• GEN Facebook
    Facebook Pagelike Widget

วีระศักดิ์เล็ก วงศ์ประเสริฐ ชายไทย–ชีวิตเริ่มจากศูนย์จนเป็นเจ้าของ 4 ตึกในโตเกียว และยืนยันไม่รับสัญชาติญี่ปุ่น

ห้าหกปีก่อน ผมทำงานด้านการตลาดต่างประเทศให้กับบริษัทไทยแห่งหนึ่ง เป็นเหตุให้ผมต้องเดินทางขึ้นล่องกรุงเทพฯโตเกียวอยู่ทุกเดือน แล้ววันหนึ่งบริษัทก็ได้มีโอกาสเข้าไปสนับสนุนค่ายมวยไทยแห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงมากของคนไทยในญี่ปุ่น ผมจึงต้องทำงานประสานงานกับชายไทยคนหนึ่งชื่อ ‘วีระศักดิ์เล็ก’ ชายวัยเกือบ 50 ปี ผู้ที่เป็นเจ้าของค่ายมวยไทย

วันแรกที่พบกัน คุณวีระศักดิ์เล็ก นัดให้ผมไปเจอกับแกที่สนามมวยแห่งหนึ่งสายๆของวันอาทิตย์ สนามมวยแห่งนั้นวันนี้ไม่มีแล้วเพราะรัฐบาลญี่ปุ่นเวนคืนที่ดินเพื่อนำไปทำสนามกีฬารองรับการแข่งขัน Tokyo Olympics 2020 ถ้าใครคุ้นกับโตเกียวก็จะทราบว่า แถบนั้นเป็นพื้นที่ที่ทางการญี่ปุ่นถมทะเลทำเป็นที่ดิน เดินทางด้วยการไปจากสถานีชิมบาชิ (新橋えき) ที่จะไป お台場หรือโอไดบะ แหล่งท่องเที่ยวสุดฮิตของคนไทย

 

วันที่ผมไป ผมพบเรื่องน่าประหลาดใจสามเรื่อง เรื่องแรก คือคนญี่ปุ่นมาดูการแข่งขันมวยไทยเยอะมาก แต่ละคนแต่งตัวสวยงามเหมือนไปงานคอนเสิร์ต บางคนก็พาเด็กๆมาดูด้วย ไม่เหมือนบ้านเรา ที่กีฬามวยไทยเหมือนเป็นเรื่องของคนกลุ่มหนึ่งที่ชอบเชียร์แบบมีปลายนวม 

 

เรื่องที่สองที่ผมประหลาดใจ คือคุณวีระศักดิ์เล็ก เป็นชายวัยกลางคนรูปร่างแข็งแรง น้ำเสียงบอกได้เลยว่ามาจากอีสานบ้านเราแท้ๆ แต่แกมีทีมงานเป็นคนญี่ปุ่น และคนอังกฤษประสานงานเรื่องสถานที่และการชกมวย (Organiser) และมีทีมงานคนไทยดูแลเรื่องมวย 

เรื่องที่สาม คือคนที่มาชกมวยไม่ได้เป็นพวกต่อยเล่นกะหย็องกะแหย็ง มีทั้งชายและหญิงและเด็ก ต่อยกันหนักมาก เลือดออกฟันหักกันเลย (มีคู่หนึ่ง นักมวยหญิงญี่ปุ่นต่อยนักมวยหญิงไทยฟันหัก พ่อของนักมวยญี่ปุ่นวิ่งมาโค้งขอโทษผม ที่ทำให้เกิดฟันหัก เพราะนึกว่าผมเป็นพ่อของนักมวยไทยท่านนั้น)

 

