• GEN Facebook
    Facebook Pagelike Widget

เพื่อนใหม่ ดีกว่าเพื่อนเก่า มายาคติที่หลอกหลอนคนไทยตั้งแต่ในห้องเรียน

เมื่ออาจารย์แนะนำให้เรารู้จักกับเพื่อนใหม่ที่เพิ่งย้ายมา ด้วยเพราะลึกๆแล้วมนุษย์เป็น Social Animal ที่ต้องพึ่งพาอาศัยกันทั้งการให้และได้รับ ก็คงไม่แปลกที่อะไรเราต้องการอยากรู้ว่าเพื่อนใหม่นั้นเป็นคนแบบไหนกัน เราจะสามารถคบหา เกิดการ Sharing แลกใจกันได้อย่างสนิทใจหรือไม่

 

 

 

ความประทับใจแรกหรือ First Impression เป็นสิ่งสำคัญ โดยทฤษฎี Predicted Outcome Value Theory ได้เขียนเอาไว้ว่า เราตีค่ากันตั้งแต่การพบกันครั้งแรก ว่าคนๆนี้จะให้อะไรกับเราได้บ้าง จะแลกเปลี่ยนอะไรกันได้บ้างที่มีค่าพอจะทำให้เราไม่เสียเวลาไปใส่ใจ

 

นี่ไม่เฉพาะเจาะจงว่าแค่เรื่องผลประโยชน์ทางวัตถุรูปธรรม แต่รวมถึงผลประโยชน์ทางนามธรรม เช่น​ ความรู้สึก น่าสนุก ตลก การยกระดับทางจิตวิญญาณ หรือ Feel Safety ว่าคนๆนี้จะไม่ทำร้ายเราในอนาคต

 

แต่สิ่งที่ควรระมัดระวังคือมายาคติบางอย่างที่เรียกว่า New Relationship Overestimating

การรีบ Judge ให้ค่าเพื่อนใหม่เกินกว่าที่ควรจะเป็น หรืออาการที่เรียกว่า ‘เห่อเพื่อนใหม่’ ด้วยอคติที่เรียกว่า‘ความหลง’ แบบไม่เอาเหตุผลไปตัดสิน

 

 

บางคนเห่อเพื่อนใหม่ เพราะเพื่อนเก่าไม่มีใครคบด้วย โดยไม่เคยผ่านกระบวนการพิจารณาตัวเองก่อนเลยว่าทำไมไม่มีใครคบ ไม่อย่างนั้นแม้แต่เพื่อนใหม่ที่เพิ่งรู้จักวันนี้ วันหน้าก็จะไม่คบกับเราอีกเหมือนเดิม กลายเป็นวนลูปเล็งหา เห่อเพื่อนใหม่ เพื่อนใหม่เลิกคบ เหมือนวงจรลูกน้ำยุงลาย

 

บางคน ไปรับรองเพื่อนใหม่กับเพื่อนเก่า ว่าหมอนี่เจ๋งอย่างนู้นอย่างนี้ แล้วคิดว่าเราจะเจ๋งตามไปด้วยเพราะได้เป็นคนนำเสนอให้เพื่อนเก่าได้รู้จัก ซึ่งถ้าดีจริงก็โชคดีไป แต่ถ้าเพื่อนใหม่ทำร้ายกันทีหลัง นอกจากจะเสียใจที่โดนเพื่อนใหม่หักหลัง เราจะโดนเพื่อนเก่าที่เคยเชื่อใจกันมาก่อนมองว่าไม่น่าเชื่อถืออีกต่อไป กลายเป็น Discredit ตัวเอง

 

บางคนเห่อเพื่อนใหม่ เห็นเพื่อนใหม่ทำอะไรก็ดูดี น่าเห็นด้วยไปหมด ที่น่ากลัวที่สุดก็คือ ความเห็นเป็นพิษภัยต่อบุคคลรอบข้างและสังคมห้องเรียนที่เคยสงบสุขมาก่อน แล้วด้วยเพราะความเห่อเพื่อนใหม่แบบไร้เหตุผล ไม่ใช้สติตริตรองห้ามปราม เลยกลายเป็นความคิดเห็นเป็นพิษเป็นภัยต่อสังคมห้องเรียนแบบยกกำลังสอง เพราะมีคนเอาด้วยกับมันแล้ว

 

 

เพื่อนเก่านั้น เมื่อเพื่อนมีความต้องการทำอะไรสักอย่าง แน่นอนเราก็ควรต้องช่วยกันผลักดันและสนับสนุน นี่ถึงนับว่าเป็นเพื่อน
แต่เวลาเราหรือเพื่อนทำผิดหรือมีแนวคิดที่ทำร้ายสังคมในห้องเรียน คนเป็นเพื่อนกันก็ต้องมีใจที่มั่นคงต่อความถูกต้อง ต้องตำหนิ เพราะหาก Ignore ต่อไป นอกจากจะทำให้ห้องเรียนไม่มีความสุขแล้ว มันจะทำร้ายตัวเพื่อนของเราเองในอนาคต ถ้าเพื่อนของเรามีสติคิดได้ก็เป็นสิ่งที่ดีต่อตัวเพื่อนเอง แต่ถ้าผ่านมานานจนท้อต่อการเปลี่ยนทัศนคติของเพื่อน ก็จงถอยออกมา ซึ่งไม่ว่าเพื่อนจะฟังหรือไม่ เราก็ได้ทำหน้าที่ของเพื่อนแท้ไปแล้ว

 

แต่เพื่อนใหม่ที่เพิ่งย้ายมานี่สิ

บางคนที่ดีก็มีมาก

แต่บางคนก็บอกเราแต่แง่ดีเกี่ยวกับตัวเอง บางคนบอกเราว่าย้ายตามครอบครัวเลยต้องย้ายโรงเรียน…..แต่จริงๆอาจเพราะไปป่วนที่เก่าจนอยู่ไม่ได้ก็เป็นได้นะ

 

Source : http://www.dailymail.co.uk/

 

แล้วถ้าเปรียบเพื่อนใหม่กับพรรคการเมืองใหม่ๆล่ะ
หลักฐานมีก็ชัดเจน การพูดแค่ว่าออกทุนให้หนังสือบางเล่ม แต่ไม่รู้ว่าเขาเขียนปลุกปั่นสังคมอะไรบ้าง เป็นเรื่องไร้ยางอาย ปัดความรับผิดชอบให้พ้นตัว
เพื่อนใหม่อย่างนี้ ยังไม่เริ่มสนิทก็ปลิ้นปล้อนแล้ว ก็อย่าไปคบเลย

…เปลืองตัว

……………………………………

……………………………….

บทความ :  Ronald Zhou
Illustrator :Aonnta Boonnam