโรป ทำให้การตัดสินใจแก้ปัญหาของแต่ละประเทศทำได้ไม่สะดวก

หรือการที่สหภาพยุโรปนำเงินจากชาติสมาชิกที่ร่ำรวยไปอุดหนุนประเทศสมาชิกที่มีปัญหาทางเศรษฐกิจ เพื่อรักษาเสถียรภาพของค่าเงินหรือระบบการคลังของสหภาพฯให้คงอยู่ได้
ทำให้ผู้คนในประเทศร่ำรวยกว่ามองว่าทำไมต้องนำเงินของตนเองไปอุ้มชาติอื่นที่มีปัญหาในสหภาพยุโรปด้วย (โดยเฉพาะอังกฤษที่ใช้ค่าเงินคนละสกุลกับสหภาพยุโรปอยู่แล้ว)

นอกจากนี้ยังเกิดปัญหาเรื่องเงินทุนที่เข้าออกประเทศต่างๆได้อย่างอิสระเสรี ซึ่งทำให้พวกนักเก็งกำไรค่าเงินในตลาดหุ้น-ตลาดทุน (ซึ่งโซรอสก็เป็นหนึ่งในนั้น) ชอบใจกันมาก

รวมถึงปัญหาเรื่องแรงงานและผู้อพยพจากประเทศต่างๆในสหภาพยุโรป ที่สามารถอพยพไปทำงานได้อย่างเสรี
ซึ่งโดยมากมักจะเป็นผู้อพยพหรือแรงงานจากประเทศที่ยากจนกว่าอพยพไปยังประเทศร่ำรวยกว่า

จนเกินความต้องการของตลาดแรงงานและกลายเป็นปัญหาสังคมที่ตามมา เนื่องจากประเทศร่ำรวยในสหภาพยุโรปต้องมาโอบอุ้มคนเหล่านั้นด้วยสวัสดิการในรัฐของตนเองเป็นต้น

ปัญหาต่างๆถูกหยิบยกมาพูดถึงในวงการเมืองของสหราชอาณาจักรบ่อยครั้ง จนนายเดวิด คาเมรอน (David Cameron) นายกรัฐมนตรีได้สัญญาว่าจะนำเรื่องนี้มาทำเป็นประชามติเพื่อหาข้อตกลงว่าทางสหราชอาณาจักร/อังกฤษ จะอยู่กับสหภาพยุโรปต่อหรือจะแยกตัวออกมาเป็นอิสระ

ผลของการลงประชามติและการยื่นคัดค้านของกลุ่มสนับสนุนสหภาพยุโรปที่โซรอสสนับสนุน

โดยการลงประชามติเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ค.ศ. 2016 ผลออกมาว่า

ชาวอังกฤษ/สหราชอาณาจักร ต้องการแยกตัวออกจากสหภาพยุโรปเป็นจำนวน 51.89% (17.41 ล้านคน)
และต้องการอยู่เป็นสมาชิกสหภาพยุโรปต่อ 48.11% (16.14 ล้านคน)

และรัฐบาลเวลานั้นได้ยื่นแสดงความจำนงตามมาตรา 50 ของข้อตกลงลิสบอน ว่าด้วยการถอนตัวจากสมาชิกภาพของประเทศสมาชิกในสหภาพยุโรป

หลังจากการลงประชามติและยื่นแถลงความจำนง นางจีนา มิลเลอร์ (Gina Miller) ผู้ก่อตั้งกลุ่ม Best for Britain ซึ่งได้รับเงินทุนสนับสนุนจากมูลนิธิ Open Society Foundations ของโซรอส

ได้ออกมายื่นเรื่องต่อศาลสูง (The High Court of Justice) ของอังกฤษ ให้ยกเลิกกระบวนการ Brexit โดยระบุข้อหาว่ารัฐบาลทำประชามติโดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาเสียก่อนที่จะประกาศมาตรา 50 ของข้อตกลงลิสบอน

ซึ่งศาลสูงตัดสินให้การคัดค้านของนางมิลเลอร์ชนะคดี ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2016
ต่อมารัฐบาลจึงได้ยื่นเรื่องไปยังศาลฎีกาสูงสุดแห่งสหราชอาณาจักร (The Supreme Court of The United Kingdom) ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2016

สุดท้ายคดีถูกตัดสินออกมาวันที่ 24 มกราคม ค.ศ. 2017 ว่ารัฐบาลบกพร่องจริงตามที่นางมิลเลอร์ยื่นฟ้อง
รัฐบาลในการนำของนางเทเรซา เมย์ จึงได้ออกกฎหมายเพื่อให้อำนาจนายกรัฐมนตรีดำเนินการขอแยกตัวจากสหภาพยุโรปได้อย่างชอบธรรม ในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2017

ซึ่งชนะไปด้วยคะแนนเสียงท่วมท้นจากฝ่ายรัฐบาล ก่อนที่รัฐบาลของนางเมย์จะยื่นจดหมายขอดำเนินการตาม มาตรา 50 ของข้อตกลงลิสบอน ว่าด้วยการแยกตัวจากสหภาพยุโรปของประเทศสมาชิกในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2017

