• GEN Facebook
    Facebook Pagelike Widget

เลาะ บ้าน ผ่าน เวียง: จักรยานสีแดงกับบทเพลงทะเลใจ

เย็นวันหนึ่ง ภายหลังปิดร้าน แหงนมองท้องฟ้าเหนือทุ่งนาข้างบ้าน เมฆสีรุ้งส่องประกายอยู่ขอบฟ้าตะวันตก ให้นึกอยากปั่นจักรยานขึ้นมาจับใจ

เดินไปหาเจ้าสองล้อสีแดง ยื่นนิ้วกดล้อเช็คลมยาง ล้อหลังไม่มีปัญหา ล้อหน้าแม้ลมยางอ่อนแต่ก็พอจะบดไปได้ ออกจากหน้าบ้าน ค่อยๆ ปั่นไปตามถนนลาดยางในหมู่บ้าน เลาะผ่านทุ่งนา เห็นฝูงนกทุ่งบินโฉบเฉี่ยวร่าเริง หนุ่มไทยกับสาวฝรั่งคู่หนึ่งยืนชมทุ่งนาอยู่เงียบๆ ฟ้าเบื้องตะวันตกคล้ายเปลี่ยนเป็นสีชมพูอ่อนหวานขึ้นมาทันใด

ผมหยุดทักทายพวกเขานิดหน่อยด้วยก่อนหน้าไม่กี่นาทีทั้งสองคนเพิ่งมานั่งจิบกาแฟและชมหนังสือในร้านหนังสือที่เล็กมากๆของผม ซึ่งสาวฝรั่งได้ทิ้งข้อสังเกตอันน่าสนใจไว้ว่า หนังสือในเมืองไทย ทำไมนิยมใช้ภาษาอังกฤษอยู่บนปกกันจัง ทั้งที่เนื้อหาข้างในมีแต่ภาษาไทย เธอบอกว่าตอนมาประเทศไทยใหม่ๆ เธอดีใจที่จะได้รู้จักไทยแลนด์ผ่านเรื่องราวต่างๆ จากในหนังสือโดยไม่ยากเย็นนัก เพราะทุกครั้งที่เดินเข้าร้านหนังสือ เธอเห็นหนังสือลักษณะนี้เต็มไปหมด แต่พอหยิบขึ้นมาและพลิกหน้ากระดาษเข้าไปข้างในก็ผิดหวังอยู่เรื่อย ผมยิ้มให้เธอ ตอบกลับไปเพียงว่า อยู่ประเทศนี้นานๆ ก็เข้าใจเองแหละ!

จักรยานวิ่งเฉื่อยๆ ไปบนถนนคอนกรีตเล็กแคบ ผ่านเข้าอีกหมู่บ้าน ปากทางเข้าหมู่บ้านมีร้านเหล้าตอง เจ้าของร้านกำลังดึงประตูเหล็กม้วนลงพอดี ร้องถามเจ้าของร้านว่าทำไมปิดเร็วจัง แกตอบ “วันนี้นั่งเงียบทั้งวัน สงสัยบ่มีคนถูกหวย” หัวเราะให้กับคำพูดของป้า แต่รู้สึกจุกๆ กับสภาพเศรษฐกิจที่เห็นและเป็นอยู่ในทุกวันนี้

ทางข้างหน้าเริ่มขรุขระ ถนนชำรุดทั้งที่เพิ่งสร้างได้ไม่กี่ปี ผมต้องออกแรงปั่นเพิ่มขึ้น สภาพยางล้อหน้าฉุดให้รถหนืดหนัก แต่ก็ปั่นไปจนถึงร้านอาหารตามสั่ง ยิ้มให้ป้าเจ้าของร้าน สั่งไก่ผัดพริกสดไข่เจียว เลือกโต๊ะตามสะดวกเพราะไม่มีลูกค้ารายอื่น ที.วี.ขนาด 14 นิ้วตั้งอยู่ฟากตรงข้าม วันนี้ป้าแกเปิดซีดี คอนเสิร์ตคาราบาวกำลังเล่นเพลง ‘ชีวิตสัมพันธ์’ ภาพหมู่นักร้องระดับตำนานยืนกอดคอกันร้องเพลง

ป้ายกจานข้าวมาวาง ไข่เจียวเหลืองกรอบโปะอยู่บนไก่ผัดพริกสด กลิ่นกรุ่นอวล ซีดีเล่นเพลงต่อไป สะดุดบ้างเป็นบางจังหวะ เดินไปชั้นวางหนังสือพิมพ์ เห็นมีแต่ไทยรัฐ เลือกหยิบฉบับเก่าเก็บฉบับหนึ่งขึ้นมา ภาพในหลวง ร.9 เด่นหราเต็มหน้า 1 อ่านแคปชั่นแล้วรู้สึกเศร้า รีบเปิดหน้าถัดไป หยุดที่คอลัมน์ของกิเลนประลองเชิง เป็นตอนที่เขียนถึงอานุภาพของบทเพลง หยิบกลับมานั่งอ่านพร้อมตักข้าวเข้าปาก ค่อยๆเคี้ยว เสียงอ่านบทกวีดังมาจากคอนเสิร์ตในที.วี. เสียงนั้นคุ้นหู

