• GEN Facebook
    Facebook Pagelike Widget

สตรีทสไตล์ในไฮแฟชั่น: เมื่อแฟชั่นจากข้างถนนขึ้นไปอยู่บนรันเวย์

         สำหรับคนที่ชอบแต่งตัวและหลงใหลในแฟชั่น การได้เป็นเจ้าของแฟชั่นไอเท็มสักชิ้นหนึ่งคือความสุขทางใจเหมือนได้กินอาหารทิพย์ โดยเฉพาะเสื้อผ้ากระเป๋ารองเท้าจากแบรนด์ไฮแฟชั่น ที่ผ่านกระบวนความคิดในการออกแบบที่แสนซับซ้อน กว่าจะได้เป็นชุดเก๋ดีไซน์ล้ำนำเทรนด์ไว้ใส่เดินอวดใครๆให้สวยเด้งออกมาอวดผู้คนบนท้องถนน แล้วจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเสื้อผ้าไฮแฟชั่นทั้งหลายต่างหยิบเอาสไตล์ของคนเดินถนนที่เราเห็นกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันมาทำขาย?

 

         เรื่องมีอยู่ว่า​ เมื่อสองค่ายยักษ์ใหญ่ในโลกแฟชั่นต่างลงมาฟาดฟันกันด้วยลุคง่ายๆจากข้างถนน ที่ปั้นแต่งให้กลายเป็นความเก๋ราวกับเป็นเรื่องล้อเล่น เปลี่ยนทัศนคติของคนทั่วไปที่ว่า ไฮแฟชั่นต้องประหลาดล้ำและหรูหรา กลายเป็นอะไรที่เราเห็นๆกันอยู่ แต่ ถูกเคลือบด้วยความหอมหวานเย้ายวนของแบรนด์อิมเมจโก้หรูให้ผู้คนหลงชื่นชม กลายเป็นกระแสของการเสพแฟชั่นแนวใหม่ รองเท้าส้นสูงถูกแทนที่ด้วยสนีคเกอร์ สูทแบบเข้าชุดสไตล์คุณชายจดปลายเท้า​ กลายเป็นอะไรที่เอาท์ เพราะคนแฟชั่นวันนี้หันมาใส่เสื้อผ้าแนวสปอร์ตกันหมด

 

         จริงๆแล้วการนำเอาสตรีทแฟชั่นขึ้นมาอยู่บนรันเวย์ไม่ใช่ของใหม่ แต่ภาพรวมทั้งหมดมีแนวโน้มที่ค่อนข้างชัดเจนในช่วงสองสามปีหลัง โดยเฉพาะเมื่อกลุ่มบริษัทสินค้าลักชัวรี่แฟชั่นอย่าง Kering Group ผู้เป็นเจ้าของแบรนด์แฟชั่นชั้นนำในเครืออย่างGucci, Saint Laurent, Balenciaga, Alexander McQueen, ฯลฯ หันมาหยิบจับแฟชั่นแนวสตรีท โดยมีหัวหอกคือ Demna Gvasalia ดีไซเนอร์แห่งแบรนด์ Vetementsที่มานั่งตำแหน่งครีเอทีฟ​ ไดเร็กเตอร์ให้กับบาเลนซิเอก้า และประเดิมคอลเลคชั่นแรกในปี ค.ศ. ​2016 ด้วยกระเป๋าสายรุ้งอันอื้อฉาวที่ใครๆต่างก็ประณามหยามเหยียด แต่ไม่วายกลายเป็นคีย์ไอเท็มของซีซั่นที่คอแฟชั่นต้องหามาไว้ในครอบครอง แล้วพาเหรดตามมาด้วยแรงบันดาลใจจากถุงผ้าห่มลายดอกโบตั๋นจากเมืองจีน ถุง IKEAรองเท้า Crocs และเสื้อผ้าที่ตอกย้ำความเป็นสตรีทสไตล์ในคอลเลคชั่นต่อๆมา ความเฉิ่มเชยเลยกลายมาเป็นเรื่องเก๋ และทำให้สินค้าแฟชั่นในกลุ่มสตรีทขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ยอดขายในช่วงปีที่ผ่านมาพบว่าสินค้าประเภทที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วของบาเลนซิเอก้าคือรองเท้าสนีคเกอร์