การออกมาเคลื่อนไหวของโซรอสในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2018

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคมที่ผ่านมา โซรอสกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง โดยกล่าวปาฐกถาในงานประชุมที่จัดขึ้นโดยกลุ่ม คณะกรรมการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแห่งยุโรป (European Council on Foreign Relations)
ซึ่งเป็นกลุ่มคลังสมอง (Think Tank) ที่นายจอร์จ โซรอส ให้เงินทุนสนับสนุนผ่านมูลนิธิ Open Society Foundations ของตนเอง โดยโซรอสกล่าวว่าสหภาพยุโรปกำลังเผชิญ “ภาวะวิกฤติด้านตัวตน” (Existential Crisis)

แต่อย่างไรก็ตามชาวอังกฤษก็ควรได้รับโอกาสในการลงเสียงประชามติเพื่อหาข้อสรุปสำหรับกรณี Brexit และเรื่องที่ว่าสหราชอาณาจักรจะยังคงอยู่เป็นสมาชิกสหภาพยุโรปภายใต้ข้อตกลงที่มีปัจจุบันต่อไปหรือไม่

โซรอสถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เกี่ยวกับการบริจาคเงินสนับสนุนการเคลื่อนไหวของกลุ่มนิยมสหภาพยุโรป
ซึ่งมียอดเงินบริจาคสูงกว่า 800,000 ปอนด์ (ประมาณ 34.2 ล้านบาท)

โดยเงินจำนวนกว่า 400,000 ปอนด์ (ประมาณ 17.1 ล้านบาท) ได้ถูกส่งให้กลุ่ม Best for Britain ของนางจีนา มิลเลอร์

บทสัมภาษณ์โซรอสต่อกรณี Brexit

โซรอสได้กล่าวว่า
“ความเสียหายส่วนใหญ่เกิดขึ้น ณ ตอนนี้ มาจากภาวะวิกฤติด้านตัวตนของสหภาพยุโรป แต่ความสนใจที่ปรากฏอยู่ตอนนี้กลับถูกเบี่ยงเบนไปสู่การเจรจาข้อตกลงเกี่ยวกับสถานภาพของอังกฤษหลังการแยกตัวออกไป

ซึ่งมันเป็นข้อตกลงที่จะมีแต่เสียกับเสีย (lose-lose proposition) และไม่เกิดประโยชน์ต่อทั้ง 2 ฝ่าย อย่างไรก็ตามก็ยังมีความเป็นไปได้ที่จะพลิกสถานการณ์ให้เกิดประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย (win-win) ได้อยู่”

“ท้ายที่สุดแล้วขึ้นอยู่กับประชาชนชาวอังกฤษว่าพวกเขาต้องการอะไร อย่างไรก็ตามมันคงจะเป็นการดีถ้าหากพวกเขาได้ข้อสรุปโดยเร็ว ซึ่งนั่นเป็นเป้าหมายที่ผมให้เงินทุนการสนับสนุนกลุ่ม Best for Britain ให้ทำการรณรงค์ต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งคะแนนเสียงในสภาฯ ที่จะตัดสินใจว่าจะไม่ออกจากสหภาพยุโรป”  โซรอสกล่าว

“การคงสถานะของความเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปจะส่งผลดีต่ออังกฤษเอง และยังเป็นผลดีต่อสหภาพยุโรปที่จะไม่ต้องพยายามหาหนทางอันยากลำบากในการอุดช่องโหว่ทางงบประมาณที่หายไป (จากการแยกตัวของอังกฤษ)

แต่ทั้งนี้เพื่อให้สหภาพยุโรปเห็นว่าอังกฤษจริงจังในเรื่องนี้ ชาวอังกฤษเองจะต้องแสดงออกถึงจุดยืนในการอยากให้อังกฤษอยู่เป็นสมาชิกสหภาพยุโรปต่อไปด้วยคะแนนเสียงที่เป็นเอกฉันท์ด้วย”

นักการเมืองอังกฤษเตือนถึงอิทธิพลของโซรอสต่อการเมืองในประเทศและระหว่างประเทศ

โซรอสเคยโดนเพ่งเล็งอย่างหนัก หลังจากที่นายไนเจล ฟาราจ (Nigel Farage) อดีตหัวหน้าพรรคเพื่ออิสรภาพแห่งสหราชอาณาจักร (UKIP) ได้ออกมาเตือนสมาชิกรัฐสภาของสหภาพยุโรปในกรุงบรัสเซลส์ ถึงเรื่อง ‘อิทธิพลอันน่าเหลือเชื่อ’ (truly extraordinary influence) ของโซรอสต่อกรณี Brexit

“ผมเกรงว่าพวกเรากำลังจะได้เห็นการสมรู้ร่วมคิดในทางการเมืองและกิจการระหว่างประเทศ ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์”

