• GEN Facebook
    Facebook Pagelike Widget

รักเพื่อน หรือแค่อยากเล่นเพื่อน

สังคมสมัยนี้ดัดจริต ไม่ยอมรับความจริง หลายสิ่งหลายอย่างกินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้อง แต่ยังปากแข็งออกสื่อ สุภาษิตและคำพังเพยไทย อย่าง ‘มือถือสาก ปากถือศีล’ ‘กินที่ลับไขที่แจ้ง’ ‘ปากว่าตาขยิบ’ ‘ว่าแต่เขา อิเหนาเป็นเอง’ ล้วนบ่งบอกนิสัยพวกเราชาวไทยกันมานมนานและเป็นจริงตามนั้นแหละ

คำพังเพยข้างต้นสะท้อนถึงกิเลสที่ขัดแย้งกันอยู่ในตัวเองของคนเรา เช่น อยากได้รับการนับถือว่าเป็นนักบวชผู้สูงส่งงามพร้อมด้วยจริยวัตร แต่ก็ยังมีความใคร่แบบสุดติ่ง สวนทางกับกรอบปฏิบัติของนักบวช หรือใครสักคนที่อยากเป็นตัวของตัวเองแต่ก็เป็นไม่ได้เต็มที่ เพราะคิดว่าสิ่งที่ตัวเองเป็นนั้นมันทำร้ายจิตใจพ่อแม่และความคาดหวังของสังคม บุคลิกที่ออกมาจึงลับๆล่อๆ เหมือนอีแอบ คลุมเครือ ไม่ชัดเจน

เรื่องราวทางเพศที่สับสนคลุมเครือในสายตาคนทั่วไปคือเรื่องของคำถามที่ว่า “ดูยังไงคือชาย ยังไงคือเกย์” ลองดูตัวอย่างจากชีวิตจริงเหล่านี้ เด็กหนุ่มวัยกำลังโตสองคนเป็นเพื่อนสนิทกัน อาศัยอยู่หอพักนักเรียนชาย กินนอน อาบน้ำด้วยกัน เรียนห้องเดียวกัน ทำกิจกรรมต่างๆด้วยกันมาตลอด

ชีวิตวัยเด็กเป็นวัยกำลังอยากรู้อยากเห็นอยากลองโดยเฉพาะในเรื่องทางเพศ เด็กวัยรุ่นสองคนนี้มีเพศสัมพันธ์กันแบบไม่สอดใส่ พวกเขาใช้มือใช้ปากช่วยกันอยู่บ่อยๆ จนเมื่อเติบโตแยกย้ายกันไปก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้อีกเลย เจอหน้ากันก็ทักทายเป็นปกติ เขาไม่ได้รู้สึกแบบชู้สาวหรือรักกันแบบผัวเมีย ต่างคนต่างมีชีวิตของตัวเอง แต่งงานมีเมีย มีลูกที่น่ารักหลายคน

แต่เด็กชายที่ผ่านประสบการณ์แบบนี้ในชีวิตมา อนาคตก็ไม่ได้ลงเอยด้วยการแต่งงานกับผู้หญิงเสมอไป เด็กชายส่วนหนึ่งมีพัฒนาด้านรสนิยมทางเพศเปลี่ยนไปเมื่อเข้าสู่วัยมหาวิทยาลัย เลิกเล่นเพื่อนแต่ไปเล่นเพศตรงข้ามแทน แต่บางคนก็เป็นเกย์ที่ใช้ชีวิตลำพัง เกย์ที่มีคู่รัก หรือเกย์ไม่มีคู่รักถาวรเปลี่ยนคู่นอนไปเรื่อย

การที่เด็กชายคนใดคนหนึ่งจะเป็นอะไรนั้น มันอุบัติขึ้นจากจิตใต้สำนึกของบุคคลนั้นเองโดยอัตโนมัติ ไม่ได้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมหรือการเลี้ยงดูอย่างที่คนทั่วไปเข้าใจกันเลย อันนี้พูดจากใจตัวเองและจากใจเพื่อนเกย์ กะเทย รวมทั้งชาวเราอีกมากมายตลอดชีวิตที่ผ่านมา

หลายคนบอกเล่าเรื่องราวตรงกันว่า ผู้ชายที่เคยผ่านมาในชีวิตของพวกเขาไม่ได้มีความสัมพันธ์กันแบบผัวเมียเสมอไปในขณะที่คบกัน “เราเป็นเพื่อนกัน เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องบ้าง กินกันที่ลับแต่ไม่เคยไขที่แจ้ง ดูแลห่วงใยกันปกติ เมื่อถึงเวลา ต่างคนต่างไป แต่ยังผูกพันรักกันเหมือนเดิม”