 

         ในขณะที่ Kering กำลังกอบโกยจากแฟชั่นสตรีทโดยเดมน่าแห่งบาเลนซิเอก้า ค่ายคู่แข่งยักษ์ใหญ่อย่าง LVHM (ซึ่งเดมน่าถือว่าเป็นลูกหม้อเก่า เพราะเคยเป็นดีไซเนอร์ของ Louis Vuitton มาก่อนที่จะย้ายค่ายมาซบเคอริ่ง)ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะขณะที่เดมน่าหยิบยกเอาลูกเล่นแบบ Kitsch ของตลาดล่างมาให้คนมีสตางค์ได้ใส่เล่นเก๋ๆ Louis Vuitton ภายใต้การนำของ Kim Jones ก็งัดไม้เด็ดออกมาสู้ด้วยการCollaborate กับ Supremeแบรนด์สตรีทแฟชั่นชั้นนำขวัญใจเหล่าสเก็ตเตอร์ในคอลเลคชั่นFall/Winter 2017 ไม่มีอะไรมาก แค่การนำเอาโลโก้และฟ้อนท์ตัวหนังสือของ Supreme มาอยู่บนเสื้อผ้าและแอ็คเซสเซอรี่ของหลุยส์​วิตตอง เพียงเท่านี้ Supreme X Louis Vuittons ก็ทำให้คิวหน้าช็อปหลุยส์​ วิตตอง​ ทั่วโลกยาวไปถึงไหนต่อไหนในวันแรกที่คอลเลคชั่นนี้วางจำหน่าย สาวกของวิตตองรวมไปถึงกลุ่มลูกค้าใหม่คือแฟนเดนตายของซูพรีมซึ่งเป็นกลุ่มที่นิยมแฟชั่นในแนวสตรีท​ เลยต้องตามเก็บกันทุกไอเท็ม

 

Kim Jones

 

Supreme X Louis Vuitton

 

Supreme X Louis Vuitton

 

 

         การที่คิม โจนส์ หัวเรือใหญ่ของหลุยส์​ วิตตอง​ ขณะนั้น หันมาเน้นสไตล์ที่เป็นสตรีทแวร์นั้นไม่ใช่เรื่องเซอร์ไพรส์อะไร เพราะก่อนหน้าหลุยส์ วิตตอง คิมถือได้ว่าคลุกคลีและเติบโตกับสตรีทแวร์มาก่อน เพราะคิมเคยทำให้เสื้อผ้าแบรนด์สตรีทอย่าง Umbro ที่เขาเริ่มงานเมื่อปี ค.ศ.​ 2004 กลายเป็นเสื้อผ้าที่ดูแฟชั่นขึ้น รวมไปถึงแบรนด์ตลาดๆอย่าง Uniqloและ Topman ทั้งยังเป็นคนปลุกปั้น Pastelleแบรนด์ของ Kanye West ให้เป็นที่ยอมรับในตลาดแฟชั่นมาแล้ว และถึงแม้ว่าคิมจะอำลาตำแหน่ง Artistic Director ของ Louis Vuitton ไปแล้วหลังคอลเลคชั่นสปริงที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่ได้ย้ายค่ายไปไหน เพราะแค่ย้ายไปอยู่ Dior Homme ในสังกัด LVHM เหมือนเดิม ซึ่งในโชว์คอลเลคชั่นล่าสุดของ Dior ที่ Spring 2019 เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เรายังคงเห็นอิทธิพลของสตรีทแฟชั่นในงานของคิมเช่นเดิม เพียงแต่คราวนี้ดูหล่อ สะอาดขึ้น ตามสไตล์ผู้ชายของดิออร์

 

Dior Men’s Fashion

https://www.dior.com/diortv/en_us/videos/fashion-shows/dior-mens-summer-2019-key-looks

 

