• GEN Facebook
    Facebook Pagelike Widget

สมัยสงครามเย็น เมืองไทยไม่กระทบจริงหรือ? ตอนที่​ ๔ เราสู้…กับความยากจน

ช่วงสงครามเย็น ถ้าจะถามว่า ภาครัฐทำอะไร ต้องไปดูแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับแรก-ฉบับ​ 5​ หรือ​ 6 นี่แหละ ฉบับแรกๆนี่ฝรั่งเขียนให้ บอกว่าต้องสร้างสาธารณูปโภค จัดใหญ่เกือบหมด สร้างถนน​ (ถมคลอง) สร้างเขื่อน ซึ่งต้องใช้เวลากว่าสิบปีจึงจะสร้างเสร็จ (รวมทั้งต้องส่งออก ต้องเป็นอุตสาหกรรม)

ราษฎรจะปลูกผัก ปลูกข้าวกิน รอเขื่อนคงไม่ไหว เมื่อรัฐจัดใหญ่ จึงพระราชทานน้ำ ด้วยอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กขนาดกลางแล้วแต่พื้นที่ปีสองปีสามปีก็เสร็จ ใช้ได้เลย

การที่ทรงเดินสายช่วยราษฎรนี้ มีนักข่าวต่างชาติตามเสด็จ ทูลถามว่า ทรงทำวิธีนี้คิดว่าจะสู้คอมมิวนิสต์ได้เหรอ รับสั่งว่า ไม่ได้ทรงสู้กับคอมมิวนิสต์ แต่ทรงสู้กับความยากจน

อันนี้เป็นคีย์เวิร์ด  ถ้าพระเจ้าแผ่นดินทรงเยี่ยมราษฎร แล้วราษฎรขอความช่วยเหลือ จะให้พระเจ้าแผ่นดินวางเฉย แล้วโยนทุกอย่างโปะไปที่รัฐบาลและข้าราชการประจำ จะเอางั้นหรือ???

พระองค์ท่านทรงทำอะไรให้ประเทศชาติได้ พระองค์ท่านก็ทรงทำ คือวิธีคิดของพระองค์ท่าน ไม่ติดทฤษฎีแบบนักวิชาการบางกลุ่มไง อันนี้ก็อยู่ที่ราษฎรว่าชอบวิธีไหน


………………………………..

สภาพเมืองไทยสมัยก่อน ทุรกันดาร ด้อยพัฒนามาก ถ้ารัฐดูแลประชาชนดีแล้ว เวลารัชกาลที่​ ๙​ พระองค์ท่านเสด็จฯเยี่ยมราษฎร จะมีเรื่องให้ถวายฎีกามากมายหรือ

ยุคนั้นไม่เหมือนสมัยนี้ ไม่มีสื่อให้ร้องเรียน ไม่มีสคบ. ไม่มีศาลปกครอง ไม่มีไลฟ์สด ไม่มีมือถือให้ปล่อยคลิป มีแต่พระเจ้าแผ่นดินข้ามเขา ฝ่าทางทุรกันดารไปหาถึงเรือนชาน โอกาสแบบนี้​ ราษฎรที่มีความทุกข์ เขาย่อมไม่ปล่อยให้เสียโอกาส

ราษฎรสมัยนั้น เขาสนใจแต่เรื่องปัจจัยให้ทำมาหากิน  เงินไม่ขอ ขอน้ำ เกษตรกรขอแค่มีน้ำใจ​ (เป็นหลัก) ให้เขาทำกินได้ อันนี้ก็ตอบนักเขียน นักวิชาการสมัยนี้ที่ร่ำๆว่าควรยกเลิกโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริไปพร้อมกันเลยพระองค์ท่านทำ เพราะราษฎรขอ

 

Credit: https://siamrath.co.th/n/7201

……………………………………………

สมัยสู้รบกับคอมมิวนิสต์ นอกจากทหารแล้ว ตชด.หรือตำรวจตระเวนชายแดนทำงานหนักมากสมเด็จย่า (สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี) ตอนที่ท่านเสด็จป่าเขาครั้งแรกๆ ทรงเห็นเจ้าหน้าที่อารักขาซึ่งเป็นตชด. ท่านไม่รู้จักว่าเป็นหน่วยอะไร

พอทรงรู้จักงานและหน้าที่ คือทำงานในพื้นที่ตะเข็บชายแดน บริเวณที่ทหารเข้าไม่ได้ตามกฏหมายระหว่างประเทศ และก็ต้องเป็นครูให้เด็กในหมู่บ้าน เงินก็น้อย ต้นสังกัดก็ไม่ค่อยเหลียวแล แต่งานหนัก เหมือนพวกปิดทองหลังพระ (ตชด.บางคน เวลาได้ยินเพลง​ ‘ความฝันอันสูงสุด’ มีซึม น้ำตาคลอ)

รับสั่งว่าอยากทรงตชด.มั่ง ก็เลยมีการตัดถวาย จะเห็นว่าสมเด็จย่าจะทรงชุดตชด.เกือบตลอดเวลาที่เสด็จพื้นที่ทุรกันดารคงจะเพื่อเป็นกำลังใจให้ตชด.

โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนนี้ สมเด็จย่าท่านทรงอุปถัมภ์เยอะ กลุ่มที่มีชื่อท้ายว่า ‘สังวาลย์’ เกือบทั้งหมด ได้พระราชทานพระราชดำริเรื่องการสอนหลายอย่าง เช่น ให้ทำจิ๊กซอว์แผนที่ประเทศไทย สอนเด็กให้รู้ว่าเมืองไทยประกอบด้วยอะไรบ้าง มันกว้างใหญ่กว่าหมู่บ้าน อำเภอที่เขารู้จักมากมายนัก  (วิธีเดียวกับที่เคยทรงสอนรัชกาลที่​ ๘​ และรัชกาลที่​ ๙ เมื่อทรงพระเยาว์ เป็นสื่อการเรียนการสอนด้วย เป็นของเล่นได้ด้วย) ตอนสิ้นพระชนม์ จึงเห็นกลุ่มชาวเขากับกลุ่มตชด.เสียใจมาก

ส่วนรัชกาลที่​ ๙ ก็จะเห็นว่าช่วงหนึ่งทรงชุดทหารเกือบตลอด พอสงครามเย็นเลิก เราจึงเริ่มเห็นว่าทรงสูทเป็นประจำ

………………………………..

นอกจากการเสด็จฯเยี่ยมแล้ว  เมื่อมีทหารบาดเจ็บพิการเกิดขึ้นมากมาย ทรงเห็นว่า เมื่อเขาพิการกลับมาจากสนามรบ เขาจะอยู่ยังไง จึงพระราชทานที่ฝึกอาชีพให้ เท่าที่นึกออกที่ยังมีอยู่คือ มูลนิธิสายใจไทย องค์การทหารผ่านศึก

ในระหว่างการเสด็จฯเยี่ยมประชาชน ทรงพบพวกลูกเสือชาวบ้าน ซึ่งพลเอกสมควร หริกุล​ จัดตั้งขึ้นเพื่อฝึกอบรมให้ชาวบ้านรวมกลุ่มกัน เป็นกำลังที่จะสู้กับคอมมิวนิสต์ เพราะถ้าเดี่ยวๆชาวบ้านจะยิ่งลำบาก  คงจะทรงเห็นความสำคัญจึงทรงรับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์  มีการพระราชทานธงในโอกาสต่างๆ เป็นขวัญกำลังใจของกลุ่ม

คนกลุ่มนี้ ในยุคนั้นจะรักชาติ​ ศาสนา​ พระมหากษัตริย์มาก บางครั้งอาจมากเกินไป และบางทีก็อาจกลายเป็นเครื่องมือของบางคนในเวลาต่อมา

แต่จุดเริ่มมันมาอย่างนี้แค่นี้ นักวิชาการบางคนอาจตีความโยงใยให้มากกว่าก็สุดแท้แต่ความจริงใจแต่สติปัญญาผู้เขียนเชื่อมโยงได้แค่นี้

ทีนี้ช่วงปีจำไม่ได้ ช่วงที่รบกันรุนแรงนั่นแหละ มีพระราชดำรัสไว้บางแห่ง​ เนื้อหาพระราชดำรัส มีผู้เสนอว่าน่าจะพระราชนิพนธ์เป็นเพลง จึงพระราชนิพนธ์เพลง ‘เราสู้’ หลายปีก่อน ก็มีนักวิชาการเอาไปเขียนซะซับซ้อน สร้างปมให้คิดมากเปล่าๆ

สมัยนั้น ฉากหลังของประเทศก็คือ คนรวยเก็บกระเป๋า เอาเงินฝากในธนาคารต่างประเทศ เตรียมเผ่น แบบที่เห็นในหนังสงครามเวียดนามแตกนั่นแหละ (ประเทศอื่นๆผู้หลักผู้ใหญ่เขาหนีไปก่อนแล้ว) เมืองไทยเวลานั้น จุดสีแดง จุดสีชมพูล้อมรอบขวานทอง กลางเมืองหลวงก็มีแนวร่วมไม่น้อย

เพลง ‘เราสู้’ นี้ พูดง่ายๆว่า จากการปฏิบัติพระองค์ของรัชกาลที่​ ๙ สะท้อนตามพระราชนิพนธ์ว่า บ้านเมืองนี้ บรรพบุรุษของเราเสียเลือดเนื้อมาขนาดไหน กว่าจะมาถึงวันนี้  ใครอยากทำลายก็มา เราสู้ เราไม่ไปไหน และพระองค์ก็ไม่เสด็จฯไปไหนจริงๆ นอกจากจังหวัดชายแดน ถิ่นทุรกันดารกับค่ายทหาร จนสิ้นสุดสงครามเย็น

 


………………………..

บทความ: ปัณฑา สิริกุล