• GEN Facebook
    Facebook Pagelike Widget

ไม่โหดอย่างที่คิด บอลโลกพลิกรัสเซีย

มหกรรมฟุตบอลโลกปี 2018 ได้สิ้นสุดลงแล้ว พร้อมกับความชื่นชมยินดีของทั้งผู้เล่นแต่ละทีม แฟนบอลที่ส่งแรงเชียร์ให้ทีมชาติของตนในสนาม รวมไปถึงหลายทีมที่เล่นได้ดีจนชนะใจแฟนบอลต่างชาติได้

        แต่คนที่ได้รับประโยชน์จากมหกรรมฟุตบอลโลกครั้งนี้มากที่สุด เห็นจะหนีไม่พ้นเจ้าภาพอย่าง รัสเซีย ที่การเป็นเจ้าภาพจัดฟุตบอลได้ทำลายอคติ และความหวาดกลัวที่ชาวต่างชาติมีต่อรัสเซีย ผ่านการปลุกเร้าของสื่อกระแสตะวันตก ลงไปอย่างสิ้นเชิง

การโจมตีและสร้างความหวาดกลัวโดยสื่อ      

      โรคหวาดกลัวรัสเซีย หรือ Russophobia ถูกสร้างขึ้นมาจากการเมืองระหว่างประเทศตลอดระยะเวลาหลายปี รวมไปถึงการประกาศคว่ำบาตรรัสเซียของสหรัฐอเมริกาและยุโรปที่ทำต่อรัสเซียเมื่อปี ค.ศ. 2014 (ซึ่งจบลงที่ยุโรปเจ็บหนัก เนื่องจากรัสเซียประกาศคว่ำบาตรสินค้าเกษตรจากยุโรปคืน ทำให้เกษตรกรและผู้ผลิตอาหารในยุโรป ออกมาประท้วงรัฐบาลชาติของตนกันยกใหญ่)

       ฟุตบอลโลกครั้งนี้เป็นอีกครั้งที่สื่อตะวันตก รวมถึงนักการเมืองโดยเฉพาะในอังกฤษ ออกมาโจมตีรัสเซียในฐานะเจ้าภาพบอลโลกครั้งนี้ก่อนที่ฟุตบอลโลกจะเริ่มเป็นปีๆ ตัวอย่างเช่น Boris Johnson อดีต รมต.กระทรวงต่างประเทศ ที่เพิ่งพ้นตำแหน่งไปเมื่อสัปดาห์ก่อนหน้านี้ ได้เคยออกมาให้สัมภาษณ์โจมตี โดยเปรียบเทียบว่า ปูตินก็คงจัดงานครั้งนี้เหมือนกับที่ “ฮิตเลอร์จัดโอลิมปิคปี ค.ศ. 1936”

 

นาย Boris Johnsonออกมาโจมตีการจัดฟุตบอลโลกองรัสเซีย
และเตือนแฟนบอลอังกฤษว่าอย่าไปร่วมงาน
ที่มา: https://www.theguardian.com/football/2018/mar/21/boris-johnson-compares-russian-world-cup-to-hitlers-1936-olympics

 

 

       นอกจากนี้ นายจอห์นสันยังแนะนำให้ทางภาครัฐแจ้งเตือนแฟนบอลทีมชาติอังกฤษ ว่าอย่าเดินทางไปชมงานนี้ เพราะจะไม่ปลอดภัย หรือกรณีเอียน ออสติน (Ian Austin) ผู้แทนจากพรรคแรงงาน ที่เคยออกมาเสนอว่า ให้อังกฤษถอนตัวจากมหกรรมฟุตบอลโลกที่รัสเซียเป็นผู้จัดในครั้งนี้ [1]

       หรือการที่สื่อแท็บลอยด์หลายสำนักในอังกฤษ ออกมาพาดหัวสร้างความหวาดกลัวต่อรัสเซีย เช่น Daily Star ลงข่าวหาว่าปูตินสั่งให้ฮูลิแกนรัสเซียทำร้ายแฟนบอลอังกฤษ [2] The Mirror ลงข่าวว่าตำรวจอันธพาลของรัสเซีย (Thuggish Russian Police) เตรียมเล็งทำร้ายแฟนบอลอังกฤษ [3] The Sun ระบุว่าแฟนบอลอังกฤษอาจถูกทหารม้าคอสแซคในรัสเซียใช้แส้เฆี่ยน หากสร้างความวุ่นวายในมอสโก และไม่เพียงแต่แท็บลอยด์เท่านั้น แม้แต่สื่อกระแสหลักของอังกฤษอย่าง The Telegraph ก็ยังปลุกกระแสเรื่องนี้ด้วย [4]

