• GEN Facebook
    Facebook Pagelike Widget

บัวลอยเจ้าเพื่อนยาก ..บัวลอยเจ้าอร่อยก็หายากเช่นกัน

บัวลอย เจ้าเพื่อนยาก ทำไมจากข้าเร็วเกินไป บัวลอยไปอยู่ที่ไหน เคยรู้บ้างไหม โปรดคิดคำนึงถึงบัวลอยยยยยย
เพลงนี้ ท่อนนี้น่าจะเป็นที่คุ้นหู หรือ ติดหัวของคนไทยวัย 40 อัพ ไม่ใช่วัย 4.0 ในยุคหนึ่งของประเทศนี้
เพลงนี้เคยเป็นเพลงที่เรียกว่าฮิตติดลมบน เดินไปที่ไหน บ้านไหน เป็นต้องได้ยินเพลงนี้ ทุกวันนี้ เวลาได้ยินพี่แอ๊ดร้อง “บัวลอยเจ้าเพื่อนยาก” สมองจะมีปฏิกิริยาตอบโต้ทันทีว่า “บัวลอยอร่อยๆ ก็หายากเช่นกันนะทุกวันนี้”

บัวลอยเป็นขนมหวานที่เรียกได้ว่าทำง่าย และคู่สำรับไทย และสังคมไทยมายาวนานมาก ไม่มีหลักฐาน หรือบันทึกใดๆ บอกว่า บัวลอยมีที่มาที่ไปอย่างไร ต่อให้จะส่งดีเอสไอ หรือ คุณหมอพรทิพย์ ลงพื้นที่หาหลักฐาน ก็ไม่พบหลักฐานที่แน่ชัดว่า น้องบัวลอยกะทิสด กำเนิดมาเมื่อใด และกำเนิดจากผู้ใด แต่ที่แน่ๆ เป็นเมนู แป้ง น้ำตาล และกะทิ มองผ่านๆ เป็นเมนูที่ทำง่าย แต่ แต่ แต่ อย่าเพิ่งชะล่าใจ ลองถามตัวเองดูว่า เจอร้านที่ทำได้อร่อยๆ ได้บ่อยๆ ไหมคะ คำตอบคือ หายากที่จะเจอร้านที่อร่อย กลมกล่อม หวานแบบมีชาติตระกูล และ หอมมันแบบมีวัฒนธรรม

เมื่ออยากของอร่อย มันไม่เคยมีอุปสรรคสำหรับซังกุง ขอเชิญชวนแฟนคลับขนมหวาน โล้เรือข้ามฟาก (แต่อยากให้ใช้บริการรถไฟฟ้า) มายังฝั่งธนฯ ถนนเจริญนคร ระหว่างซอย 12 และ 14 จะมีสุภาพสตรีวัยกลางคน แต่งตัวสะอาดและสมถะ ยืนปั้นบัวลอยอยู่ค่ะ

เป็นเสมือนเพชรเม็ดงามที่ซ่อนตัวอยู่ในเพิงสังกะสีริมถนน เพชรเม็ดนี้ส่องประกายให้คนแถบเจริญนครได้เห็นทางสว่างสู่ความอร่อยมาแล้วกว่า 25 ปี ตัวแป้งบัวลอย แม่ค้านวดแป้งได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้เม็ดบัวลอยทุกเม็ดเหนียวหนึบกำลังดี และไม่มีกลิ่นแป้งหืนเตะจมูกให้รู้สึกขัดความรื่นรมย์ในการรับรส

ตัวเม็ดบัวลอยนี้มีหลากหลายสี ทุกสีเกิดจากพืชผักธรรมชาติมานวดกับแป้ง เช่น สีขาวๆ ขุ่นๆ เทาๆ ก็คือเผือก เวลาเคี้ยวเม็ดบัวลอยหนึบหนับ ก็จะสัมผัสเจอเนื้อเผือก สีเหลือง คือ แป้งนวดกับฟักทอง สีเขียว ไม่ใช่แป้งนวดกับผักชี หรือ ผักคะน้า นะจ๊ะเด็กๆรุ่นใหม่ แต่เป็นแป้งนวดกับน้ำใบเตย

เดือนมิถุนายนนี้ โชคดีที่ว่า แม่ค้าสามารถโกยมันม่วงคุณภาพดีมาได้ นางจึงมีเม็ดบัวลอยสีม่วงสดใสลอยละล่องในหม้อทองเหลือง