สามเรื่องน่าประหลาดใจ ทำให้ผมสงสัยและสนใจในตัวคุณวีระศักดิ์เล็ก อย่างมาก เขาเป็นใคร ทำไมถึงสามารถจัดงานขนาดนี้ ทำไมถึงมีลูกทีมเป็นคนญี่ปุ่น ชี้นิ้วสั่งการด้วยภาษาญี่ปุ่น บุคลิกเป็นผู้นำสุดๆ ลูกน้องเรียก ฉะโจ้ๆ (นายๆ) จัดมวยอย่างไรทำไมคนญี่ปุ่นมาดูเยอะขนาดนี้ แล้วทำไมคนญี่ปุ่นต้องสนใจการแข่งขันและเข้าร่วมการแข่งขันนี้ การแข่งขันนี้คงไม่ธรรมดา คุณวีระศักดิ์เล็ก ยิ่งต้องไม่ธรรมดา

วีระศักดิ์เล็ก กับประวัติการต่อยอดชีวิตที่ไม่ธรรมดา

 

แล้วผมก็ได้มีโอกาสนั่งกินข้าวกับวีระศักดิ์เล็ก จึงมีโอกาสได้ถามสิ่งที่ประหลาดใจทั้งหมด เรื่องเกิดขึ้นราว 30 ปีก่อน ตอนที่ญี่ปุ่นกำลังบูมสุดขีด คุณวีระศักดิ์เล็ก ที่ตอนนั้นฐานะทางบ้านกำลังลำบากจากการล้มละลายของครอบครัว วีระศักดิ์เล็ก ในวัยราวยี่สิบมองหาหนทางในการแบ่งเบาภาระของครอบครัว ก็บังเอิญให้มีคนชวนให้มาชกมวยและเป็นครูมวยที่ญี่ปุ่น โอกาสการทำเงินจากประเทศร่ำรวยของโลก โอกาสงามๆอย่างนี้วีระศักดิ์เล็ก ไม่ปล่อยให้หลุดมือ

แต่แล้วเมื่อมาถึงประเทศญี่ปุ่น งานที่คาดหวังกลับกลายจากหน้ามือเป็นหลังมือ คือโดนบังคับให้ทำงานเป็นกรรมกรก่อสร้าง แน่นอนว่าตอนนั้นเศรษฐกิจที่กำลังบูม ตึกสูงกำลังขยายตัว แต่คนงานญี่ปุ่นค่าแรงสูงจึงเป็นเหตุให้คนต่างชาติถูกพาเข้าไปเพื่อทำงาน แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่วีระศักดิ์เล็ก ต้องการ แต่มันไม่มีทางเลือก สังคมญี่ปุ่นไม่ได้เฟรนด์ลี่อย่างที่คนไทยเป็น วีระศักดิ์เล็กโดนเหยียดโดยคนงานญี่ปุ่น ค่าแรงก็น้อยอยู่แล้วโดนหักค่าหัวคิว ทำงานหนักกว่าคนอื่นสองเท่า แต่แล้วคนไทยที่ไปด้วยกันก็แอบหักหลัง ที่รู้ว่าพวกคนไทยมีแผนหักหลังเพราะไหวพริบ วีระศักดิ์เล็ก ยอมเอาเงินเดือนสุดท้ายเลี้ยงเหล้าพวกคนไทยจนเมา แล้วหลุดปากออกมาว่า วีระศักดิ์เล็กจะโดนเขี่ยออกจากทีมส่งกลับไทย 

เพราะกลับไทยชีวิตก็ไม่มีอะไรดีเข้าไปอีก วีระศักดิ์เล็กเลยตัดสินใจหนีไปตายดาบหน้า แต่ก็ดาบซามูไรนะครับไม่ได้หนีกลับไทย วีระศักดิ์เล็กหนีไปเมืองหนึ่ง แต่อีกครั้งที่ไหวพริบการคิดการณ์ไกลเปลี่ยน วีระศักดิ์เล็กให้กลายเป็นอีกคนหนึ่ง แม้เงินเดือนจะน้อย อาหารก็ขอเขากิน แต่เอาเงินเดือนทั้งหมดไปจ้างเพื่อนชาวญี่ปุ่นให้สอนขับรถขุดดิน เงินเดือนสองสามเดือนแทนที่จะเอามากินดื่มหาความสุข ถูกเปลี่ยนเป็นค่าเล่าเรียนขับรถขุดดิน คราวนี้นายจ้างเห็นว่าวีระศักดิ์เล็ก สามารถทำงานได้อีกระดับหนึ่งที่คนงานทั่วไปทำไม่ได้ ค่าตอบแทนก็เยอะขึ้น