 

ข่าวตำรวจอันธพาลของรัสเซียเตรียมเล่นงานแฟนบอลอังกฤษ จากสำนักข่าว The Mirror
ที่มา: https://www.mirror.co.uk/news/politics/thuggish-russian-police-could-target-12505517

 

ข่าวแฟนบอลอังกฤษอาจโดนทหารม้าคอสแซคเฆี่ยนด้วยแส้ จากสำนักข่าว The Telegraph
ที่มา: https://www.telegraph.co.uk/news/2018/05/30/british-fans-could-face-whips-vladimir-putins-storm-troopers/

 

ข่าว The Guardian รายงานว่ากลุ่มความหลากลายทางเพศอาจเป็นอันตรายเมื่อไปงานฟุตบอลโลกที่รัสเซีย
ที่มา:https://www.theguardian.com/uk-news/2018/jun/08/world-cup-england-gay-lgbt-fans-safety-risk-russia-say-mps

สิ่งที่แฟนบอลได้พบในความเป็นจริงที่รัสเซีย

         แต่ทันทีที่มหกรรมฟุตบอลโลกเริ่มขึ้น เมื่อแฟนบอลจากทั่วโลกเข้าไปเที่ยวและเยี่ยมชมการแข่งขันในรัสเซีย ก็ทำให้แฟนบอลจากชาติยุโรป โดยเฉพาะอังกฤษ ประหลาดใจและออกมาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า สื่อในประเทศตัวเองสร้างความหวาดกลัวรัสเซียให้กับชาวอังกฤษจนเกินจริง ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้น เมื่อผู้คนได้มาสัมผัส มาพบเห็นด้วยตนเอง จากประสบการณ์ตรง ที่แตกต่างจากภาพอันเลวร้ายที่สื่อตะวันตกรายงาน[5]

ในขณะที่ประธานฟีฟ่า Gianni Infantino กล่าวว่า “ฟุตบอลโลกครั้งนี้ เป็นครั้งที่ดีที่สุดที่เคยจัดมา”และ รัสเซียได้เปิดมุมมองของชาวโลกที่มีต่อประเทศรัสเซียขึ้นใหม่ [6]

 

ในขณะที่ Victor Montagliani รองประธานฟีฟ่าให้สัมภาษณ์สื่อว่า การจัดฟุตบอลโลกครั้งนี้ รัสเซียจัดการสิ่งต่างๆ ได้อย่างยอดเยี่ยม พวกเขาต้อนรับแฟนบอลจากทั่วโลกได้อย่างดี และ “พวกเขาสร้างมาตรฐานไว้สูงมากสำหรับเจ้าภาพฟุตบอลโลกในครั้งถัดไป” [7]

 

การโจมตีเรื่องชาติพันธุ์ของทีมชาติรัสเซียจากสื่อตะวันตก

       ในอีกด้าน สื่อตะวันตกที่สร้างความขัดแย้งทางการเมือง ก็ยังคงเดินหน้าทำงานต่อไปในระหว่างฟุตบอลโลก ตัวอย่างนิตยสาร Mother Jones ในอเมริกาที่ระบุตัวเองเป็น ‘สื่อฝ่ายหัวก้าวหน้า’ (ProgressiveMedia) ซึ่งมักลงเนื้อหาโจมตีประเทศที่สหรัฐอเมริกามองว่าเป็นศัตรูอย่าง รัสเซีย จีน  อิหร่าน อยู่เป็นประจำนั้น ก็ได้ออกบทความในวันที่ 14 ก.ค. หลังจากรัสเซียแพ้การดวลจุดโทษให้กับโครเอเชียในรอบ 8 ทีมสุดท้าย

