• GEN Facebook
    Facebook Pagelike Widget

“Lao Ji Shi Restaurant อร่อยตามตำรับเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ ”

วันนี้ซังกุงลัดเลาะออกจากวังหลวง มาโผล่อีกทีที่มหานครเซี่ยงไฮ้ เซี่ยงไฮ้เคยได้ชื่อว่าเป็นไข่มุกแห่งโลกตะวันออก บ้างก็บอกว่าฟากฝั่งเมืองเก่าของเซี่ยงไฮ้ ที่เรียกกันว่า เดอะบันด์ นั้นแสนคล้ายปารีสแห่งเอเชีย เซี่ยงไฮ้มีสภาพภูมิศาสตร์คล้ายๆกรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมร คือ มีแม่น้ำผ่ากลางแบ่งเมืองเป็นสองฝั่ง ฝั่งเมืองเก่า (ปู่ซี) ที่มีย่านเดอะบันด์เป็นสัญลักษณ์ความรุ่งเรืองในอดีตกับการเข้ามาของพวกยุโรปในยุคล่าอาณานิคม ส่วนอีกฝั่งก็เป็นฝั่งเมืองใหม่ (ปู่ตง) มีแต่ตึกสูงมาก และสูงมากๆ ดังนั้น ถ้าเป็นเพียงตึกสูง ตึกสูงนั้นจะกลายเป็นตึกเตี้ย เพราะเขาเน้นแข่งกันสร้างตึกสูงทะลุเมฆไปเซย์ไฮกับดวงจันทร์ ถ้าอยู่ฝั่งปู่ซี ย่านเดอะบันด์ มองไปฝั่งปู่ตงฝั่งตรงข้าม ก็เหมือนอยู่ฝั่งธนฯ มองข้ามเจ้าพระยาไปฝั่งกรุงเทพฯ จะเห็นวิวตึกสูงๆ เสียดฟ้าเต็มไปหมด อยากจะบอกว่า ที่เซี่ยงไฮ้แทบไม่เจอคนไทยเลย ไม่เหมือนไปฮ่องกงและญี่ปุ่น โอ้โฮ ตกใจ นึกว่านั่งเครื่องบินวนแล้วยังอยู่ในกรุงเทพฯ

 

ภาพวิวปู่ตง จากฝั่ง เดอะ บันด์
Credit:
[email protected]/ wikipedia

 

นั่งคิดวิเคราะห์ ช่วงครึ่งปีแรกของ พ.ศ. 2561 มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางไปประเทศไทย ประมาณห้าล้านคนเอง ก็คงเทียบได้กับประชากรสักตำบลหนึ่งของเขา แต่ในขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวไทยไปจีนนั้น นับจำนวนได้เบาบางมาก เพราะอะไรหนอ ทั้งๆ ที่เราก็มีตึ่งนังเกี้ยยั้วเยี้ยเต็มเมืองไทย อาจจะเป็นเพราะต้องทำวีซ่าเข้าจีน และอาจเป็นเพราะภาษาในการสื่อสาร ไม่น่าจะเพราะเรื่องอาหารการกิน เพราะคนจีน​เรื่องกินนั้นสำคัญนะ ถึงขนาดเป็นคำทักทายเวลาเจอหน้ากันว่า กินข้าวรึยัง และที่น่าสนใจคือ อาหารจีนแต่ละภูมิภาค แต่ละมณฑล ก็มีรสชาติ เอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน

 

แล้วอาหารจีนในแบบฉบับของเซี่ยงไฮ้เป็นอย่างไรกันหนอ อาหารจีนตำรับเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ ก็จะมีรสกลางๆ คล้ายๆ อาหารจีนแต้จิ๋ว และจีนกวางตุ้ง ที่เราคนไทย และคนไทยเชื้อสายจีนคุ้นเคย ไม่มีความเผ็ดร้อน แต่จะปรุงให้มีหวานนำนิดๆ ดังนั้นการเฟ้นหาร้านอาหารต้นตำรับเซี่ยงไฮ้ที่อร่อยถูกปากถูกใจ มันเป็นเรื่องพิถีพิถัน ประหนึ่งนางรจนาเลือกคู่ทีเดียวเชียว เพราะถ้าเลือกผิดร้าน จะไปเจออาหารคาวที่หวานจนงงกับตัวเองว่า นี่กินของคาวหรือของหวาน ถึงกับต้องกระตุกช้อนออกจากปาก แล้วจ้องมองอาหารในช้อนอีกครั้งให้แน่ใจ

