• GEN Facebook
    Facebook Pagelike Widget

สี่เหตุผลที่เราต้อง ‘อกตัญญู’ ให้ได้ดี

สวัสดีครับคุณผู้อ่าน เกริ่นนิดเดียวว่านี่คือบทความทางด้านการเงินนะครับ มาดูกันครับว่าในเดือนวันแม่นี้ เราต้อง ‘อกตัญญู’ แค่ไหนกันดี?

ทุกคนมีแม่แน่นอน และคำว่า ‘อกตัญญู’ หมายถึงคนที่ไม่รู้คุณคนก็แน่นอนอีก

แล้วมีเหตุผลอะไรถึงสี่ข้อที่เราต้อง ‘อกตัญญู’ ด้วย?   ที่น่าสงสัยต่อมา แล้วเกี่ยวอะไรกับคนที่คิดจะวางแผนการเงินล่ะฮะ?

ผู้เขียนเคยทำงานเป็นลูกจ้างกินเงินเดือนตามบริษัทเอกชนมาตลอดกว่า 20 ปี เป็นบริษัทข้ามชาติทั้งหมด ได้พบคนมากมาย​ ทั้งที่เป็นเพื่อนเรียน เพื่อนร่วมงาน หัวหน้า เพื่อนในวงการ​ เช่นลาออกไปอยู่ที่ใหม่ เราก็ตามไปเฮฮาด้วย ลูกทีมทั้งใน กทม. และต่างจังหวัด รวมไปถึงซัพพลายเออร์ต่างๆ

คนที่ประสบความสำเร็จ เช่นเติบโต หน้าที่การงานสูง เงินเดือนสูง มีเป็นส่วนน้อย เช่นในบริษัทหนึ่งๆ มี CEO แค่คนเดียว เจ้าของธุรกิจที่หุ้นส่วนกันมีไม่กี่คนในบริษัทที่เขาดำเนินกิจการอยู่ แล้วคนส่วนใหญ่ล่ะ?

ผู้เขียนคลุกคลีกับผู้ที่มีเงินได้ระดับฐานภาษี 35% จนถึงผู้ที่ไม่ต้องเสียภาษี (แต่ต้องยื่นภาษี) และได้สังเกตเห็นว่าคนที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน มีชีวิตที่สบาย สามารถจับจ่ายได้โดยไม่เดือดร้อน มักมีจริตที่ ‘อกตัญญู’ กับสี่ข้อต่อไปนี้

  • อกตัญญูต่อความทุกข์ ก็คือธรรมที่ควรรู้ รู้ให้ได้ว่าไม่ดี ไม่รับความทุกข์เข้ามา (ทุกข์)
  • อกตัญญูต่อเหตุให้เกิดทุกข์ วิเคราะห์เพื่อละจากเหตุเหล่านั้นจะได้ไม่มีผลกับเรา (สมุทัย)
  • อกตัญญูต่อการเกิดทุกข์ บรรลุเลยว่าเราจะไม่มีเหตุให้เป็นทุกข์แน่นอน (นิโรธ)
  • อกตัญญูต่อทางเกิดทุกข์ มองหาทางที่เจริญ แล้วทำให้เกิดสุขขึ้นแทน (มรรค)

คุ้นๆไหมครับ? ผู้เขียนเขียนบทความนี้ในช่วงวันพระใหญ่พอดี มีโอกาสได้ไปวัด จึงนำอริยสัจสี่ ความจริงสี่ประการมาเป็นโครงหลักของเรื่อง มองไปรอบๆตัวจะเห็นว่ามีหลายสิ่งหลายอย่างที่ทำให้เราเป็นทุกข์ แต่ปัญหาหลักกลับเกี่ยวกับเงินหรือต้องใช้เงิน เช่น​ อยากลดความอ้วน ไปหาหมอ ซื้อยา เข้าฟิตเนสไม่ใช้เงินหรือ? เกิดอุบัติเหตุขณะขับขี่มอเตอร์ไซค์ ก็เอาเงินไปซื้อมอเตอร์ไซค์ขนาดเกินตัวมาใช่ไหม? ไม่นับเรื่องวางแผนเกษียณ ประหยัดภาษี ซื้อกองทุน ประกัน จ่ายหนี้บัตรเครดิต เดินทาง ปัจจัยสี่ .. ก็เพราะเราต้องใช้เงินเพื่อยังชีพ

 

แล้วเราควร ‘อกตัญญู’ มากน้อยแค่ไหน?