และไม่ใช่เรื่องแปลกที่ชาวเกย์เหล่านี้ไปร่วมงานแต่งงานรุ่นน้อง รุ่นพี่ และเพื่อนอีกหลายคนที่เคยมีอะไรกันกับพวกเขาก่อนที่ชายเหล่านั้นจะแต่งงานเสียอีก เกย์ส่วนใหญ่จะเฉยๆ ส่วนฝ่ายเจ้าบ่าวก็เฉยๆเช่นกัน ไม่ได้มีอาการแสดงออกใดๆ เรื่องแบบนี้ชาว LGBT ถือว่าปกติ แต่เขาไม่เอามาพูดกัน เพราะมันไม่มีประโยชน์อะไร

ชายที่รักกันแบบเพื่อนหลายคู่ ที่เราเคยรู้จักก็มีความสัมพันธ์แบบนี้ พวกเขาเป็นผู้ชายปกติเช่นชายทั่วไป สุขภาพจิตดีไม่ใช่คนบ้าหรือวิปริต เป็นชายหนุ่มที่แข็งแรงเพราะออกกำลังกายอย่างมีระเบียบวินัย ไม่ได้เป็นชายรักเพศเดียวกัน แต่พวกเขาเคยมีเพศสัมพันธ์กับเพื่อนสนิทเพศเดียวกัน

“ผมมองว่าเป็นเรื่องของลูกผู้ชายที่เข้าใจกัน มันไม่ได้ทำให้ความเป็นชายของเราทั้งคู่สูญเสียไปเลย เรื่องแบบนี้ไม่จำเป็นต้องให้โลกรู้ก็ได้ใช่มั้ย แค่เรารู้ว่าอะไรคือสิ่งที่สามารถตอบสนองความต้องการทางเพศได้อย่างปลอดภัย ทันใจและไม่มีปัญหาวุ่นวายอย่างอื่นตามมา ในช่วงเวลาที่ต่างคนต่างมีความต้องการทางเพศและอยากปลดปล่อย”

เรื่องนี้ผู้ชายหลายคนพูดตรงๆ ยอมรับว่าส่วนหนึ่งเพราะการมีอะไรกับเพศตรงข้าม ในขณะที่อยู่ในสถานะนักเรียน นักศึกษานั้นมันผิดระเบียบและไม่ใช่ว่าผู้หญิงที่พวกเขารักจะยินยอมเสมอไป ต่างคนต่างมีจุดหมายและจุดยืนแตกต่างกัน การเล่นเพื่อนกันเองก็แค่ความสนุกผ่อนคลายอย่างหนึ่งแค่นั้นเอง

เพื่อนชายที่สนิทกันแบบบัดดี้นี้ เมื่อมีโอกาสไปเที่ยวหญิงบริการ พวกเขาก็เต็มที่กับผู้หญิง ต่างฝ่ายต่างมีคู่นอนของตัวเอง บางครั้งก็ 1 หญิง 2 ชาย ทั้งสามคนตกลงร่วมเพศกันได้อย่างไม่อายกัน รสนิยมทางเพศที่แท้จริงนั้น ถ้าจะพูดว่าวัดยากก็จริงส่วนหนึ่ง จะว่าวัดง่ายก็จริงเช่นกัน แต่บางทีก็นิยามยากมาก

ชายที่กล่าวมาข้างต้นต่างจากชายอีกแบบหนึ่งที่มีรสนิยมทางเพศแบบ ‘รักชอบคนเพศเดียวกันเท่านั้น ไม่ชอบผู้หญิง’ ในกลุ่มนี้มีทั้งแบบที่แสดงออกชัดเจนให้คนทั่วไปรู้เลย เรียกกันในกลุ่ม LGBT ว่ากะเทย ส่วนอีกประเภทคือเฉยๆ ไม่ได้แสดงออกตลอดเวลาแต่คนทั่วไปก็ดูได้ไม่ยากว่าเป็น เรียกว่ากะเทยไม่ออกสาว และอีกแบบคือพวกที่แอบลึกมากก็เรียกว่าพวกอีแอบ

