• GEN Facebook
    Facebook Pagelike Widget

สังคมกังขา…แอมเนสตี้ประณามการประหารผู้ก่อการร้าย โอมชินริเคียว

เป็นอีกครั้งที่องค์กรนิรโทษกรรมสากล หรือ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ออกมาแถลงการณ์ประณามการประหารชีวิตโดยขัดแย้งกับความรู้สึกของประชาชนทั่วไป

และทำให้ผู้คนรู้สึกกังขากับจุดยืนในการเรียกร้องสิทธิมนุษยชนให้กับนักโทษคดีร้ายแรงจากทั่วทุกมุมโลก โดยในครั้งนี้ก็คือ การประณามการประหารชีวิต 7 สมาชิกลัทธิโอมชินริเคียว!!!

โดยเมื่อเช้าวันที่ 6 ก.ค. ข่าวการประหาร 7 สมาชิกลัทธิโอมชินริเคียว รวมถึงเจ้าลัทธิ นาย จิซุโอะ มัสซึโมโตะ ที่มีส่วนในปฏิบัติการสังหารหมู่ในสถานีรถไฟใต้ดินกรุงโตเกียว ด้วยการใช้ก๊าซพิษซาริน ในปี พ.ศ. 2538 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 13 คนและบาดเจ็บกว่า 6,000 คน โดยข่าวนี้ถือว่าเป็นข่าวที่ได้รับความสนใจในระดับโลก

ในขณะที่แอมเนสตี้ ได้ออกแถลงการณ์ประณามการประหารในครั้งนี้ว่า “ไม่ยุติธรรม” และ “เป็นการทำลายสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง”

จิซุโอะ มัตซึโมโตะ เจ้าลัทธิโอมชินริเคียว

 

ภาพข่าวเหตุการณ์การปล่อยแก๊สพิษซาริน มีผู้เสียชีวิต 13 คน และผู้บาดเจ็บกว่า 6000 คน

 

แถลงการณ์แอมเนสตี้ต่อการประหารสมาชิกโอมชินริเคียว

แอมเนสตี้แถลงในเว็บไซต์ของตนทันที หลังจากมีข่าวการประหารชีวิต 7 สมาชิกโอมชินริเคียว ภายใต้ชื่อหัวข้อเรื่อง “การประหาร 7 สมาชิกโอมชินริเคียว ความล้มเหลวของกระบวนการยุติธรรม” (Executions of seven Aum cult members fails to deliver justice)

ฮิโรโกะ โชจิ เจ้าหน้าที่แอมเนสตี้ระบุว่า สมาชิกโอมชินริเคียวควรได้รับการลงโทษ “แต่การประหารชีวิตไม่ควรถูกนำมาใช้” และยังกล่าวต่อว่า “ความยุติธรรมต้องการความรับผิดชอบ ในขณะเดียวกันก็ต้องเคารพสิทธิมนุษยชนของทุกคน การลงโทษประหารชีวิต ไม่เคยทำให้เกิดความยุติธรรมดังกล่าว เนื่องจากว่ามันเป็นการทำลายสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง”

เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ได้มีข้อเรียกร้องจากกลุ่มนักสิทธิมนุษยชนถึงรัฐบาลญี่ปุ่น ให้ทำการยกเลิกการประหารชีวิต ซึ่งรัฐบาลญี่ปุ่นก็ได้ตอบปฏิเสธไป ขณะที่เจ้าหน้าที่แอมเนสตี้ประจำญี่ปุ่น แถลงกดดันรัฐบาลญี่ปุ่นว่า “แทนที่รัฐบาลจะบอกว่าการประหารเป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะประชาชนเรียกร้อง รัฐบาลญี่ปุ่นควรเปลี่ยนแปลง เพื่อแสดงออกถึงความเป็นผู้นำในการรักษาสิทธิมนุษยชนแทน”

 