ตัวอย่างที่หนึ่ง เช่น บางคนไม่ ‘อกตัญญู’ ต่อหนี้นอกระบบ

หลายๆ คนมักกลับไปที่บ้านพ่อแม่ ร้อยทั้งร้อย ถ้าคุณพ่อคุณแม่อยู่ครบ ผู้ที่ดูแลเงินของบ้านคือคุณแม่ ไปเล่าให้ท่านฟัง ท่านก็เจียดเงินมาให้ไปใช้หนี้ โดยที่ไม่เคยมาปรึกษานักวางแผนการเงินที่เชี่ยวชาญเรื่องการบริหารหนี้เลยว่าควรทำอย่างไร?

เพราะกลัวต้องไปขึ้นโรงขึ้นศาล กลัวโดนอายัดทรัพย์สิน หรือกลัวโดนฟ้องล้มละลาย กลัวต่างๆนานา ไม่รู้วิธี ‘อกตัญญู’ กับมัน กลับไป ‘อกตัญญู’ กับแม่ เพราะส่วนใหญ่ ถ้าคนมีหนี้มาก ต้องจบอุดมศึกษามา ไม่ใช่วัย ‘พึ่งพิง’ เป็นวัย ‘พากเพียร’ คือทำงานแล้ว นั่นแสดงว่าคุณพ่อคุณแม่ต้องเป็นวัย ‘พักผ่อน’ แล้ว แต่ลูกกลับมา ‘พึ่งพิง’ อีก

คำแนะนำคือ ดีเสียอีก ไปขึ้นศาล ให้ศาลสั่ง คำสั่งศาลช่วย ‘ลดหนี้’ ได้นะครับ เพราะหนี้นอกระบบ เก็บดอกเบี้ยเกินประกาศจากธนาคารแห่งประเทศไทย ส่วนที่เรียกเก็บหนี้เกินจะได้รับการยกเว้น ดังนั้นศาลลดหนี้ให้คุณได้

ต่อมา กลัวถูกอายัดเงินเดือนทั้งหมด? เมื่อศาลประทับรับฟ้องและคดีถึงสิ้นสุด เงินเดือนเพียง 30% จะถูกอายัด เพื่อให้ลูกหนี้ต้องสามารถดำรงชีพต่อได้เพราะทุกคนมีภาระไม่มากก็น้อย หากถูกอายัดหมดก็จะเป็นปัญหาระดับชาติเลยจากเจ้าหนี้เพียงคนเดียว

และไม่ต้องกลัวล้มละลาย หากศาลเคาะมาว่าเราล้มละลายโดยสุจริต ซึ่งส่วนมากก็เป็นเช่นนั้น อย่างนี้ก็เป็นคดีแพ่ง คือไม่ติดคุก ยังสามารถทำงานได้ มีชีวิตปกติ​ เพียงแต่ต้องดิ้นรนเพิ่ม อย่าทำให้เป็นคดีอาญาใดๆ อันนั้นคือหายนะอย่างแท้จริง

 

 

หรือตัวอย่างที่สอง ไม่ ‘อกตัญญู’ ต่อกิเลส

เราควรกตัญญูสาม คือ

(1) ต่อบุคคล เช่น​ บุพการี ผู้มีพระคุณ อาจารย์ เพื่อน​ หรือคนที่ช่วยเหลือเราอย่างสุจริตใจ

(2) สัตว์ ซึ่งสัตว์หลายประเภทก็ช่วยทำให้เราดำรงชีวิตได้เป็นสุข หรือบางประเภทมีพิษ แต่เขาก็ไม่ได้ทำร้ายเรา และ

(3) สิ่งของ บางอย่างเป็นเครื่องมือหากิน ประกอบอาชีพหรืออำนวยความสะดวก

 