       โดยบทความมีชื่อว่า ‘ทีมชาติรัสเซียนั้นเป็นรัสเซียเกินไป ซึ่งนั่นคือเหตุผลที่พวกเขาถูกเขี่ยตกรอบจากบอลโลก’ (Russia’s national team is too Russian, which is one reason it will bomb out of the World Cup.) ซึ่งมีเนื้อหาโจมตีว่า ที่รัสเซียไม่ประสบความสำเร็จ เพราะทีมชาติรัสเซียมีแต่คนผิวขาว เหยียดสีผิว และขาดความหลากลายทางชาติพันธุ์ [8]

 

นิตยสาร Mother Jones ลงบทความชื่อว่า “ทีมชาติรัสเซีย เป็นรัสเซียเกินไป ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ถูกเขี่ยตกรอบฟุตบอลโลก”
ที่มา: https://www.motherjones.com/politics/2018/06/russian-national-team-sbornaya-racism-nationalism-world-cup/

 

 

       ในขณะที่ Richard Arnold ศาสตราจารย์ด้านรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Ohio’s Muskingum ระบุว่า เหตุผลก็คือ รัสเซียไม่เคยมีจักรวรรดิในต่างแดน (oversea empire) ต่างจากฝรั่งเศสและอังกฤษ (รวมถึงชาติยุโรปอื่นๆ) ที่เป็น ‘นักล่าอาณานิคม’ ซึ่งเคยเข้าไปยึดครองดินแดนในแอฟริกาและตะวันออกกลาง ทำให้ทีมชาติเหล่านั้นประกอบด้วยคนที่มีเชื้อสายแอฟริกาและตะวันออกกลาง

       (โดยฝรั่งเศสเป็นทีมชาติที่ 11 คนแรกที่ได้ลงเป็นตัวจริงประจำ ประกอบด้วยคนเชื้อสายแอฟริกาและตะวันออกกลาง ที่เคยเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส 7-8 คนจากทั้งหมด 11 คนในสนาม)

 

ทีมชาติฝรั่งเศสที่ประกอบด้วยคนเชื้อสายแอฟริกาและตะวันออกกลาง7-8คนจากผู้เล่น 11 คน
CREDIT: PAUL ELLIS/AFP

 

 

ขาดความหลากลาย หรือ แค่สื่อตะวันตกมองไม่ออก?

       ในความเป็นจริง รัสเซียซึ่งเป็นสหพันธรัฐ ประกอบไปด้วยสมาชิกที่มีความแตกต่างทางเชื้อชาติจากหลายรัฐ ตั้งแต่ รัสเซีย, ออสเซเทียน, ทาทาร์, เชเชน, คาซัค, เบราลุส, อาเซรี่, ยูเครนเนียน, อาร์เมเนียน ฯลฯ โดยที่ผู้เล่นทีมชาติรัสเซียก็ประกอบด้วยเชื้อสายไม่ต่ำกว่า 5 เชื้อสาย 

       ผู้รักษาประตู Vlad Gabulov และมิดฟิลด์ Alan Dzagoev และโค้ชของทีม มีเชื้อสาย Ossetian ในขณะที่ Aleksandr Samedov มีเชื้อสาย Azeri ส่วน Daler Kuzyayev มีเชื้อสาย Tatar ส่วน Roman Neustadter มีเชื้อสายเยอรมันและเกิดในยูเครน Mário Figueira Fernandes มีเชื้อสายบราซิล [9]

       ทำให้รัสเซียมีความหลากลายทางชาติพันธุ์มากกว่าทีมชาติโครเอเชียเข้ารอบชิงชนะเลิศ มากกว่าทีมชาติสวีเดน หรือมากกว่าทีมชาติระดับท็อปของโลกอย่าง บราซิลและอาเจนติน่าที่ประกอบไปด้วยคนเชื้อสายละตินอเมริกาทั้งทีม (และแน่นอนว่ามากกว่าทีมชาติฝรั่งเศสที่เกินครึ่งทีมเป็นคนเชื้อสายแอฟริกาและตะวันออกกลาง) แต่กลับไม่มี ‘สื่อตะวันตกหัวก้าวหน้า’ ออกมาโจมตีทีมชาติเหล่านี้บ้าง?

