• GEN Facebook
    Facebook Pagelike Widget

รู้งี้…ไปเที่ยวญี่ปุ่นปีหน้าดีกว่า

สวัสดีครับแฟนเพลงทุกท่าน เราเรียนรู้เรื่องเงินเฟ้อ เรื่องการกันเงินฉุกเฉินกันไปแล้ว

คราวนี้เราจะไปเที่ยวญี่ปุ่นกัน แต่เป็นปีหน้านะครับ..
ทำไมไม่เป็นปีนี้ล่ะ? มีเงินอุ่นๆ ในกระเป๋าสบายๆอยู่นะ
ก็อยากจะช้อปเต็มเหนี่ยวเหมือนเพื่อนบางคนที่เพิ่งไปใช้เงินโบนัสกลับมา Gadget เท่ๆ เพียบเลย บางคนมีของหิ้วมาขายต่อด้วย

… ผมจะเอา case study ของพนักงานบริษัทบางท่านมาให้ชมนะครับ
แล้วมันมีอะไรให้มนุษย์เงินเดือนต้องกังวลเรอะ?

1.ค่าใช้จ่ายตั้งแต่เริ่มคิด

เช่น ค่าทำพาสปอร์ต ถ่ายรูป ค่าทำใบขับขี่สากล ค่าทัวร์ ค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าขนม ของกินเล่น ค่าโทรศัพท์ ค่าของเครื่องใช้ส่วนตัว ค่าเวชภัณฑ์ ต้องเช่ารถมั้ย

ไหนจะกล้อง วิดีโอถ่ายใต้น้ำ อุปกรณ์พิเศษ เสื้อผ้าพิเศษ กระเป๋า รองเท้า หมวก กางเกงขนสัตว์ ชุดราตรีสั้น เฟอร์ เครื่องสำอาง

กระเป๋าเดินทางอาจต้องเปลี่ยนเป็นอะลูมิเนียม Rimowa หรือ Samsonite เบาๆมั้ย การที่ไปดูคอนเสิร์ท การแสดง หรือโตเกียวมอเตอร์โชว์ที่นั่น มีสารพัดค่าใช้จ่ายแฝงนะครับ ไหนจะค่าของฝากอีกด้วย

2.ค่าประกันการเดินทาง

ค่าโอนความเสี่ยงทั้งหลาย เช่นเช่ารถมอเตอร์ไซค์ขี่ที่นั่น ไปแข่งไตรกีฬา ไปเที่ยว Amusement Park สวนสนุกทั้งหลาย ว่ายน้ำ ดำน้ำ บันจี้จั๊มพ์ หรือแม้กระทั่งไปปีนเขาที่ฮอกไกโด อาจลื่นล้มจากหิมะได้ บางคนเอาจักรยานไปขี่ที่นั่นเอง ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอีกพอควร อย่างน้อยก็จะหิวเก่งมาก

ประกันภัยเดินทางของหลายบริษัทที่ราคาแตกต่างกันตั้งแต่หลักร้อยถึงหลายพันบาท
และมีการคุ้มครองที่แตกต่างกันไป

3.ค่าปรับ

หากทำผิดกฎหมาย กฎจราจร ละเมิดกฎหมาย หรือโดนตำรวจหรือ ตม. จับ ต้องมีค่าขึ้นโรงขึ้นศาล อันนี้แพงมาก และอาจไม่ได้ออกจากประเทศ หรือห้ามเข้าประเทศไปเลย

4.ค่ารักษาพยาบาล

ถ้าเกิดต้องไปแอดมิท นอนโรงพยาบาลที่นั่น เช่นเกิดไส้ติ่งอักเสบตั้งแต่วันแรกที่ลงนาริตะ อุบัติเหตุร้ายแรง แม้กระทั่งขาแพลง โดนทำร้าย ไม่ว่าจะคน สัตว์ในสวนสัตว์ ยานพาหนะ ทราบไหมว่าค่ารักษาคืนละเท่าไร แล้วประกันกลุ่มที่บริษัทมีสวัสดิการให้ก็ไม่ครอบคลุมนะครับ

5.เงินที่ต้องเผื่อเหลือเผื่อขาด

เช่นค่าช้อปปิ้งรุนแรง แถมโดนปรับจากน้ำหนักกระเป๋าเกิน หรือจากความบ้าหรือหน้าบางของตนเอง พาแฟนไปด้วย พากิ๊กไปด้วย ก็ต้องมีจ่ายพิเศษ อาหารต้องเริ่ด ที่พักต้องห้าดาว บางคนแค่ซื้อหัวเหว่ย พี 20 โปรมาใหม่ ก็อยากไปลองกล้องมือถือไกลถึงเกาะกวม

พอล่ะ เขียนได้เป็นร้อยข้อแน่ๆเลย เอาค่าใช้จ่ายไปเที่ยวหนึ่งอาทิตย์ที่นั่นมาดู สำหรับผู้ใหญ่คนหนึ่งไปเที่ยวกับทัวร์ พักโรงแรมห้าดาว โตเกียว เกียวโต โอซาก้า ทาคายาม่า นารา ต้องมีไม่ต่ำกว่าหนึ่งแสนบาท

……..สำหรับค่าใช้จ่ายทั่วไป ซึ่งก็คือข้อหนึ่ง ไม่รวมข้อสองถึงห้านะครับ

แล้วไง? ไม่เห็นจะแปลก ใครๆ ก็จ่ายประมาณนี้นี่นา .. โบนัสออกก็เอามาจ่ายนิดหน่อย พอขำๆ แถมเท่มากมาย ไปเที่ยวต่างประเทศ ใครๆ ก็อยากมี moment แบบนี้บ้าง
งั้นมาดูกันครับ สมมุติต้องใช้เงิน 150,000 บาท สำหรับทริปสุดพิเศษ 7 วันนี้ เกิดอะไรขึ้นได้บ้าง?