ในสมัยโบราณ เช่นในจีน ทุกลัทธิ​ เช่น​ เล่าจื๊อ ขงจื๊อ ทุกคัมภีร์จะกล่าวเหมือนกันคือ ‘คุณต้องกตัญญู’ เพราะเป็นความลับของฟ้า​ เพราะกตัญญูคือแหล่งรวม ‘พลัง’ เช่นตกอยู่กับลูกและต่อเนื่องไป และสอนลูกหลานมาถึงทุกวันนี้ ผู้เขียนเป็นที่ปรึกษาให้กับบางบริษัท ยังระลึกเสมอว่า​ หลายๆบริษัทที่ล่มสลายไป มีบุคลากรที่ ‘อกตัญญู’ อยู่ด้วย เพราะความกตัญญูเป็นรากฐานที่ไม่ต้องพิสูจน์แล้ว มีมากว่าสามพันปี คนกตัญญูจะดึงดูดคนที่กตัญญูด้วยกันมาอยู่ร่วมกัน และนี่คือกุญแจของความสำเร็จ

 

คนกตัญญูจะ Give and Forgive คือเป็นผู้ให้และยกโทษให้ได้ ส่วนคน ‘อกตัญญู’ จะ Get and Forget คือเอาแต่ได้อย่างเดียวและลืมการตอบแทน

 

พุทธสุภาษิตกล่าวว่า ความกตัญญูกตเวทีเป็นเครื่องหมายของคนดี คือรู้ว่าดีอย่างไร อีกคำต่อท้ายว่า ‘กตเวที’ คือต้องมีสิ่งตอบแทนต่อความดีนั้นๆด้วย

 

ตัวอย่างสุดท้าย บางคนรู้ว่าวางแผนการเงินระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว จดบัญชีรายรับรายจ่าย เก็บออม มีประโยชน์มาก ช่วยให้อยู่รอดปลอดภัย ชีวิตมั่งคั่งและและมั่นคง

ทั้งๆที่มีความสามารถหาเงิน​ แต่กลับนำเงินอนาคตมาใช้​ เช่น​ การใช้บัตรเครดิต กลับ ‘อกตัญญ’ ต่อความรู้ของตนเอง ‘อกตัญญู’ ต่ออริยสัจสี่ ความจริงอันประเสริฐ และ ‘อกตัญญู’ ต่อเป้าหมายตนเอง ไม่ลงมือทำ

 

จริงๆ เราควรใช้เงินปัจจุบันเท่านั้น ควบคุมตัวเองไม่ได้​ เหมือนรู้ว่าจะลดความอ้วนได้อย่างไร แต่ทุกวันนี้เอวขยายกว่าปีกลายสองนิ้ว รู้ว่าออกกำลังกายดีอย่างไร แต่กลับไปโชว์เครื่องแต่งกายและพร็อพลง Facebook เท่ๆเท่านั้น

ถ้าคุณ ‘อกตัญญู’ เป็น ชีวิตไม่ใช่แค่เจริญขึ้นเท่านั้น แต่ความสุขจะเกิดขึ้นทันทีที่ลงมือทำ

พบกับบทความดีๆได้ใหม่คราวหน้านะครับ สวัสดีครับ

…………………………………..

ติดตามอ่านบทความสาระการเงินโดย

ปารเมศ สุริยพันธุ์ ผู้จัดการหน่วยชั้นที่หนึ่ง ที่ปรึกษาการเงิน บมจ. กรุงเทพประกันชีวิต

ตอนก่อนหน้านี้ ได้ที่นี่

ตอนที่ 1: จะเงินเฟ้อ หรือเงินเฟอะ เรียนรู้เรื่องเงินก่อนจะเฟอะฟะ

ตอนที่ 2: ออมเงินอย่างไร? ให้มีใช้ยามฉุกเฉิน

ตอนที่ 3: รู้งี้…ไปเที่ยวญี่ปุ่นปีหน้าดีกว่า

ตอนที่4: ตราสารหนี้ ตราสารทุน เข้าใจยากจัง แต่ถ้าได้ตังค์ก็ไม่เปล่าประโยชน์!!!

ตอนที่5: เทรนด์การเงิน การลงทุน ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ จนถึงรัชกาลปัจจุบัน

ตอนที่6: จิตอาสาในเชิงการลงทุน ที่เจือจุนทั้งผู้อื่นและตนเอง

…………………………….

บทความ ปารเมศ สุริยพันธุ์