 

ทีมชาติรัสเซียที่ประกอบด้วยคนหลากลายเชื้อชาติในสหพันธรัฐ แต่สื่อตะวันตกแยกไม่ออก และเหมารวมว่าเป็น“คนขาว” เหมือนกันหมด และกล่าวว่ารัสเซียคลั่งชาติและเหยียดสีผิวและเผ่าพันธุ์ (Racism)

 

       หรือเพราะว่าสื่อเหล่านี้ มองไม่ออกถึงความหลากลายทางชาติพันธุ์ของรัสเซีย เพราะมัวแต่ไปมองว่าผิวสีอะไร ขาวหรือดำ แล้วเอามาวัดความสามารถในการแข่งขันเกมส์กีฬา ตกลงว่าความสามารถด้านกีฬา ไม่ได้มาจากการพัฒนาทักษะของผู้เล่น ระบบการวางแผนทีมของผู้จัดการ ความมีวินัยในการฝึกซ้อมและการเล่น และใจสู้ของผู้เล่นทุกคน แต่มาจากว่าชาตินั้นมีคนหลายสีผิวแค่ไหนหรือ?

 

       ตกลงว่าสื่อตะวันตกเหล่านี้…เขามองดูอะไรกันแน่? ระหว่างนักฟุตบอลที่ลงเล่นในสนามด้วยความสามารถและแรงจูงใจ หรือหามองแต่ประเด็นทางการเมือง เพื่อใช้โจมตีประเทศอื่น? (ต่อไปในอนาคตอาจมีการโจมตีทีมชาติญี่ปุ่นว่า ‘เป็นญี่ปุ่นเกินไป’ หรือ ‘Too Japan’ และทำให้ไม่ประสบความสำเร็จก็เป็นได้…)

 

       แต่ทั้งนี้ ไม่ว่าสื่อตะวันตกเหล่านี้จะรายงานอย่างไร แต่สิ่งที่แฟนบอลจากทั่วโลกได้พบเห็น ก็คงจะไม่สามารถจะปิดกั้นความจริง ด้วยการสร้างข่าวลือและภาพมายาได้อย่างง่ายดายอีกต่อไป

อ้างอิงและเอกสารประกอบ:

[1] รมต.ต่างประเทศของอังกฤษออกมาโจมตีปูตินว่าเหมือนฮิตเลอร์จัดโอลิมปิค และเตือนแฟนบอลว่าอย่าไปร่วมงานที่รัสเซีย

[2] Daily Star กล่าวหาว่าปูตินสังการให้ฮุลิแกนเพ่งเล็งแฟนบอลอังกฤษ

[3] The Mirror รายงานว่าตำรวจอันธพาลของรัสเซีย(Thuggish Russian Police) เล็งจะทำร้ายแฟนบอลอังกฤษ

[4] The Sun และ The Telegraph ระบุว่าแฟนบอลอังกฤษอาจถูกทหารม้าคอสแซคใช้แส้เฆี่ยนหากก่อความวุ่นวายในมอสโค

[5] เปิดคลิปสัมภาษณ์แฟนบอลอังกฤษในมหกรรมฟุตบอล ถึงความรู้สึกที่มารัสเซีย ซึ่งต่างจากที่สื่อในชาติตัวเองรายงาน

[6] ประธานฟีฟ่าแถลงว่าฟุตบอลโลกที่รัสเซียครั้งนี้ เป็นครั้งที่ดีที่สุดที่เคยถูกจัดขึ้นมา

  • https://www.youtube.com/watch?time_continue=347&v=7vmcKAQp-08

[7] รองประธานฟีฟ่าในสัมภาษณ์สื่อระบุ รัสเซียจัดฟุตบอลโลกได้ดี และสร้างมาตรฐานไว้สูงมาก

[8] บทความของนิตยสารฝ่ายก้าวหน้าในอเมริกา Mother Jones ที่โจมตีว่าทีมรัสเซียไม่ประสบความสำเร็จเพราะขาดความหลากลายทางชาติพันธุ์และมีลักษณะคลั่งชาติ เหยียดสีผิว และรังเกียจชาวต่างชาติ

[9] ความหลากลายทางชาติพันธุ์ของทีมชาติรัสเซีย ที่ Mother Jones แยกไม่ออก

 

……………………………………………..
บทความ:
 กิตติธัช ชัยประสิทธิ์

Illustrator:vaporize