 

ค่าตอบแทนที่เยอะขึ้นนำมาสู่การต่อยอดครั้งที่สอง

 

คราวนี้วีระศักดิ์เล็กมั่นใจในโอกาสการทำงานของตัวเอง จึงเดินทางเข้าโตเกียวหวังรายได้ที่สูงขึ้น วีระศักดิ์เล็กเข้าทำงานกับบริษัทติดตั้งลิฟท์ ที่ต้องมีการขนของขึ้นลง มีวัสดุหนักๆที่ต้องยกด้วยรถประเภทเดียวกับรถขุด วีระศักดิ์เล็กจึงได้ฉายแววและได้ค่าแรงเพิ่ม คราวนี้งานของเขาไม่มีใครรังแกแล้ว เพราะคนทำเป็นมีน้อย การได้เงินมากขึ้นไม่ได้ทำให้วีระศักดิ์เล็กขี้เกียจ เขาแบ่งเวลาไปชกมวยและทำงานดึกๆที่ร้านเนื้อย่าง

ความขยัน การบริหารเวลา และการต่อยอดครั้งที่สาม

 

ด้วยการทำงานไปด้วย ชกมวยไปด้วย นอกจากได้เงินแล้วชื่อเสียงก็ตามมา เพราะชกไม่เคยแพ้ใครเลย เขาเกิดความคิดว่า ถ้าแบ่งเวลาอีกนิดหนึ่ง ก็จะสามารถเอาเวลานั้นมาสอนคนญี่ปุ่นชกมวยได้เงินเพิ่มอีก การสอนมวยไม่ได้มีที่ทางเป็นหลักแหล่ง สอนกันตามที่ว่างในสวนสาธารณะ การเป็นคนสอนมวยกลายเป็นจุดผลักดันชีวิตวีระศักดิ์เล็กให้เปลี่ยนไป อย่างที่วีระศักดิ์เล็กเองก็ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นได้ 

 

ความรัก ดวงชะตาที่พลิกผัน และ การต่อยอดครั้งที่สี่

 

ระหว่างที่ชกมวย วีระศักดิ์เล็กก็มีโอกาสได้พบรักกับสุภาพสตรีชาวญี่ปุ่นและได้แต่งงานกัน และมีลูกสาวฝาแฝดสองคนที่น่ารักมาก ตั้งชื่อไทยว่า ‘เพชร’ และ ‘พลอย’ การต่อยอดครั้งที่สี่เป็นยอดที่เป็นรากฐานสำคัญ เพราะวีระศักดิ์เล็กมีโอกาสได้เช่ายิมเพื่อสอนมวยอย่างจริงจัง แต่เปิดไม่กี่วัน ยากูซ่าก็ส่งคนมาเก็บค่าคุ้มครอง สุดท้ายก็หาทางแก้จนได้ 

 

ยิมมีคนเรียนมากขึ้น รายได้มากขึ้นเป็นร้อยคน รายได้ขึ้นหลักล้าน ต้องตามคนไทยที่รู้จักมาช่วยกันสอนมวย จากนั้นอีกไม่นานสิ่งที่ใหญ่มากก็เกิดขึ้น คือเขาสามารถซื้อตึก 5 ชั้นราคา 40 ล้านบาทไทย แถมธนาคารวางใจให้เงินกู้อีก ตึกห้าชั้นกลายเป็นบ้าน ยิม ห้องพักครูมวยไทย และร้านอาหาร วันนี้เขาได้วีซ่าญี่ปุ่น รวมถึงได้รับการหยิบยื่นสัญชาติญี่ปุ่นให้ แต่วีระศักดิ์เล็กไม่รับ เขารักความเป็นไทย มันดีมากพออยู่แล้วจะเปลี่ยนทำไม

