• GEN Facebook
    Facebook Pagelike Widget

มหาโชว์ สเต็ปเทพ อ้างสงฆ์เสียภาษีให้รัฐ ต้องได้เลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2561 ได้มีโอกาสอ่านข่าว เกี่ยวกับการโพสข้อความ ของ พระสุธีวีรบัณฑิต ดร.พระมหาโชว์ ทสฺสนีโย หรือที่เรียกกันติดปากว่า “พระมหาโชว์”
โดย พระรูปดังกล่าว ได้โพสข้อความออกมา สั้นๆ ระบุว่า

“พุทธศาสนากับการเสมอภาคทางการเมืองไทย เสียภาษีแล้ว ตรวจสอบแล้ว ก็ไม่ต่างจากประชาชนที่มีสิทธิ์ทางการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้น…”

ซึ่งประโยคดังกล่าวนี้ คงต้องตีความกันออกซักหน่อย เพราะเป็นการเขียน แบบ “ปุจฉาวิสัชนา” ซึ่งถูกเขียนขึ้นมาแบบสมการไม่มีหัวไม่มีหาง มีแต่คำถาม แต่ดันไม่มีคำตอบ …

เมื่อ แปลงสมการประโยคดังกล่าวนี้ออกมา ก็พอจะมีใจความว่า

“หาก พุทธศาสนา= การเมืองไทย
ประชาชนผู้เสียภาษี = สงฆ์เสียภาษี
ประชาชนที่มีสิทธิ์ทางการเลือกตั้ง = สงฆ์มีสิทธิทางการเลือกตั้ง”

คำถามคือพระสงฆ์ สมควรมีสิทธิ์เลือกตั้ง จริงหรือ?

หากเป็นเช่นนั้นจริง ก็นับว่าเป็น”สมการ”ที่น่าสนใจ… เพราะมีจุดผิดพลาด ทุกส่วนของ “สมการ” เลยทีเดียว

ข้อแรก “พุทธศาสนา ≠ การเมืองไทย”

เพราะพระนั้นเป็นผู้ละแล้วซึ่งทางโลก ทั้งลาภยศสรรเสริญ โลกจะเป็นอย่างไรก็เป็นไปตามกรรมของโลก
พระ มีหน้าที่รักษาศีลบำเพ็ญเพียร และเป็นแบบอย่างของผู้คนให้พ้นทุกข์จากความเท็จต่างๆ

เพราฉะนั้น ความเห็นของพระในทางการเมืองนั้น เป็นเรื่องเปราะบางที่สุ่มเสี่ยงเกิดความขัดแย้ง วัฒนธรรมไทย-กฏหมายไทยไม่นิยมให้พระเข้าร่วม ถึงแม้ว่าจะสามารถพูดถึงบ้านเมืองได้บ้างแต่ก็เพื่อเป็นประโยชน์ส่วนรวมเพื่อขัดเกลาจิตใจ

แต่การชี้นำในการบริหารหรือเลือกข้างในสังคมนั้น ย่อมทำไม่ได้

ส่วนที่เข้ามายุ่งกับการบ้านการเมืองหนัก แบบยุยงให้เลือกไปทางนั้นทางนี้ มักเป็นคนจำพวก ฤาษี, นักพรต, คนทรงเจ้า หรือนักบวชในลิทธิปลีกย่อย แทบจะทั้งนั้น

ข้อที่สอง “ประชาชนผู้เสียภาษี = สงฆ์เสียภาษี” จริงหรือ?

เรื่องนี้หลายคนในยุคปัจจุบันที่มีความหลากหลายทางศาสนาอาจสับสน เพราะไม่ค่อยจะรู้เกี่ยวกับวงในสงฆ์ของประเทศไทย
เนื่องจากสงฆ์ในศาสนาพุทธของไทยนั้นมีความเคร่งมาก จึงมีการออกแบบในการปกครองเกี่ยวกับสงฆ์ในศาสนาพุทธไว้ว่า สงฆ์ในศาสนาพุทธนั้นบริสุทธิ์ แม้เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินยังต้องกราบไหว้ จึงอยู่แยกออกไปจากเรื่องทางโลก ละแล้วซึ่งกิเลสได้แก่
โลภะ- ความอยากได้
โทสะ- ความคิดประทุษร้าย
โมหะ-ความหลง
มานะ-ความถือตัว
ทิฏฐิ-ความเห็นผิด
วิจิกิจฉา-ความลังเลสงสัย
ถีนะ-ความหดหู่
อุทธัจจะ-ความฟุ้งซ่าน
อหิริกะ-ความไม่ละอายบาป
และ อโนตตัปปะ-ความไม่เกรงกลัวบาป เป็นต้น

จึงไม่ต้อง ฆ่าสัตว์ -ทำมาหากิน-กักตุนอาหาร -บริโภคตามแต่ที่ปรากฏ และไม่ต้องใช้เงินทองใดๆ เพราะมีผู้ศรัทธาอุปถัมภ์จัดการให้ทุกอย่างตามแต่กำลังศรัทธา มีผู้ถวายภัตตาหาร