แถลงการณ์ประณามการประหารชีวิตในช่วงเดือนที่ผ่านมา

หลังจากที่แอมเนสตี้แถลงการณ์ประณามการประหารชีวิตนาย ธีรศักดิ์ อายุ 26 ปี ผู้ต้องขังในคดีฆ่าผู้อื่นอย่างทารุณโหดร้ายเพื่อชิงทรัพย์ เมื่อวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา ว่าเป็นเรื่อง “น่าละอาย” และทำให้ประเทศไทย “ก้าวถอยหลัง” จนนำไปสู่กระแสความไม่พอใจต่อองค์กรแอมเนสตี้เป็นอย่างมาก จนถึงขั้นมีการรุมถล่มในโลกโซเชียลและเว็บไซต์ข่าวเกี่ยวกับแอมเนสตี้อย่างกว้างขวาง

ประกอบกับในสัปดาห์ถัดมา วันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2561 ศาลอินโดนีเซียตัดสินประหารชีวิต นาย อามัน อับดุลเลาะห์มาน แกนนำกลุ่ม JAD หรือ IS ในอินโดนีเซีย ที่บงการการลอบวางระเบิดโบสถ์คริสต์ อพาร์ทเมนท์ และสำนักงานตำรวจ ในปี พ.ศ. 2559 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 28 คน บาดเจ็บ 50 คน โดยแอมเนสตี้ก็ออกโรงประณามการประหารชีวิตครั้งนี้ว่า เป็นการลงโทษที่ “ต่ำช้า” และไม่เคารพสิทธิมนุษยชนเช่นกัน ทำให้ผู้คนในสังคมรู้สึกไม่พอใจ และตั้งคำถามต่อพฤติกรรมของแอมเนสตี้ว่า “ปกป้องแต่สิทธิของโจร” หรืออย่างไร ?

 

แอมเนสตี้กับวาระแฝงและปฏิบัติการทางการเมือง

ทั้งนี้เริ่มมีกระแสที่วิจารณ์องค์กรอย่างแอมเนสตี้ และองค์กรที่อ้างเรื่องสิทธิมนุษยชน ว่ารับเงินจากกลุ่มโลกาภิวัฒน์นิยม (Globalism) และนักเก็งกำไรค่าเงินอย่างนาย จอร์จ โซรอส ผ่านมูลนิธิ Open Society รวมถึงหน่วยงานที่อยู่ภายใต้การดูแลของรัฐบาลของชาติมหาอำนาจอย่าง NED, Freedom House และพันธมิตรอื่นๆ เช่น Heinrich Boell Foundation ซึ่งเป็นพันธมิตรของ NED ในเยอรมัน เป็นต้น

โดยเริ่มมีกระแสวิพากษ์ว่า องค์กรเหล่านี้อ้างหลักการสวยๆ อย่าง สิทธิมนุษยชน, เสรีภาพ, ประชาธิปไตย ฯลฯ เพื่อนำมาใช้เป็น “วาทกรรมการเมือง” ในการเคลื่อนไหว กดดัน และบีบให้ประเทศต่างๆ ขยับไปในทิศทางที่กลุ่มของตนเองต้องการ แม้ว่าหลายครั้งจะขัดแย้งต่อความเห็นของคนส่วนใหญ่ในสังคมเหล่านั้นก็ตาม…

ทั้งนี้ถ้าเราย้อนกลับไปดูเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ จะพบได้ว่าองค์กรแอมเนสตี้ ได้ออกมาเคลื่อนไหวประเด็นทางการเมืองและสังคมอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการนิรโทษกรรม แต่กลายเป็นเรื่องของการแทรกแซงกิจการการเมือง หรือมีการปลุกระดมในหลายประเทศอยู่บ่อยครั้ง

กรณีประเทศไทย ก่อนหน้านี้ในปี พ.ศ. 2559 แอมเนสตี้ได้ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง ร่วมกับกลุ่มและเพจทางการเมืองอย่าง พลเมืองต่อต้าน Single Gateway, เครือข่ายพลเมืองเน็ต หรือ Thai Netizen Network, iLaw, ประชาไท, The Matter, DMC (ช่องธรรมกาย), กลุ่มเสรีธรรมศาสตร์เพื่อประชาธิปไตย หรือ LLTD (หรือที่ชาวบ้านคุ้นเคยกันในชื่อของ “กลุ่มจ่านิว”) รวมถึงนักเขียนการ์ตูนในโลกโซเชียลอีกหลายคน

