• GEN Facebook
    Facebook Pagelike Widget

My Nanny – เพชรน้ำหนึ่ง ศรีวรรธนะ

เนื่องจากยังอยู่ในเดือนของวันแม่ นอกจากมารดาที่ให้กำเนิดแล้ว ฉันนึกถึงผู้หญิงอีกคนหนึ่ง ผู้ที่เลี้ยงดูฉันมาตั้งแต่เกิด ถ้าจะพูดให้ถูก​ คงต้องบอกว่าเธอเลี้ยงดูพ่อด้วย เลี้ยงมาตั้งแต่พ่อเกิด เลี้ยงพี่น้องของพ่อที่เกิดจากคุณปู่คุณย่าทุกคน และเลี้ยงหลานของคุณปู่คุณย่าทุกคนด้วย

 

‘ป้าหวาด’ มีชื่อจริงว่า สวาท คงชาติ เป็นคนนครศรีธรรมราช ผิวเข้มเป็นสีน้ำตาล ผมหยิก ตัวเล็กแต่ดูแข็งแรง .. ป้าหวาดมาอยู่กับคุณย่าตั้งแต่อายุ 8 ขวบ สมัยนั้นน่าจะเรียกว่าเป็น ‘ต้นห้อง’ สินะ นอนเฝ้าที่หน้าห้องคุณย่าจนกระทั่งคุณย่าแต่งงานกับคุณปู่

 

หลังจากคุณย่ามีพ่อและอาๆ ของฉัน ป้าหวาดก็เป็นคนเลี้ยงดู ทำกับข้าว อาบน้ำ แต่งตัวให้ทุกคน คนที่ป้าหวาดเกรงใจมากที่สุดน่าจะเป็นพ่อของฉัน แต่คนที่เธอรักมากที่สุดนั้นคืออาคนเล็กของฉัน ผู้ซึ่งมีร่างกายอ่อนแอ เป็นไข้ตัวร้อนและชักบ่อย ป้าหวาดจะตามใจและเอาใจอาคนเล็กแทบทุกอย่าง

จนกระทั่งรุ่นหลาน ป้าหวาดก็เลี้ยงมาทุกคน เพราะรุ่นลูกเอาหลานมาฝากคุณย่าเลี้ยงไว้ พวกเราจึงโตมาด้วยกันโดยมีป้าหวาดคอยดูแล ทำกับข้าว อาบน้ำแต่งตัว รีดผ้าซักผ้าให้ กล่อมนอน เวลาพวกเราหกล้มร้องไห้ จะมีป้าหวาดที่วิ่งมาถึงตัวพวกเราคนแรก​ เข้ามาโอ๋ .. แล้วเป่าเพี้ยงให้ .. อุ้มปลอบโยนจนพวกเราหยุดร้องไห้

ป้าหวาดเห็นการเจริญเติบโตของเราทุกคนตั้งแต่รุ่นลูกของคุณปู่คุณย่าจนถึงรุ่นหลาน รู้จักนิสัยใจคอของพวกเราทุกคนว่าใครชอบอะไรหรือไม่ชอบอะไร จำได้ว่าทุกคนชอบกินอะไรและไม่ชอบกินอะไร เพราะเลี้ยงมากับมือด้วยตัวเอง

 

หลังจากคุณปู่คุณย่าเสียชีวิตไป จึงเป็นหน้าที่ของลูกหลานอย่างเราที่จะต้องดูแลป้าหวาดผู้มีอายุจวนจะ 80 แล้วต่อไป

ในวัยใกล้ 80 ของป้าหวาดนั้นเรียกว่า ‘ซ่า’ ไม่เบาเลยทีเดียว ชอบแอบนั่งวินมอเตอร์ไซค์ออกไปซื้อของที่ตลาดเป็นที่สุด มีครั้งหนึ่งเคยหกล้ม คนแถวนั้นอุ้มใส่รถกระบะมาส่งที่บ้าน พวกเราตกใจกันมาก​ รีบพาส่งโรงพยาบาล​ ปรากฏว่าข้อเท้าแตกต้องเข้าเฝือกอยู่สามเดือน นอนบ่นงุ้งงิ้งอยู่คนเดียวบนเตียงว่า “เซ็งมาก ออกไปไหนก็ไม่ได้”

