• GEN Facebook
    Facebook Pagelike Widget

เลาะ บ้าน ผ่าน เวียง: วิ่งลัดทุ่ง กับร้านหนังสือที่เล็กมากๆ

มีด้วยเหรอ..ร้านหนังสือบ้าบอไหนกันที่จัดวิ่ง!?

ผมได้บอกเพื่อนนักอ่านไปในตอนแรกแล้วว่า ผมเปิดร้านหนังสือที่เล็กมากๆ อยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่กว่า 20 กิโลเมตร เรียกว่าเป็นร้านหนังสือบ้านนอกของจริง
แต่ด้วยความที่อยู่บ้านนอก ข้อได้เปรียบอย่างหนึ่งคือบริเวณบ้านจะมีมากกว่าบรรดาร้านหนังสือที่ตั้งอยู่ในเขตเมือง

บ้านหลังที่ผมเช่าทำร้านหนังสือนั้นมีเนื้อที่เกือบๆ 1 ไร่ ตัวบ้านปลูกชิดขอบด้านในบนที่ดินรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า สองชั้น ชั้นบนเป็นไม้ ชั้นล่างเป็นปูนเปลือยและซีเมนต์ด้านๆ หยาบๆ

พ้นจากซีเมนต์ในส่วนของตัวบ้านก็จะเป็นลานหญ้าสีเขียวทอดยาวไปจนถึงหน้าบ้าน กินเนื้อที่เกินครึ่งของที่ดินแปลงนั้น ลานหญ้าซึ่งดูสงบเสงี่ยมเจียมตนจึงกลายเป็นความประทับใจแรกของผู้มาเยือน มันช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย สบายตา สมองโล่ง ลมหายใจปลอดโปร่งจนปอดอยากกระโดดออกมาเต้นระบำ

ด้วยความที่มีสนามหญ้ากว้างๆ เขียวๆ นี้แหละเป็นเหตุให้ต้องคิดทำกิจกรรมต่างๆ นานาขึ้นมาอยู่ตลอด เพื่อใช้ประโยชน์จากมันให้มากที่สุด อย่างกิจกรรมล่าสุดเมื่อช่วงปลายเดือนที่เพิ่งผ่านคือ ‘รันลัดโต้ง’

รัน คือ วิ่ง

โต้งเป็นสำเนียงภาษาคำเมือง หมายถึงทุ่ง

รันลัดโต้ง ก็คือ วิ่งลัดทุ่ง นั่นเอง

จริงๆ นะ ร้านหนังสือบ้าบอนี่แหละที่จัดวิ่ง!
วิ่งลัดทุ่งไปกับร้านหนังสือเล็กมากๆ แรกคิด กะว่าจะวิ่งกันเล่นๆ ออกกำลังกายกับเหล่าเพื่อนมิตรและกลุ่มก๊วนสายวิ่งที่รู้จักกัน คงไม่เกิน 50 คน ใช้เส้นทางสายเล็กๆ เริ่มต้นตรงสนามหญ้าหน้าบ้าน

ลัดเลาะตามหมู่บ้าน ผ่านทุ่งนาซึ่งมีทิวเขารายรอบแทบทั้งสี่ทิศเป็นแบ็คกราวนด์อยู่ไกลๆ วิ่งได้สบายปอด ไม่เสี่ยงกับรถยนต์ที่วิ่งฉิวๆ บนถนนสายใหญ่อีกต่างหาก

แต่เมื่อเห็นเส้นทางวิ่งอันบรรเจิดนี้ ก็นึกอยากชักชวนคนอื่นๆ มาร่วมวิ่งด้วยกัน จากคิดแค่วิ่งออกกำลังกันเล่นๆ เลยกลายเป็นเรื่องขึ้นมา ประจวบกับในหมู่บ้านกำลังสร้างสนามฟุตบอลแต่ยังขาดงบประมาณ เราจึงได้โจทย์เสียโก้หรูว่า วิ่งการกุศล โดยไม่มีค่าสมัคร บริจาคตามจิตศรัทธา เพื่อสมทบทุนสร้างสนามฟุตบอลของหมู่บ้าน.
จะวิ่งทั้งที ก็ขอให้มันเกิดประโยชน์กับชุมชนที่เราอยู่อาศัยสักหน่อยเหอะ

เพื่อนสายวิ่งผู้ผ่านสนามวิ่งใหญ่ๆมานักต่อนัก จึงกำหนด Route ขึ้นมา วนเป็นวงกลมให้ได้ระยะ 5 กิโลเมตรสำหรับ Funrun ส่วน Mini ระยะ 10 กิโลเมตร ก็ให้วิ่งแยกไปอีกเส้นหนึ่งแล้วค่อยย้อนเส้นทางเดิม กลับเข้าเส้นชัยบนลานหญ้าหน้าบ้านนั่นแหละ

เมื่อจุดประสงค์และเส้นทางชัดเจน เราจึงโพสต์กิจกรรมในเฟสบุ๊ค บอกรับสมัครแค่ 100 คน ด้วยเกรงว่าถ้ามากกว่านี้เราจะรับมือไม่ไหว เพราะค่าอาหาร น้ำดื่ม เครื่องดื่ม ผลไม้ที่เตรียมรับรองนักวิ่งนั้นเราล้วงกระเป๋ากันเอง