         และคนที่มาสานต่อภารกิจของคิมที่หลุยส์​ วิตตอง​ ในปีนี้ ก็ยังคงเป็นดีไซเนอร์ที่มาจากการทำเสื้อผ้าแนวสตรีทเช่นกัน ซึ่งทำให้เราพอจะเห็นทิศทางที่เริ่มชัดเจนขึ้นของแบรนด์ เมื่อทางหลุยส์​ วิตตอง​ ประกาศว่าผู้ที่มารับตำแหน่ง Artistic Director สำหรับ Menswear คนใหม่คือ Virgil Abloh เจ้าของแบรนด์สตรีทแฟชั่น Off-Whiteซึ่งถือเป็นคนผิวสีเชื้อสายแอฟริกันอเมริกันคนแรกที่นั่งตำแหน่งสูงสุดของแบรนด์ไฮแฟชั่นนี้ ด้วยความที่เป็นคนผิวสีและมีพื้นฐานในงานสตรีทแฟชั่นและฮิพฮ็อพคัลเจอร์ของเวอร์จิล จึงไม่น่าแปลกที่คอลเลคชั่นแรกของดีไซเนอร์อดีตดีเจเพลงฮิพฮ็อพที่มีดีกรีสถาปนิกคนนี้ จะได้อิทธิพลของสตรีทสไตล์แบบคนดำเข้ามาเต็มๆ เวอร์จิลประเดิมคอลเลคชั่นแรกที่หลุยส์​ วิตตอง​ ประจำฤดูร้อนปีหน้าด้วยเสื้อผ้าแนวสปอร์ตสีสด ซิลลูเอทโคร่งแบบฮิพฮ็อพ ทั้งกางเกงและแจ๊คเก็ตฮู้ด และแน่นอนว่าแอ็คเซสเซอรี่ก็ยังคงเป็นที่จับตามองเช่นเดิม กับกระเป๋าที่ตกแต่งด้วยโซ่ระโยงระยาง สนีคเกอร์แบบสปอร์ต และไม่แปลกใจเลยที่ซูเปอร์สตาร์ฮิพฮ็อพ Kanye West จะปรากฏตัวที่ฟร้อนท์โรว์ในโชว์นี้ เพราะคานเยและเวอร์จิลคือเพื่อนซี้กันมาแต่ไหนแต่ไร

Virgil Abloh

 

         เวอร์จิลและคานเยเคยฝึกงานที่ Fendiด้วยกัน และเวอร์จิลยังเป็นที่ปรึกษาให้กับคานเยทั้งในแง่แฟชั่นและภาพลักษณ์รวมไปถึงอาร์ตไดเร็กชั่นในงานเพลงของคานเย(ถึงขนาดเคยได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลแกรมมี่ในฐานะคนออกแบบปกอัลบั้มWatch the Throne ในปี ค.ศ.​ 2011 ให้กับคานเย)ก่อนที่จะก่อตั้ง Off-White แบรนด์ของตัวเองในปี ค.ศ.​ 2013 และกลายเป็นแบรนด์สตรีทแวร์แถวหน้า จนไม่วายมีงาน Collaborateกับไนกี้ในปี ค.ศ.​ 2017 ซึ่งเวอร์จิลรับหน้าที่รีดีไซน์รองเท้ารุ่นคลาสสิกของไนกี้ ปีที่ผ่านมา​ เวอร์จิลยังได้รับเลือกจากนิตยสาร Time ให้เป็นหนึ่งใน 100 บุคคลที่ทรงอิทธิพลของโลกอีกด้วย

 