 

พ่อของฉันซึ่งบินมาจากเชียงใหม่ด้วยความเป็นห่วง ได้บอกป้าหวาดด้วยเสียงดังตามแบบของพ่อว่า

“ต่อไปนี้ไม่ให้ขึ้นวินมอเตอร์ไซค์ไปไหนแล้วนะ หกล้มอีกล่ะแย่เลยนะ”

ป้าหวาดลุกขึ้นมานั่งด้วยความหงุดหงิด แล้วตอบสวนกลับไปทันทีว่า “จะไป!!!

พ่อตอบกลับไปว่า “เดี๋ยวล้มแล้วเจ็บอีกนะ”

“ไม่เจ็บซะหน่อย” ป้าหวาดตอบแบบเสียงชิลมาก

พ่อซึ่งเป็นพี่ใหญ่ของบ้านเงียบไป พวกเราแอบยิ้มกัน เพราะแม้แต่พ่อก็ต้องยอม ‘นิ่ง’ ให้ป้าหวาด ผู้หญิงตัวเล็กๆ ผิวเข้ม ผู้มีพระคุณกับบ้านของเรานักหนา

 

ในขณะที่อาคนเล็ก ผู้ได้ชื่อว่าเป็น ‘ลูกรัก’ แค่พูดธรรมดาว่า “สวาท ต่อไปนี้ห้ามนั่งมอไซค์แล้วนะ ล้มขึ้นมา มันลำบาก รู้รึป่าว” ป้าหวาดกลับตอบสั้นๆว่า “โอ.เค.ค่ะ !!!” ซึ่งอันนี้เราก็แอบยิ้มกัน เป็นที่เข้าใจว่า นางยอมอยู่คนเดียว

ป้าหวาดอยู่กับเราจนอายุได้ 89 ปี ก็เริ่มมีอาการของโรคไต มือบวม หน้าบวม หมอบอกว่าป้าความดันสูง ต้องแอทมิท พวกเราผลัดกันไปเยี่ยมป้าหวาดทุกวันจนวาระสุดท้าย

งานส่งป้าหวาดเดินทางไกล​ มีคนมาเยอะมาก โดยเฉพาะกลุ่มพี่วินมอเตอร์ไซค์ พวกเขาขอช่วยยกป้าขึ้นบนเมรุเอง พี่วินฯ หน้าโหดหนวดเฟิ้มบางคนปาดน้ำตาลงมาจากเมรุ บางคนมาทั้งชุดวินจับกลุ่มคุยกันหน้าเศร้า ฉันบอกไม่ถูกจริงๆ กับภาพที่เห็น ผู้หญิงสูงวัยตัวเล็กๆ ขวัญใจวินมอเตอร์ไซค์ทั้งซอย ..

 

22 สิงหาคมปีนี้ ป้าได้จากเราไปครบ 4 ปีพอดี ฉันยังนึกถึงเวลาที่นางพยาบาลถามว่าเป็นญาติอะไรกับคนไข้ ฉันได้ตอบว่า “พี่เลี้ยง” พยาบาลพยักหน้าเฉยๆ ฉันจำได้ว่าฉันอธิบายต่อไปว่า “ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่พี่เลี้ยงธรรมดา แต่เป็นคนสำคัญของครอบครัวเรา เป็นผู้มีพระคุณ เป็นคนเลี้ยงดูเรามา เป็นคนเก่าคนแก่ เป็นแม่นมของพวกเรา”

 

คนบางคน​ เราก็บอกไม่ได้ว่าเขาเป็นอะไรกับเรา แต่รู้สึกในใจว่าเขาเป็นผู้มีพระคุณ เป็นคนสำคัญในชีวิต ซึ่งเราไม่มีวันลืมและจะระลึกถึงเสมอ

 

นอกจากแม่แล้ว บ้านเราก็มี คุณสวาท คงชาติ นี่แหละ ที่เราจะคิดถึงตลอดไป

คิดถึงป้าหวาดนะจ๊ะ

 

………………………

เพชรน้ำหนึ่ง ศรีวรรธนะ