1.เอาไปไว้ในกองทุนรวม

บางกองทำกำไรได้ 10% ต่อปี แปลว่ากำไร 15,000 บาท หรือรวมๆ ได้ 165,000 บาท

2.ฝากสหกรณ์ไว้

ดอกเบี้ยไม่มากมาย แต่บางที่ได้ 3% แปลว่ากำไร 4,500 บาท หรือรวมๆ ได้ 154,500 บาท

ทั้งสองทางได้เงินมากขึ้น แต่ถ้าเอาให้ชัด ลองชมแล้วคิดตามต่อไปนี้ครับ
สมมุติเที่ยวปีละ 150,000 บาททุกปี สิบปีผ่านไป ได้เที่ยวสิบประเทศ มีรูปอัพบนเฟสบุ๊คตลอด เพื่อนๆชื่นชม (จริงหรือเปล่า?) ต่างๆ นานา

1.เงิน 150,000 บาท ลงทุนทุกปี เป็นเวลาสิบปี เท่ากับเงินต้น 1,500,000 บาท
แต่เมื่อนำมาวางไว้กับกองทุนรวมหุ้น ที่ผลตอบแทนปีละ 10% ได้ผลรวมเท่ากับ 2,390,600 หรือเกือบสองล้านสี่แสนบาท หรือกำไรเกือบจะหนึ่งล้านบาท ได้อัลติสหรือซีวิคป้ายแดงหนึ่งคัน หรือแม้แต่คอนโดฯในนิคมอุตสาหกรรมหนึ่งห้องเลยนะครับ

2.แล้วถ้าเงิน 150,000 บาท เอามาเก็บทุกปีในกองทุนรวมเป็นเวลาห้าปี ที่ได้ผลตอบแทน 10% เช่นกัน
จะพบว่าได้กำไร 165,765 บาท แปลว่าเก็บทุกปี รอห้าปี แป๊บเดียว มีเงินที่ยวญี่ปุ่นฟรีหนึ่งครั้งพร้อมพ็อคเก็ตมันนี่อีกหมื่นห้าพันบาท เอามั้ยล่ะ?

3.เอาล่ะๆ สมมุติแค่สี่ปีพอ ไม่ได้บอกผ่าน ใช้สูตรเดิม (แต่อาจมีเหวี่ยงขึ้นลงเพราะระยะเวลาสั้นลง ค่า Maximum Draw Down มีผลทำให้ผลตอบแทนอาจมากหรือน้อยกว่านี้ได้มากขึ้น) เก็บปีละแสนห้า สี่ปีกำไร 96,150 ก็เกือบแสนบาท เงินต้นยังอยู่ กำไรเกือบแสนนี้ เอามาซื้อ LTF หรือ RMF และหรือประกันสุขภาพได้ฟรีๆเลย แถมลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย

คุณเห็นอะไรมั้ย?

การไปเที่ยวต่างประเทศก็เป็นรางวัลชีวิตแบบหนึ่ง แต่อย่าเอะอะให้ตัวเองบ่อย เพราะเงินนี้คุณอาจจะหาอีกไม่ได้ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ดังนั้นควรวางแผนใช้จ่ายเพื่อเกษียณให้ได้ก่อน
การเก็บเปรี้ยวไว้กินหวาน ทดลองเก็บเงินไว้ปีหนึ่งก่อน กำไรประมาณ 15,000 บาท เราก็สามารถเอามาทำอะไรได้อีกเยอะแยะ

สมมุติไม่มีอะไรผิดพลาด เช่นได้ไปเที่ยวทุกปี ได้ไปที่ที่อยากไป ได้อัพเฟสบุ๊คเท่ๆ สิบปีผ่านไป นึกเสียดายเงินกำไรเกือบล้านบาทนั่นไหมครับ?
ใช้เงินมือเติบ หรือเกิดข้อผิดพลาด กลายเป็น Over Budget ก็เปรียบเสมือนว่ามัวแต่ใส่หน้ากากออกซิเจนให้คนอื่น ไม่เคยใส่ให้ตัวเองก่อน เราอาจเกษียณไม่ได้นะครับ

เคยขึ้นเครื่องบินใช่มั้ยครับ?

เมื่ออากาศแปรปรวน ออกซิเจนต่ำ ความดันลด หน้ากากออกซิเจนจะตกลงมาหาผู้โดยสารเอง Instruction บอกว่าแม้คุณมากับลูก คุณก็ต้องสวมหน้ากากนี้ให้ตัวเองก่อนให้ลูกของคุณหรือคนอื่น

ตายไปแล้ว เงินยังไม่หมด
ดีกว่าสลด เงินหมดแล้วยังไม่ตายนะครับ
_______________________________
บทความ: ปารเมศ สุริยพันธุ์