 

เสียงเพลงแว่วมา “หลองปั้น หลองเหล่า หม่านเหลยโทวโท้ว กงโสยเหว่งปั๊ดเย่า” มั่นใจว่า ชายหญิงวัยน่ารัก 40 พลัส โดยเฉพาะเชื้อสายจีนในเมืองไทย จะมีเพลงนี้ในความทรงจำวัยเด็ก เป็นการตอกย้ำว่า เราต้องเฟ้นหาร้านอาหารจีนตำรับเซี่ยงไฮ้มาลิ้มลอง หลังจากปรึกษาคองเซียจของโรงแรมว่าร้านอาหารเซี่ยงไฮ้ที่ฮ็อตฮิตของหนุ่มสาวชาวออฟฟิศ และครอบครัวชาวเซี่ยงไฮ้นั้นอยู่ที่ใด คำตอบออกมาว่า ชื่อร้าน Shanghai Lao Ji Shi Restauranซึ่งมีหลายสาขาอยู่ตามห้าง ได้ยินดังนั้น ต่อมตะกละก็ตื่นตัว และต่อมความหิวอาหารก็เริ่มทำงานอีกครั้ง ทั้งๆที่ก็เพิ่งกินไปเมื่อสักครู่ (คล้ายๆว่าต่อมอยากกิน ต่อมความหิวเป็นอัลไซเมอร์ ไม่เคยจำได้ว่าเพิ่งกินไป) คองเซียจก็แอบกระซิบว่าให้ไปที่สาขาเปิดใหม่ เพิ่งเปิดได้ประมาณ 6 เดือน ไม่ใช่เพราะว่าใหม่ แต่เพราะปรมาจารย์เชฟ มาบัญชาการอยู่สาขาใหม่ เป็นที่ซุบซิบกันในหมู่คนเซี่ยงไฮ้ว่าสาขานี้รสชาติดีมาก ดีกว่าสาขาเก่าๆ ที่สำคัญ​ สาขานี้อยู่ในห้างหรูเปิดใหม่ ห้างนี้ชื่อสากลคือ Tai Koo Plaza แต่แท็กซี่อาจพาไปไม่ถูก ต้องออกเสียงแบบจีนกลาง ดูปากนัชชานะคะ “ชิง เยี่ย ไท กู ฮค่วย” พยางค์สุดท้ายพึงระวังเวลาออกเสียง

 

นี่เป็นห้างน้องนุชสุดท้องของมหานคร เปิดรวมกับตึกสวยๆ ตึกอื่นๆ เป็นคอมเพล็กซ์ มีโรงแรมแสนเก๋ คือ The Middle House ที่เป็นตระกูลเดียวกับ The Upper House และ The Opposite House ที่ฮ่องกงและ ปักกิ่ง วิธีสังเกตว่ามาถูกที่แล้ว คือคอมเพล็กซ์นี้ และตัวตึกที่เป็นห้าง อยู่ข้างๆ ร้านสตาร์บัคส์ขนาดใหญ่มหึมา (ไม่อยากเรียกว่าร้าน เพราะใหญ่ขนาดห้างย่อมๆ กันเลย)

 


โซนสีน้ำเงิน
 – ไท กู ฮค่วย มอลล์

Credit: http://www.swireproperties.com/en/portfolio/current-developments/hkri-taikoo-hui.aspx

เมื่อมาถึงห้าง Tai Koo Plaza ขึ้นบันไดเลื่อนไปชั้นบน จะเจอร้านอาหาร Lao Ji Shi อยู่หน้าบันไดเลื่อนเลย สาขานี้รองรับหนุ่มสาวชาวออฟฟิศ และคนเซี่ยงไฮ้ที่มาเดินช้อปในห้างหรู เมนูไม่มีภาษาอังกฤษ แต่มีรูปสวยๆประกอบ พร้อมภาษามือและท่าทาง ทำให้การสั่งอาหารลื่นไหลได้ การบริการดีกว่ามาตรฐานร้านจีนทั่วๆไป

 

 

เมนูแนะนำ เริ่มจาก เรียกน้ำลาย เรียกน้ำย่อยด้วย แมงกะพรุนในน้ำส้มสายชูจีน แต่ที่เซี่ยงไฮ้นี่จะใส่ถั่วลิสงคั่วลงไปด้วย จานนี้ชูป้ายให้ 10 เต็ม 10 ค่ะ แมงกะพรุนสดกรุบๆ เคล้ากับน้ำส้มสายชูจีนที่เปรี้ยวๆ หวานๆ สดชื่น และยั่วน้ำลายได้ดี