โดยมีการอ้างว่า ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 คือการสร้างระบบ Single Gateway ที่รัฐบาลจะมีอำนาจในการควบคุมข้อมูลข่าวสารและแอบดูข้อมูลของพลเมืองได้อย่างไม่มีขีดจำกัด!!!

(ซึ่งในความเป็นจริง…คำกล่าวอ้างทั้งหลายของกลุ่มการเมืองเหล่านี้ ห่างไกลกับข้อเท็จจริงในเนื้อหาสาระของ พรบ. คอมพิวเตอร์ฉบับดังกล่าวอย่างสิ้นเชิง เพราะจนถึงปัจจุบันนี้ พรบ. คอมพิวเตอร์ ฉบับดังกล่าวก็ถูกบังคับใช้มาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2560 ซึ่งเป็นเวลากว่า 1 ปีแล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นว่าประชาชนทั่วไปจะได้รับความเดือดร้อนจาก พรบ. คอมพิวเตอร์ฉบับนี้อย่างไร? ไม่นับการบิดเบือนทั่วไปที่เห็นไปในโลกออนไลน์ทุกวี่ทุกวัน!!)

พลเมืองเน็ต-แอมเนสตี้ บุกสภาฯยื่น4หมื่นชื่อ ชะลอพ.ร.บ.คอมฯ-หยุด Single Gateway ในปี พ.ศ.2559
ที่มา: https://www.matichon.co.th/politics/news_203228

ในครั้งนั้น สมาชิกแอมเนสตี้ มีการแถลงการณ์และจัดกิจกรรมหน้ารัฐสภา ด้วยการใส่เสื้อสัญลักษณ์ขององค์กร มีการชูป้าย มีการจัดวางคอมพิวเตอร์แลปท็อป และข้อความตัวโตๆ ว่า “หยุด Single Gateway” ซึ่งก็ทำให้สังคมเริ่มกังขาว่าตกลงแล้ว แอมเนสตี้กำลังทำอะไรกันอยู่?

ส่วนในต่างประเทศ แอมเนสตี้ ได้ถูกโจมตีในเรื่องการเข้าไปแทรกแซงการเมืองของประเทศต่างๆ เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่ไม่ดำเนินตามค่านิยมของประเทศตะวันตก อย่าง จีน อินเดีย รัสเซีย ยุโรปตะวันออก ละตินอเมริกา ซึ่งมักจะตกเป็นเป้าโจมตีของแอมเนสตี้อยู่บ่อยครั้ง เช่น

– ปี พ.ศ. 2550 ในการจัดแข่งคริกเก็ตชิงแชมป์โลกที่ศรีลังกา แอมเนสตี้ออกแคมเปญ “ศรีลังกา, กรุณาเล่นตามกฎ” (Sri Lanka, Play by the Rules) โดยเป็นวาระแฝงเพื่อกดดันรัฐบาลศรีลังกา ที่แอมเนสตี้ระบุว่ามีปัญหาเรื่องสิทธิมนุษยชน ซึ่งในครั้งนั้นชัดเจนว่า แอมเนสตี้ จงใจ “โหน” มหกรรมกีฬาเพื่อวาระแฝงทางการเมืองของตนเองอย่างชัดเจน

– วันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2561 รัฐบาลไอร์แลนด์ได้จัดประชามติ เรื่องการยกเลิกกฎหมายห้ามการทำแท้ง ซึ่งตลอดช่วงปลายปี พ.ศ. 2560 จนถึงก่อนการลงประชามติ แอมเนสตี้ได้ออกโรงสนับสนุนให้ยกเลิกกฎหมายห้ามทำแท้งอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ฝ่ายคัดค้านได้เปิดเผยว่าแอมเนสตี้เพิ่งจะรับเงินบริจาคจากจอร์จ โซรอส มาเป็นจำนวน 137,000 ยูโร (ประมาณ 5.3 ล้านบาท) เพื่อมาขับเคลื่อนการรณรงค์ครั้งนี้ ซึ่งแอมเนสตี้ก็ยอมรับว่าผิดกฎหมายของไอร์แลนด์ ก่อนจะคืนเงินดังกล่าวไปเพื่อยุติข้อครหา

ป้ายรณรงค์ของแอมเนสตี้ ให้ยกเลิกกฎหมายห้ามทำแท้งเสรี ในไอร์แลนด์
ที่มา: https://www.rt.com/news/412532-amnesty-probe-abortion-soros-fund/

 

แถลงการณ์กลุ่ม Youth Defence ในไอร์แลนด์ ที่ต่อต้านการทำแท้ง และโจมตีการทำงานของแอมเนสตี้และโซรอส
ที่มา:https://twitter.com/YouthDefence/status/939186113222205440/photo/1?ref_src=twsrc%5Etfw%7Ctwcamp%5Etweetembed%7Ctwterm%5E939186113222205440&ref_url=https%3A%2F%2Fwww.rt.com%2Fnews%2F412532-amnesty-probe-abortion-soros-fund%2F

 

– ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ.2561 ที่ผ่านมา รัฐบาลฮังการีออกกฎหมายตรวจสอบและควบคุมการทำงานของกลุ่ม NGO ในประเทศ ในชื่อ “กฎหมายหยุดยั้งโซรอส” หรือ “Stop Soros Law” โดยตั้งชื่อตามนายจอร์จ โซรอส ผู้ซึ่งเกิดในฮังการีและให้การสนับสนุนเงินทุนกลุ่ม NGO ที่แทรกแซงการทำงานของภาครัฐในประเทศฮังการี โดยกลุ่มแอมเนสตี้ออกมาประท้วงต่อต้านกฎหมายดังกล่าว รวมไปถึงผู้เชี่ยวชาญจากคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรปบางรายที่ออกมากดดันให้รัฐบาลฮังการียกเลิกกฎหมายดังกล่าว สอดประสานกับการเคลื่อนไหวของแอมเนสตี้ เป็นต้น

 

บทส่งท้าย

เราจะเห็นได้ว่าที่ผ่านมาองค์กรอย่างแอมเนสตี้ไม่เพียงประณามการประหารชีวิต และพยายามปกป้องสิทธิมนุษยชนของผู้ก่อคดีร้ายแรง ผู้ก่อการร้าย ฆาตกรเลือดเย็น ฯลฯ จนทำให้สังคมรู้สึกไม่พอใจกับการทำงานของแอมเนสตี้อย่างกว้างขวาง

แต่แอมเนสตี้ยังมี “วาระแฝงทางการเมือง” (Political Hidden agenda) ในการออกมารณรงค์และเคลื่อนไหวเรื่องการเมืองในประเทศต่างๆ ซึ่งมักจะสอดประสานรับไปกับพวกกลุ่มโลกาภิวัฒน์นิยม ที่ต้องการถอดรื้อระบบคุณค่าหรือค่านิยมออกไปจากสังคมเดิม แล้วสร้างค่านิยมใหม่ที่สอดรับต่อการ “กำหนดมาตรฐานจริยธรรมและอุดมการณ์ทางการเมือง” ให้เป็นไปตามที่พวกเขาต้องการ

แต่ในปัจจุบัน จากการเข้าถึงสื่อออนไลน์ที่ง่ายขึ้น ผู้คนรับสารได้สะดวกขึ้น ทำให้ผู้คนในหลายสังคม เริ่มตั้งคำถามต่อการทำงานขององค์กรอย่างแอมเนสตี้ รวมถึงเริ่มมีกระแสวิพากษ์องค์กรเหล่านี้ว่าตกลงแล้วองค์กรเหล่านี้กำลังทำอะไรกัน และสรุปแล้วองค์กรเหล่านี้ คือ “เครื่องมือทางการเมือง” ที่ถูกนำมาใช้ควบคุมเกมการกำหนดระบบศีลธรรมในเวทีการเมืองโลก ใช่หรือไม่?