ส่วนรัฐก็เป็นผู้อุปถัมภ์ศาสนาจะสร้างกุฏิที่อยู่อาศัย สร้างมณฑลในการทำพิธีกรรมอย่างวัดให้ หากเกิดสภาวะขาดแคลนทุน ประชาชนผู้ศรัทธาก็ยังสามารถสมทบทุน ถวายปัจจัย ไม้ดินปูน หรือ(นำเงินใส่ซองใช้จ่ายแทนพระ)

เพราะฉะนั้นแล้ว สงฆ์ในศาสนาพุทธจึงไม่มีรายได้เพราะไม่ต้องใช้ จึงไม่ต้องจ่ายภาษีให้รัฐ
ดังนั้น คำพูดที่บอกว่า “สงฆ์เสียภาษี” นั้นไม่จริงแต่อย่างใด

เรื่องที่สาม “สิทธิ์ทางการเลือกตั้งของพระ?”

เรื่องนี้ต่อเนื่องจาก สองข้อแรก เพราะในเมื่อพระนั้นเป็นผู้ละแล้วซึ่งทางโลก เลิกยุ่งการเมืองของมนุษย์ การเรียกร้องสิทธิ์ทางการเลือกตั้งของพระนั้นแทบจะเป็นเรื่องขัดกับวินัยสงฆ์โดยชัดเจน
อีกทั้งในเมื่อไม่มีรายได้ และรัฐไม่มีกฏหมายเก็บภาษีพระสงฆ์ จะมาอ้างว่าสงฆ์เสียภาษีนั้นก็เป็นเรื่องผิดศีลข้อมุสา เพราะเกิดจากจิตคิดจะพูดให้คลาดเคลื่อนอย่างแน่นอน

เพราะฉะนั้น การแทงคำถามแบบไม่ชี้ชัด ของ”พระมหาโชว์” นั้น ดูเหมือนจะมีเจตนาไม่น่าบริสุทธิ์
แต่ทำไมล่ะ ถึงอยากให้ พระ
สามารถเข้าคูหาเลือกตั้งได้ ?

ถ้าวิเคราะห์ มองได้หลายประเด็น เพราะช่วงนี้มีมารผ้าเหลืองที่มีอำนาจและร่ำรวยจากการกระทำผิดกฎหมาย เริ่มมีการเคลื่อนไหวเข้าปะทะกับรัฐบาลทหาร เนื่องจากการขัดผลประโยชน์จากการจับกุมนักบวชเกี่ยวกับคดีทางการเงิน

ซึ่งเป็นช่วงเดียวกันกับการที่มี “ใครบางคน” ปล่อยข่าวลือยุยงปลุกปั่น ในอินเตอร์เน็ตว่า รัฐบาลทหาร(คสช.) เป็นมุสลิมและปล่อยให้มุสลิมครองประเทศ เป็นต้น…(ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องจริง ..)

จึงทำให้คาดคะเนได้ว่าอาจจะเป็นความพยายามส่วนหนึ่งในการ ดิสเครดิท รัฐบาลทหาร เพื่อทำให้คดีทางการเงินที่เกี่ยวกับมารผ้าเหลืองบางคน หลุดรอดออกไปจากระบบยุติธรรม

ยังวิเคราะห์ได้อีกว่า มารผ้าเหลืองบางส่วนที่เข้ายุ่งการเมืองก็ต้องการ กดดันรัฐบาลให้เปลี่ยนอำนาจโดยเร็ว ด้วยการกดดันให้เกิดการเลือกตั้ง และเพิ่มสิทธิในการเลือกตั้งให้กับพระในพุทธศาสนาเพื่อเพิ่มจำนวนเสียงเพื่อชี้นำทางการเมืองในอนาคต ซึ่งนั้นคือ
“การเล่นการเมืองโดยตรงของนักบวชบางนิกาย”

การกระทำของ “พระมหาโชว์” นี้จะเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางการเมืองอย่างที่ วิเคราะห์ไว้หรือไม่นั้นคงต้องรอดูกันต่อไป
แต่ที่แน่ๆ เหตุการณ์นี้น่าจะเป็นการยกตัวอย่างชั้นดีว่าทำไม พระสงฆ์และ นักบวชศาสนาอื่นๆไม่ควรเข้าไปยุ่งกับการเมืองของประเทศไทย

ส่วนเสริม
GenOnline.co ได้มีการลงบทความเกี่ยวกับผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญปี 60 ไว้แล้วโดยมีภาพประกอบดังนี้

และสามารถอ่านบทความเรื่อง
The Road To เลือกตั้ง ตอน ใครคือผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งได้ที่
http://genonline.co/2018/06/06/right-to-votes/
________________________________________

บทความ: Daily Rorschach
Illustrator: vaporize
Picture Credit: GenOnline.Co,