 

เมนูต่อมาคือ ข้าวเหนียวทอด เป็นซิกเนเจอร์อย่างหนึ่งของเซี่ยงไฮ้ หาลองได้ตามแผงลอยริมทางในยามเช้า ขายคู่กับปาท่องโก๋ แต่ข้าวเหนียวทอดร้านนี้ มีแทรกกุนเชียงและแฮมยูนนานที่สับเป็นชิ้นจิ๋วๆ เพื่อเวลาเคี้ยวจะได้มีเนื้อสัมผัสหลากหลาย จานนี้คนรักของทอดพลาดไม่ได้ ทอดได้ดี ไม่มีอาการอมน้ำมัน ข้างนอกกรอบแบบกัดแล้วมีเสียงกรอบแบบมีเสน่ห์ ข้างในเหนียวนุ่ม กินเพลิน

 

อีกเมนูเรียกน้ำย่อยที่ทางร้านแนะนำคือ ยำผักชีเต้าหู้ อันนี้ตั้งชื่อให้เอง เขาเอาเต้าหู้ไปกรีดเป็นเส้นๆ แล้วไปคลุกเคล้ากับซ้อส ซีอิ๊ว และคลุกกับผักที่เหมือนผักชีมากๆ มั่นใจว่าคือผักในตระกูลผักชี มาถึงจานหลัก ก็เป็นเต้าหู้ทรงเครื่องในซ้อสมันปู เขาเสิร์ฟพร้อมซ้อสเปรี้ยว เหมือนจิ๊กโฉ่ว พอราดซ้อสเปรี้ยว โอ้โฮ อร่อยกลมกล่อม มีความนวลเนียนของเต้าหู้และมันปู เจอความเปรี้ยวมาตัดความหวานแบบเซี่ยงไฮ้ออกไป ก็เลยชนะเลิศ ส่วนผัดผักนั้น ชอบตรงที่เขาผัดกับน้ำมันจริงๆ ไม่ใส่น้ำมันหอย หรือซ้อสหอยนางรม เหมือนที่ไทย สังเกตไหมว่า สั่งผัดผักที่ไทย น้ำในจานผักจะสีน้ำตาลๆ ก็แม่ครัวฟาดซ้อสปรุงรส ซ้อสน้ำมันหอยกันกระหน่ำ แต่ผัดผักร้านนี้ น้ำในจานผัก ใสดี รสชาติใสๆ เบาๆ ไม่มัน​ แบบกินแล้วปากเจือๆ มันๆ เหมือนทาลิปกลอส


ปิดท้ายด้วยเมนูประจำเมือง ขอเรียกว่า เบอร์เกอร์เซี่ยงไฮ้ เป็นแฮมยูนนานผัดกับซ้อสต่างๆ รวมทั้งน้ำผึ้ง เวลารับประทาน ก็จะหยิบแฮมหนึ่งชิ้นวางบนแป้งเหมือนหมั่นโถว ซึ่งแป้งต้องประกบบนล่าง เวลารับประทานเขาจะแจกถุงมือพลาสติกให้เรา สนุกดี แป้งอร่อยดีงาม แฮมยูนนานคุณภาพดี แต่แอบหวานตามสไตล์เซี่ยงไฮ้ เมนูนี้ หยิบกินไป 2 ชิ้นเบอร์เกอร์ ถึงขั้นจุก

 

  

อีกข้อดีของสาขานี้ คือ ห้องน้ำในห้างสะอาดมาก เหมือนไม่ได้อยู่ในประเทศจีน

 ถ้าได้มีโอกาสมาเซี่ยงไฮ้ ลองแวะมาเปิดประสบการณ์ความอร่อยที่นี่กันนะคะ แล้วจะรู้จักเซี่ยงไฮ้มกขึ้น ผ่านวัฒนธรรมด้านอาหาร

วิธีเดินทาง: แท็กซี่มา Tai Koo Plaza หรือรถไฟใต้ดิน มาสถานี West Nanjing โผล่ขึ้นมาจากใต้ดิน ก็เป็นคอมเพล็กซ์นี้เลย

เวลา: เปิด 11.00 น ปิด 22.00 น 

 

……………………………..
บทความ: ซังกุงนอกวัง
Illustrator: SUNANTA