         ก่อนที่จะมารับไม้ต่อจากคิม โจนส์ ในฐานะ Artistic Director แผนกเสื้อผ้าชายของหลุยส์ วิตตอง แบรนด์ Off-Whiteของเวอร์จิล เตะตา LVHM จนได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัล LVHMที่ทางเครือมอบทุนให้กับดีไซเนอร์หน้าใหม่ ถึงจะไม่ได้รับรางวัลในปีนั้น แต่ก็ถือว่าเป็นการกรุยทางสู่ตำแหน่งใหญ่ในหลุยส์​ วิตตอง​ ในปีนี้ สาเหตุที่เวอร์จิลพลาดรางวัลในครั้งนั้นอาจจะเป็นเพราะเสื้อผ้าที่‘สตรีท’เกินไป​ จนกรรมการลำบากใจที่ให้เป็นผู้ชนะ แต่ในปีนี้ดูเหมือนทาง LVHM จะเปิดใจมากขึ้น เพราะผลการประกาศรางวัลล่าสุด ผู้ชนะคือแบรนด์สตรีทแวร์อย่าง Doubletของ Mazayuki Ino ดีไซเนอร์ชาวญี่ปุ่น ซึ่งถือว่าเป็นแบรนด์สตรีทอินดี้รายแรกที่ชนะรางวัลมูลค่า300,000 ยูโรนี้ พร้อมได้ทีมเมนเทอร์จาก LVHM มาคอยให้คำปรึกษาตลอดปี ซึ่งกรณีนี้ค่อนข้างขัดกับหลักการเฟ้นหาดีไซเนอร์ฝีมือดีแบบเดิมๆ เพราะการมอบรางวัลสูงสุดให้กับแบรนด์ที่เน้นทำแต่รองเท้าสนีคเกอร์และทีเชิ้ตพิมพ์ลายกราฟฟิก ดูไม่น่าจะใช่ แต่ Nicolas Ghesquiere ดีไซเนอร์แห่งหลุยส์​ วิตตอง หนึ่งในคณะกรรมการตัดสิน​ บอกว่าเสื้อผ้าของ Doublet เป็นสปอร์ตแวร์ที่ดูไม่เหมือนสปอร์ตแวร์ทั่วไป ซึ่งหลายคนมองว่านี่คือทิศทางที่จะเป็นไปในอนาคตของหลุยส์​ วิตตอง​ และ LVHMแน่ล่ะ ทั้งคำปรึกษาและเงินสามแสนยูโรที่เสียไปคงไม่สูญเปล่า เราอาจจะได้เห็นดีไซเนอร์จากแบรนด์สตรีทอินดี้ปรากฏตัวบนเวทีแฟชั่นวีคของแบรนด์ดังในเครือยักษ์ใหญ่LVHM อย่าง หลุยส์ วิตตอง,ดิออร์ หรือ จิวองชี่ ในอนาคตอันใกล้นี้ โดยเฉพาะเมื่อผลประกอบการปีล่าสุดออกมาว่า กุชชี่และบาเลนซิเอก้าแห่งค่ายเคอริ่ง​ ทำยอดทะลุเป้าแซงหน้าแบรนด์ในเครือ LVHM และหมายมั่นปั้นมือที่จะมาบี้หลุยส์​ วิตตอง​โดยเฉพาะ การต่อสู้กันจึงว่าด้วยกิมมิคของเสื้อผ้าสตรีทสไตล์ที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้ง่ายกว่า แถมยังเป็นการขยายฐานลูกค้าจากกลุ่มเศรษฐี (ทั้งเก่าและใหม่) ไปยังลูกคุณหนูขาซิ่งหรือกลุ่มชนชั้นกลางที่ถีบตัวเองขึ้นมาเพื่อจะมีสินค้าพะตัวอักษรLV ที่เคยฝันอยากเป็นเจ้าของ ซึ่งคนกลุ่มนี้คือผู้ที่เสพแฟชั่นแบบสตรีทในปัจจุบันนั่นเอง

 

Doublet By Mazayuki Ino

 

         สำหรับคุณหนูลูกเศรษฐีขับรถสปอร์ต​ ฟังเพลง​ฮิพฮ็อพ แฟชั่นสตรีทอาจเป็นเหมือน ‘ของเล่น’ฉาบฉวยที่ใส่อวดกันในแต่ละซีซั่น แต่เราๆล่ะ?การซื้อเสื้อผ้ากระเป๋ารองเท้าราคาหลักหมื่นหลักแสน แต่หน้าตาไม่ต่างจากของหลักพันในท้องตลาด หลายคนอาจจะมองว่าไม่คุ้ม แต่อย่าลืมว่าสตรีทแวร์คือเสื้อผ้าที่ใส่ได้จริงในชีวิตทุกๆวัน และแมทช์ง่ายกว่าการใส่เสื้อผ้าแบบ Total Look การใส่ได้บ่อยครั้งกว่าคือความคุ้มค่ากว่าหรือเปล่า?สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับว่าเรามีเงินในกระเป๋าเท่าไหร่ และใส่ออกมาแล้วเป็นไง เพราะของแบบนี้มันขึ้นอยู่กับคุณค่าทางใจในการเสพงานดีไซน์สักชิ้น ซึ่งเป็นความชอบส่วนตัวของใครของมัน

……………………….

บทความ: วชิรปาณี วิสกี้ มากดี

Illustrator: Rawin Jarureangsri