ปรากฏว่าโฮมเพจเล็กๆ หลังจากอัพสเตตัสยังไม่ข้ามวัน ก็มีนักวิ่งขอร่วมกิจกรรมเป็นร้อยๆคน เราตัดสินใจตัดรายชื่อ 100 คนแรกที่ลงชื่อแจ้งความจำนง ทั้งไม่ลืมชักชวนชาวบ้านมาร่วมกิจกรรมด้วยกัน

ภายหลังจากกิจกรรมวิ่งลัดทุ่งเผยแพร่ออกไป ได้เกิดปรากฏการณ์อย่างคาดไม่ถึง หลายคนเสียดายที่เห็นโพสต์ช้าไป กัลยาณมิตรคนหนึ่งซึ่งเป็นศิลปินนักปั้นเซรามิก ทั้งเป็นเจ้าของร้านกาแฟ อาสาปั้นเหรียญที่ระลึกให้แบบฟรีๆ พร้อมระบุว่า ใครที่ได้รับเหรียญสามารถนำไปแลกกาแฟหรือเครื่องดื่มที่ร้านเขาได้ฟรีอีกหนึ่งแก้ว

เช่นกับพี่ที่เคารพคนหนึ่ง เป็นเจ้าของสำนักพิมพ์เล็กๆ อยู่บางบัวทอง นนทบุรี ได้ส่งหนังสือเนื้อหาดีๆ ว่าด้วยการวิ่ง ซึ่งเขียนโดยนักวิ่งที่เป็นนักเขียนมาให้เป็นรางวัลเกือบ 20 เล่ม

นอกจากนี้ยังมีกลุ่มคนซึ่งไม่เคยรู้จักหรือเห็นหน้าค่าตากันมาก่อน ได้ขอร่วมแบ่งปันสิ่งดีๆ ในครั้งนี้ บางคนให้ข้าวสารหลายถุง บางคนบอกอาสาทำไข่ต้ม บางคนบอกจะนำแตงโม กล้วย น้ำแดง น้ำเก๊กฮวย น้ำกระเจี๊ยบ น้ำดื่ม แล็คตาซอย มาแจม ฯลฯ

เอาเป็นว่า งานวิ่งเอาบุญของร้านหนังสือคักคึกขึ้นมาในฉับพลัน ก่อนวันวิ่ง บรรดาชายหนุ่มในหมู่บ้านที่ปกติจะไม่ค่อยเจอหน้าก็โผล่มาที่บ้าน รวมกันที่ลานหญ้า เมื่อบอกกล่าวถึงคอนเส็พท์งานว่าต้องเรียบง่าย สบายๆ แต่ต้องให้เก๋กู๊ดแบบบ้านๆ แล้วจึงลงมือกางเต็นท์ ตั้งโต๊ะเก้าอี้ ทำป้ายบอกทาง ป้ายบอกระยะ และแบ่งสรรหน้าที่ประจำจุดต่างๆ เพื่อไม่ให้ระหว่างวิ่งประสบปัญหาใดๆ ซึ่งทุกคนก็ร่วมไม้ร่วมมือกันเป็นอย่างดี

ภายใต้บรรยากาศสนุกสนานหยอกล้อกันตลอดเวลา จน ‘เก่ง’ เพื่อนผู้สมรู้ร่วมคิดในกิจกรรมนี้ ซึ่งเป็นลูกหลานในหมู่บ้านถึงกับยิ้มแก้มปริ เขาบอกกับผมว่า ไม่คิดไม่ฝันว่ากิจกรรมเล็กๆ ที่เรากำลังทำ จะสร้างพลังบางอย่างให้กับหมู่บ้านของเขาได้ขนาดนี้

และเมื่อวันวิ่งมาถึง เพื่อนอาสาสมัครทุกคนตื่นกันตั้งแต่ค่อนดึก งัวเงียมาเตรียมสถานที่ให้พร้อมที่สุด ขณะบรรดานักวิ่งเริ่มทยอยกันมา มีทั้งเด็ก นักเรียนนักศึกษา ผู้ใหญ่วัยทำงาน ฝรั่งอีกสองสามกลุ่ม รวมถึงป้าๆ ลุงๆ ในหมู่บ้าน หลายคนซึ่งคุ้นหน้ากันจากสนามวิ่งครั้งก่อนๆ ก็เข้าหาทักทายกัน บางคนได้รู้จัก บางคนก็ขอเป็นเพื่อนกันที่นี่เสียเลย..

จวบเมื่อฟ้าแจ้ง ได้เวลาปล่อยตัว ลานหญ้าสดเขียวซึ่งยังชื้นฉ่ำน้ำค้าง ได้ค้อมปลายเรียวบางของมันโอบอุ้มรอยเท้านับร้อย ก่อนจะดีดตัวส่งเท้าทุกคู่ออกสตาร์ทไปบนเส้นทางของความเชื่อบางอย่าง อย่างมีความหมาย
…………………………………
บทความ: ประยูร หงษาธร
illustrator: Rawin Jarureangsri
Photos Cr. : Mok Muan / มอกม่วน