โดยให้เหตุผลเพิ่มเติมว่า

“ที่ผมกล่าวเช่นนี้ เพราะนายโซรอสเพิ่งจะอัดฉีดเม็ดเงินกว่า 18,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯเข้าสู่มูลนิธิ Open Society Foundations เพื่อให้รณรงค์เกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายถิ่นฐานของผู้คนอย่างอิสระ รวมถึงสนับสนุนโครงสร้างขององค์กรเหนือรัฐชาติอย่างสหภาพยุโรป นอกจากนี้โซรอสยังมีอิทธิพลต่อที่ประชุมสหภาพยุโรปในกรุงบรัสเซลส์แห่งนี้อย่างน่าเหลือเชื่อ”

ความเห็นดังกล่าวของฟาราจ เกิดขึ้นภายหลังจากที่โซรอสได้อัดฉีดเม็ดเงินกว่า 18,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 5.79 แสนล้านบาท) เข้าสู่มูลนิธิ Open Society Foundations ตั้งแต่ช่วงกลางปี ค.ศ. 2017

ซึ่งเป็นสัญญาณว่าโซรอสกำลังเปิดศึกรอบใหม่ ด้วยการสนับสนุนกลุ่ม NGO ทั่วโลก ให้ดำเนินการเรียกร้องทางการเมืองที่จะเอื้อประโยชน์ต่อแนวคิดทางการเมืองของนายโซรอสและพรรคพวก

บทส่งท้าย

เราจะเห็นได้ว่าการออกมาขยับตัวครั้งล่าสุดของโซรอสนั้น ระบุเป้าหมายชัดเจนที่ต้องการจะรณรงค์หรือล็อบบี้ให้มีการลงประชามติเกี่ยวกับการตัดสินใจออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักรอีกครั้ง ภายในหนึ่งปีข้างหน้านี้ (ก่อนที่การแสดงเจตจำนงของสหราชอาณาจักรในการถอนตัวจากสหภาพยุโรปจะมีผลบังคับใช้)

โดยในครั้งนี้โซรอสและพวกคงจะเชื่อว่า การรณรงค์เคลื่อนไหวของกลุ่ม Best for Britain ที่ตนเองสนับสนุนอยู่น่าจะช่วยโน้มน้าวการตัดสินใจของประชาชน รวมไปถึงโน้มน้าวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของสหราชอาณาจักร ให้เลือกที่จะอยู่ต่อกับสหภาพยุโรปต่อไปในอนาคตตามแผนการที่นายโซรอสต้องการ

แหล่งข่าวและเอกสารอ้างอิง

จอร์จ โซรอส ให้เงินสนับสนุนมูลนิธิ Open Society Foundations เป็นเงินถึง 18,000 ล้านเหรียญในปี ค.ศ. 2017
www.theguardian.com/business/2017/oct/18/george-soros-gives-18-billion-dollars-open-society-foundations
www.nytimes.com/2017/10/17/business/george-soros-open-society-foundations.html

จอร์จ โซรอส ประกาศให้เงินสนับสนุนกลุ่มรณรงค์เพื่อต่อต้านการแยกตัวของอังกฤษจากสหภาพยุโรป
www.reuters.com/article/uk-britain-eu-soros/george-soros-donated-money-to-campaign-for-a-rerun-of-britains-eu-referendum-idUSKBN1FR3AB
www.rt.com/uk/428194-george-soros-brexit-referendum/
www.theguardian.com/business/2018/may/29/george-soros-drastic-action-needed-for-eurozone-to-survive
www.theguardian.com/politics/2018/jun/01/roadmap-to-avoid-brexit-to-be-sent-to-mps-and-peers

บทวิเคราะห์ว่า Brexit จะสร้างปัญหาให้กับพวกนักเก็งกำไรในตลาดหุ้น-ตลาดทุน
www.bloomberg.com/gadfly/articles/2018-04-13/brexit-throws-hedge-funds-into-a-nightmare-out-of-kafka

บทวิเคราะห์ที่ระบุว่าธุรกิจเก็งกำไรกว่า 63% ของยุโรปนั้นตั้งอยู่ในอังกฤษ
www.moneyweek.com/how-brexit-will-affect-londons-hedge-fund-industry/

David Serra นักเก็งกำไรรายใหญ่สุดของอังกฤษออกมาเตือนว่า Brexit จะทำให้เงินหายจากประเทศถึง 30%
www.fnlondon.com/articles/top-uk-hedge-fund-says-city-will-shrink-30-after-brexit-20180529

สหภาพยุโรปเตรียมออกมาตรการควบคุมกองทุนเก็งกำไรที่เข้มข้นขึ้น หลังกรณี Brexit เนื่องจากกลัวว่านักเก็งกำไรจากสหราชอาณาจักรจะมาทำกำไรในสหภาพยุโรป แล้วส่งเงินข้ามกลับไปยังสหราชอาณาจักร
www.ft.com/content/d78f1d16-9c8f-11e7-8cd4-932067fbf946

มาตรา 50 แห่งข้อตกลงลิสบอน (The Lisbon Treaty) ว่าด้วยสถานภาพของสหภาพยุโรป
www.lisbon-treaty.org/wcm/the-lisbon-treaty/treaty-on-european-union-and-comments/title-6-final-provisions/137-article-50.html
www.bbc.com/news/uk-politics-39143978
_______________________
บทความ: กิตติธัช ชัยประสิทธิ์
Illustrator: vaporize