กลุ่มที่แอบลึกมากเขาก็มีเหตุผลของเขา อย่างที่กล่าวไปแล้วคือกังวลกับความคาดหวังของสังคม โดยในกลุ่มนี้แยกได้อีกสองแบบเป็นอย่างน้อย คือแอบลึกมาก แอบกินผู้ชาย และพอใจที่จะมีชีวิตโสดไม่สนใจแรงบีบคั้นจากครอบครัวในเรื่องคู่ครอง มักปลีกตัวออกจากครอบครัวใหญ่ไปอยู่ลำพัง แต่ไม่ตัดขาดจากครอบครัว

ส่วนอีกแบบคือพวกเดียวกันนี่แหละ ใช้ชีวิตปลีกวิเวกสันโดษเช่นกัน แอบกินผู้ชาย และแต่งงานกับผู้หญิงบังหน้าเพื่อลบคำติฉินนินทา กลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะแต่งงานกันแบบคลุมถุงชนทั้งตัวอีแอบเองและหญิงที่แต่งงานด้วยจะรู้หน้าที่ของตัวเองดี ฝ่ายอีแอบก็มีทั้งแบบสามารถร่วมเพศกับคู่สมรสได้และไม่ได้ ซึ่งก็มีทางออกโดยการทำกิฟท์มารองรับสำหรับคู่ที่อยากมีทายาทสืบสกุล เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นองค์ความรู้ที่ไม่ค่อยมีใครเขียนถึง ไม่ค่อยบันทึกและเผยแพร่ในสังคมไทย

ความหลากหลายทางเพศในสังคมเป็นความจริงที่มีอยู่แล้ว ไม่ค่อยมีใครใส่ใจเพราะต่างคนต่างสนใจอยู่แต่โลกที่ใช้กรอบคิดตามเพศของตัวเอง อย่างที่เคยกล่าวไปในบทความก่อนหน้านี้ว่า ความหลากหลายทางเพศนั้นต่างจากความหลากหลายในรสนิยมทางเพศ ตรงนี้คนสับสนกันเยอะ อย่างเช่น ในกรณีที่ชายหนุ่มคนหนึ่งมามีอะไรกับเกย์หรือหญิงข้ามเพศ ผู้คนมักตีขลุมเหมารวมด้วยความเข้าใจที่ผิดๆว่าชายคนนั้นเป็นเกย์หรือเป็นพวกเดียวกันไปด้วย

การตัดสินแบบนี้ถือว่าใช้ตรรกะได้ผิดเพี้ยนสุดๆ (แบบนักร้องคนหนึ่ง) ถ้างั้น ชายเอาหญิงก็เป็นหญิง ชายเอาทอมก็เป็นทอมสิ ในกลุ่มชาว LGBT ฟังแล้วขำกันไม่จบสิ้น นี่เป็นตัวอย่างที่สะท้อนถึงความไม่รู้ไม่เข้าใจแล้วมโนไปเองของคนทั่วไป อยากจะบอกว่า ในทุกวินาทีที่โลกกำลังหมุนไปนี้ มนุษย์มีเพศสัมพันธ์กันตลอดเวลา และมันไม่ใช่แค่ชายกับหญิงเท่านั้น

ในสังคมเราทุกวันนี้มีคนต้องการประโยชน์จากชาว LGBT เยอะแยะมากมายแต่ไม่กล้าออกตัว ซึ่งอันนี้ไม่เท่าไหร่ ยังยอมรับได้ว่ามีความอายที่จะถูกเข้าใจไปต่างๆนานา บางคนมาในมุมเซ็กส์ล้วนๆที่ต้องการปลดปล่อยแต่ไม่อยากให้ใครรู้ บางคนก็เข้ามาแบบมิจฉาชีพ บางคนมุ่งหวังรายได้จากการขายสินค้าเจาะตลาดกลุ่มนี้แต่ไม่อยากให้สังคมตีความว่าสินค้าตัวเองเป็นสินค้าสำหรับชาวสีม่วง คือคิดแต่ได้ ไม่ยอมเสียอะไรเลย

หรือบางคนไม่ได้จริงใจอะไร เพียงแค่อยากเอาใจชาว LGBT เพื่อให้ได้เสียงสนับสนุนจากชาวสีม่วง มาสร้างประโยชน์ให้กับตัวเอง แบบนี้เข้าข่ายที่เรียกว่า ‘เกลียดตัวกินไข่ เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง’ มันชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เมื่อสังคมขยายตัวขึ้นและมีการเปิดรับชาว LGBT มากขึ้น
ตรงจุดนี้น่าเห็นใจ เพราะมีแนวโน้มว่าองค์ความรู้ความเข้าใจในชาว LGBT ไม่ได้พัฒนาขึ้นเลย
________________________________
บทความ: เทพประทาน เหมเมือง