 

อ้างอิงและเอกสารประกอบ:

แอมเนสตี้แถลงการณ์ประณามการประหารชีวิต 7 สมาชิกลัทธิโอมชินริเคียวที่ก่อเหตุสังหารหมู่
https://www.amnesty.org/en/latest/news/2018/07/japan-aum-cult-executions-fails-to-deliver-justice/

แอมเนสตี้แถลงการณ์ประณามการประหารชีวิตในไทยครั้งแรกในรอบ 9 ปี ระบุเป็นเรื่องน่าละอาย และชวนไว้อาลัยให้นักโทษประหาร
https://www.thairath.co.th/content/1311917
https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_1234503

แอมเนสตี้แถลงการณ์ประณามศาลอินโดนีเซียที่ตัดสินประหารชีวิตผู้ก่อการร้ายในเหตุสังหารหมู่
https://www.posttoday.com/world/555661

แอมเนสตี้ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองโดยอ้างเรื่อง Single Gateway
https://www.amnesty.or.th/latest/news/65/

แอมเนสตี้ผิดหวัง สนช. ผ่านร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ขอบคุณผู้ร่วมลงชื่อคัดค้าน ออกปกป้องสิทธิตนเอง-ผู้อื่น
https://www.springnews.co.th/view/9403

แอมเนสตี้ออกแคมเปญกดดันศรีลังกาในการแข่งกีฬาคริกเก็ตชิงแชมป์โลก
http://www.colombopage.com/archive_07/April5213540CH.html

แอมเนสตี้สนับสนุนการลงประชามติยกเลิกกฎหมายห้ามทำแท้งในไอร์แลนด์
https://www.amnesty.org/en/latest/news/2018/05/irish-expats-come-home-to-vote-for-abortion/
https://www.amnesty.org/en/latest/news/2018/05/ireland-abortion-referendum-is-historic-opportunity-to-vote-for-equality-compassion-and-dignity/

ข่าวการสนับสนุนเงินของนักโจมตีค่าเงินอย่างจอร์จ โซรอส ให้กับแอมเนสตี้
https://www.irishtimes.com/news/social-affairs/soros-donation-helped-to-boost-amnesty-s-revenue-by-8-1.3355091

แอมเนสตี้ออกมาแถลงว่าเงินบริจาคในปีนั้นของโซรอส ไม่ได้ถูกเอาไปใช้ในการรณรงค์
https://www.irishtimes.com/news/social-affairs/amnesty-insists-soros-funding-not-for-use-in-referendum-campaign-1.3457104

กลุ่ม Pro-Life ที่คัดค้านการทำแท้ง ออกมาประณามแอมเนสตี้ว่าเคลื่อนไหวโดยใช้เงินของโซรอสมาทำงานการเมือง
https://twitter.com/YouthDefence/status/939186113222205440/photo/1?ref_src=twsrc%5Etfw%7Ctwcamp%5Etweetembed%7Ctwterm%5E939186113222205440&ref_url=https%3A%2F%2Fwww.rt.com%2Fnews%2F412532-amnesty-probe-abortion-soros-fund%2F

แอมเนสตี้ออกโรงประณามและคัดค้านกฎหมายตรวจสอบและควบคุมการทำงานของ NGO ภายใต้กฎหมายหยุดยั้งโซรอส
https://www.chron.com/news/world/article/Council-of-Europe-experts-Hungary-must-repeal-13017009.php
https://www.amnesty.ie/hungary-authorities-must-stop-new-attempt-choke-civil-society/
https://www.amnesty.org/en/latest/news/2018/06/hungary-draconian-anti-ngo-law-will-be-resisted-every-step-of-the-way/

…………………………………………..
บทความ: กิตติธัช ชัยประสิทธิ์
Illustrator: vaporize