“เติมสีฟ้าอีกนิดนะทะเล
แล้วจะเห่ลมให้ระลอกคลื่น
หลับอยู่ในความฝันทั้งวันคืน
ฉันอยากชื่นฉ่ำประกายกับสีฟ้า..
..
เติมความรักสักหน่อยนะหัวใจ
เติมความหวังให้ไกลอย่าให้สิ้น
เพื่อหยัดอยู่สู้ท้าเถื่อนธรณิน
เพื่อแผ่นดินจะงดงาม…ด้วยความรัก”

จบบทกวี เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ผิวขลุ่ยอินโทรเข้าสู่เพลงเดือนเพ็ญ แอ๊ด คาราบาว สอดเสียงร้อง “กองไฟ สุมควายตามคอก คงยังไม่มอดดับดอก จันทร์เอยช่วยบอกให้ลมช่วยเป่า..” เป็นอีกบทเพลงที่ฉายภาพชัดเจน การกระทำทุกสิ่งอย่างในเพลงนี้ล้วนเคยผ่านมาแล้วในวันวัยของชีวิต

ตักข้าวเข้าปากในท่วงทำนองอ้อยสร้อย เดือนเพ็ญจบ หันมาจ้องหน้ากระดาษต่อ กิเลน ประลองเชิง สรุปบทความของเขาว่า พลังเสียงเพลงนั้น ได้พิสูจน์มาแล้ว กดดันหัวใจ ให้เหงา เศร้า ปลุกปลอบ ให้ฮึกเหิมสู้ หรือกระตุ้นให้บ้าคลั่ง ก่อสงครามกลางเมืองขึ้นเมื่อใดก็ได้ทุกเมื่อ

สิ้นเสียงขลุ่ยของกวีเนาวรัตน์ ต่อด้วยอินโทรกีตาร์เนียนหู จากนั้นเป็นเสียงแอ๊ด คาราบาว “แม้ชีวิตได้ผ่านเลยวัยแห่งความฝัน วันที่ผ่านมาไร้จุดหมาย..” ข้าวในปากค่อยๆถูกบด นึกในใจ ใครนะช่างร้อยเรียงบทเพลงในคอนเสิร์ตนี้ได้เหมาะเจาะกับจังหวะชีวิตเหลือเกิน..แต่ยังหรอก เรายังไม่ได้เลยวัยแห่งความฝันสักหน่อย ความฝันไม่มีวันหมดอายุ!

คอฝืดจนกลืนต่อไม่ไหว อาการอยากดื่มเบียร์จู่ปะทะ แต่ร้านป้าไม่มีขาย ดวดน้ำเย็นหมดแก้ว จ่ายเงินค่าข้าว 40 บาทแล้วรีบจูงจักรยานออกมา บทเพลง ‘ทะเลใจ’ ยังไล่หลังให้ได้ยิน..

“ทุกชีวิตดิ้นรนค้นหาแต่จุดหมาย ใจในร่างกายกลับไม่เจอ..”

เปลี่ยนมาเดินจูงจักรยานสีแดง ไม่อยากบดล้อหน้าให้แบนบี้มากไปกว่านี้ กะแวะซื้อเบียร์สักกระป๋องแต่ร้านชำเหมือนนัดกันปิด เดินจนพ้นหมู่บ้าน ทางข้างหน้าปลอดแสงไฟ ลมบางๆโชยพัด แหงนมองท้องฟ้าพลบค่ำ จันทร์เสี้ยวลอยโดดเดี่ยว แต่คล้ายกำลังส่งยิ้มแจ่มใส ดวงดาวเล็กๆ ส่องแสงระยิบระยับอยู่ในตำแหน่งของตัวเองอยู่เงียบๆ แต่ทุกดวงก็ช่วยกันทำหน้าที่แต้มแต่งท้องฟ้าให้พร่างพราวเปี่ยมความหมาย ผมรู้สึกสุขสงบอย่างประหลาด

กลับถึงบ้าน เหงื่อซึมตามรูขุมขน ตรงไปที่ชั้นวางขวด – แก้ว ยกขวดเหล้าเก่าเก็บขึ้นส่อง ไม่เห็นน้ำสีอำพันเหลือติดก้นแม้แต่ขวดเดียว เดินกลับไปเปิดตู้เย็น เผื่อมีเบียร์หลงหูหลงตา แต่ผิดหวังตามระเบียบ ก่อนปิดตู้ แขนสะบัดไปโดนขวดนมเมจิขนาด 830 มิลลิลิตร ดึงขวดขึ้นมาดูวันหมดอายุ วันสุดท้ายแล้วสินะ ยังไม่ได้เปิดฝาขวดอีกต่างหาก เอาวะ เปลี่ยนจากดื่มแอลกอฮอล์ มาเป็นนมสด 100% ดูสักวัน ฉลองการค้นพบ ‘ทะเลใจ’ ของตนเองแบบไร้แอลกอฮอล์ก็ไม่เห็นจะแปลกอะไร

…………………..
บทความ: ประยูร หงษาธร