จากตึกแรก สู่ตึกที่สอง ที่สาม และที่สี่ และค่ายมวยขยายเป็นเจ็ดแห่ง

 

ถ้าไม่เล่ากันในรายละเอียดให้ยืดยาวก็จะย่นย่อว่า วีระศักดิ์เล็กไม่เคยสุรุ่ยสุร่าย อะไรประหยัดได้ก็ประหยัด อะไรทำเองได้ก็ทำ เงินเก็บจึงมีมากขึ้น เครดิตที่ธนาคารไว้วางใจก็มากขึ้น วีระศักดิ์เล็กไม่เอาเงินไปปรนเปรอหาความสุขอบายมุขมึนเมา การขยายสาขาเท่ากับขยายรายได้ รายได้ที่มากกว่าค่าใช้จ่ายก็นำมาซึ่งรายได้ใหม่ๆ และที่สำคัญที่สุดคือ ชื่อเสียง เมื่อมีชื่อเสียงเขาจึงกลายเป็นคนดังในญี่ปุ่น ที่แม้กระทั่งรายการละครยังเคยเชิญไปแสดงประกอบ รวมถึงสุนัขแสนรู้ชื่อป๊อกกี้ของวีระศักดิ์เล็ก นักมวยจากต่างชาติเริ่มหลั่งไหลมาเรียน ชื่อเสียงของวีระศักดิ์เล็กทำให้วันนี้มีคนมาขอเปิดแฟรนไชส์ ‘วีระศักดิ์เล็ก ยิมมวยไทย’ อาจเป็นค่ายมวยไทยแห่งแรกที่มีแฟรนไชส์ในต่างประเทศ เช่น ไต้หวัน ฮ่องกง อิหร่าน ออสเตรเลีย 

เมื่อมีเวลาก็ขยายเวลาหาเงิน เมื่อมีเงินก็ขยายเงินหาชื่อเสียง แต่เมื่อมีพร้อมแล้วก็อยากแบ่งปัน

 

วีระศักดิ์เล็กมาถึงจุดนี้ได้ด้วยความคิดหลักสองข้อ คืออยากดูแลแม่ให้มีชีวิตที่ดี และอีกข้อคือความสุขจากการทำงานและดูแลคนรอบข้าง วันนี้วีระศักดิ์เล็กมีพร้อมทุกอย่าง เขาเริ่มคิดว่ามวยไทยทำให้เขามีวันนี้ แต่นักมวยไทยที่ขาดโอกาสยังมีอีกมากมาย

 

วันนี้เขาอยากสร้างยิมที่เมืองไทย แหล่งให้ชีวิตและวิชา ไม่ได้เพื่อเสริมความมั่งคั่ง แต่เพราะอยากแบ่งปันโอกาสให้กับนักมวยเลยวัยชกแต่ยังมีวิชาติดตัว ให้ได้มีโอกาสนำวิชาหากินต่อด้วยการเปิดค่าย เพื่อสอนนักมวยให้เป็นครูมวย แล้วออกไปหารายได้จากแฟรนไชส์ที่จะเกิดขึ้นในนาม ‘วีระศักดิ์เล็ก ยิมมวยไทย’ ต่อไป

 

นี่แหละครับ เรื่องของชายคนหนึ่งที่ผมรู้จัก เขาเรียนน้อยกว่าผม แต่ใจเขาหนักกว่า ยิ่งใหญ่กว่าผมอีกมาก 

 

คนแบบนี้ ช่างน่าเป็นต้นแบบให้คนไทยได้รับรู้กันเยอะๆจริงๆ

…………………….

บทความ: Gen Writer X

Illustrator:  Aonnta Boonnam