เคล็ดลับความอร่อยของบัวลอยร้านนี้แม่ค้าไม่ยอมเปิดเผย เพราะกลัวซังกุงจะหนีออกจากวังหลวงมาเปิดร้านบัวลอยแข่งกับนาง แต่เท่าที่แวะเวียนไปกินบัวลอยของนางอยู่บ่อยๆ วิเคราะห์ แยกแยะ แยกรสชาติ แยกธาตุ (จะเห็นได้ว่า เรื่องกินไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะ สมองยังต้องคอยวิเคราะห์ และประมวลผล) แล้วคิดว่า เคล็ดลับความอร่อยอยู่ที่ แป้งเม็ดบัวลอยที่นวดได้อย่างละเอียดและเหนียวหนึบ มีความกระชับและเฟิร์มในทุกเม็ด

และที่สำคัญ คือ น้ำเชื่อมที่ต้มเม็ดบัวลอย คุณป้าจะใช้น้ำใบเตยเข้มข้น เขียวมาก ผสมลงไป ทำให้กลิ่นหอมที่สุดแสนจะมีเสน่ห์ของใบเตยสำหรับอาหารและขนมไทยแทรกซึมลงไปในระดับชั้นโมเลกุลของเม็ดบัวลอย ไม่ว่าจะเคี้ยว หรือ จะไม่ทันได้เคี้ยวเม็ดบัวลอย เพราะมันลื่นไหลลงคอไปเสียก่อน

รับประกันได้ว่า กลิ่นหอมละมุนของใบเตยได้คละคลุ้งอยู่ในทุกเม็ดบัวลอย อีกประการหนึ่งที่น่าจะเป็นเคล็ดลับความอร่อย คือ น้ำเชื่อมที่ต้มเม็ดบัวลอยนั้น ความหวานอยู่ในระดับมีชาติตระกูล และสมเหตุสมผล ไม่ทำให้ลิ้นตกใจ

เมื่อผสมกับกะทิสดที่ราดลงไป จึงทำให้คำว่า ‘อร่อย’ ปรากฏขึ้นบนถ้วยขนมบัวลอย

วันไหนโชคดี ที่ร้านก็จะมีมะพร้าวกะทิเป็นเครื่องใส่ลงในบัวลอยเพิ่มให้ ยิ่งกลายเป็นเหมือนรูดบัตรเครดิต แล้วได้พ้อยท์คูณสิบเท่า เพราะความอร่อยได้ทะยานดีดตัวขึ้นพรวดๆ

ร้านนี้ขายช่วงสายๆ พอถึงบ่ายสองโมงกว่าๆ บัวลอยก็หมดเกลี้ยง บางครั้งไปถึงที่ร้าน บัวลอยก็หมดเสียแล้ว เพลงท่อนนี้ก็ลอยมา “บัวลอยเจ้าเพื่อนยาก ทำไมจากข้าเร็วเกินไป”

ร้านนี้อยู่ริมถนนเจริญนคร ระหว่างซอย 12 และ 14 เป็นเพิงสังกะสีอยู่หน้าปากซอยที่ไม่มีป้ายชื่อ แต่คนย่านนี้ ให้เกียรติคุณน้าเจ้าของร้าน จึงสถาปนาชื่อซอยอย่างไม่เป็นทางการว่า ‘ซอยบัวลอย’
ใครที่ชื่นชอบขนมหวานไทยๆ แบบเรียบง่าย แบบบ้านๆ ไม่ประดิษฐ์ ไม่มีจริต ขอแนะนำร้านนี้ ร้านนี้ไม่ได้ดังออกสื่อ ไม่ได้อยู่ในหนังสือรวมเล่มของอร่อย เพราะคุณน้าเจ้าของร้านไม่อยากจะโด่งดัง

นางเปิดใจเล่าให้ฟัง นางกลัวว่าถ้าทำตัวเป็นร้านดัง ลูกค้ามากันมากมาย นางจะดูแลได้ไม่ทั่วถึง และเป็นห่วงว่าคุณภาพความอร่อยจะลดลงเพราะต้องทำปริมาณมาก (นางตอบสวย เหมือนเชฟระดับรางวัลยางรถ) ส่วนตัวอยากบอกว่า ร้านนี้ไม่ดัง แต่อร่อยมาก เกือบลืมบอกไป ทุกคนที่มาที่เพิงสังกะสีของบัวลอยร้านนี้ คุณน้าจะเสิร์ฟน้ำใบเตยเย็นๆ ให้ดื่มชื่นใจ และฟรีด้วยค่ะ บรรยากาศการเสิร์ฟน้ำใบเตยแบบนี้ เกือบลืมไปหมดแล้วในมหานครเมืองหลวงของเรา

ป.ล. คุณน้าไม่อยากโด่งดัง แต่ทุกวัน นางก็ปั้นบัวลอยขาย ไม่ต่ำกว่า 300 ถ้วย นะคะ
________________________________
บทความ: ซังกุงนอกวัง
Illustrator: Rawin Jarureangsri
Photos Cr.: ซังกุงนอกวัง