• GEN Facebook
    Facebook Pagelike Widget

มุมมองจากห้องมุม – ลูกผู้กลับบ้าน

(1)

เฟรดดี้ อากีล่าร์ ปีนี้อายุ 65 แล้ว

หลายคนคงถามว่า​ อีตาเฟรดดี้คนนี้เป็นใครกัน​ ไม่เห็นรู้จัก อากีล่าร์ที่พอรู้จักบ้างก็ชื่อติ๊นา คริสติน่า เป็นอะไรกันหรือเปล่า?

เปล่านะครับ สองคนนี้ไม่ได้เป็นญาติอะไรกัน แต่ก็พอมีส่วนเกี่ยวข้องกันเพราะเป็นคนฟิลิปปินส์ และมีอาชีพนักร้องเหมือนกันทั้งคู่ จะต่างก็แต่พ่อของคริสติน่าคือโทนี่ มาตั้งรกรากทำมาหากินในเมืองไทยตั้งแต่นานนมแล้ว ส่วนเฟรดดี้ปักหลักอยู่ที่ฟิลิปปินส์มาโดยตลอด

 

ที่มา https://news.mb.com.ph/2018/03/13/senate-passes-resolution-recognizing-freddie-aguilar-for-his-lifetime-outstanding-contribution-to-ph-arts-and-culture/

 

แม้ตัวจะอยู่ฟิลิปปินส์​ แต่ชื่อเสียงเฟรดดี้โด่งดังไปทั่วโลก ดังขนาดไหน? หลายคนคงถาม เพราะอาจไม่เคยได้ยินชื่อเฟรดดี้มาก่อนเลย

ก็ดังขนาดที่ว่า เพลงเอกของเขานอกจากจะดังเปรี้ยงปร้างในบ้านเกิดจนมีคนนำไปร้องใหม่เป็นร้อยเวอร์ชั่นแล้ว ยังข้ามน้ำข้ามทะเลไปขึ้นอันดับหนึ่งในญี่ปุ่น ดังสุดๆในมาเลเซีย อินโดนีเซีย ฮ่องกง และประเทศในยุโรปตะวันตก สิริรวมออกวางจำหน่ายถึงใน 56 ประเทศ ได้รับการแปลเป็นภาษาอื่นถึง 26 ภาษา เหมาม้วนแล้วขายไป 30 ล้านแผ่น นิตยสารบิลบอร์ดจัดให้เป็นเพลงสุดฮิตอันดับสองของโลกในยุค 1980s (โลกในที่นี้คงหมายถึงนอกอเมริกา)

และจัดเป็นเพลงที่มียอดขายสูงสุดตลอดกาลในฟิลิปปินส์

ดังขนาดนี้แล้ว​ มาลองดูประวัติเฟรดดี้กันครับ

เฟอร์ดินานด์ ‘เฟรดดี้’ ปาสกาล อากีล่าร์ เกิดปี ค.ศ.​ 1953 ที่เมืองอิซาเบลล่า ฟิลิปปินส์ ก่อนจะย้ายเข้าเมืองหลวงมะนิลาในวัยเด็ก หัดแต่งเพลงตั้งแต่อายุ 14 จับกีตาร์ตัวแรกในวัย 17 ขึ้นเวทีแสดงสดหนแรกตอน 20 พอ 25 เพลงที่เฟรดดี้แต่งและร้องได้เข้ารอบสุดท้ายของการประกวดในงาน Metro Manila Pop Festival

ผลงานคราวนั้นสร้างชื่อให้เฟรดดี้จนได้ทำสัญญากับบริษัท VICOR ค่ายเพลงที่โด่งดังที่สุดในฟิลิปปินส์ในขณะนั้น

เพลงของเฟรดดี้เป็นเพลงโฟล์คที่แฝงกลิ่นอายเพื่อชีวิต โทนเดียวกับวงคาราวานของบ้านเรา เป็นเพลงที่เข้าถึงประชาชนได้อย่างลึกซึ้ง และแล้วในที่สุด เจ้าของเสียงเพลงเพื่อชีวิตก็เข้าไปมีส่วนร่วมกับขบวนการล้มล้างอำนาจเผด็จการของประธานาธิบดีมาร์กอส เพลงของเขาแรงและหนักหนาสาหัสขึ้นเรื่อยๆ​ จนบางเพลงถูกแบนจากทางการ เช่นเพลง Katarungan (ความยุติธรรม) และเพลง Pangako (คำสัญญา)

ที่มา https://rateyourmusic.com/release/album/freddie_aguilar/katarungan/

 

เพลงประท้วงที่ทำให้เฟรดดี้เป็นที่รู้จักมากที่สุดคือเพลง Bayan Ko (แผ่นดินของข้า) เพลงภาษาตากาล็อกดั้งเดิมที่เฟรดดี้เพิ่มเนื้อเข้าไป เพลงนี้เป็นเพลงตั้งแต่สมัยเรียกร้องอิสรภาพจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ถูกนำมารื้อฟื้นใหม่ในการต่อต้านรัฐบาลเผด็จการมาร์กอส เป็นเพลงประจำขบวนการ People Power ที่ต่อมาล้มล้างอำนาจของประธานาธิบดีมาร์กอสลงได้ในที่สุด เรียกได้ว่าเสมือนเพลงชาติเพลงที่สองของฟิลิปปินส์ก็ว่าได้

(ประธานาธิบดีคอราซอน อาคิโน่​ ใช้เพลงนี้ในแคมเปญหาเสียง และเพลงนี้เป็นเพลงหนึ่งที่ใช้ในพิธีศพของเธอด้วย)

ขยับเวลามาถึงวันนี้ เฟรดดี้เป็นนักร้องคนโปรดของประธานาธิบดีดูเตอร์เต้ เป็นหนึ่งใน 15 คณะกรรมาธิการศิลปะและวัฒนธรรมแห่งชาติ ระหว่างหาเสียงจนถึงวันเข้ารับตำแหน่งของประธานาธิบดีดูเตอร์เต้ เฟรดดี้ร้องเพลง Para sa Tunay na Pagbabago (เพื่อความเปลี่ยนแปลงอันแท้จริง) ให้กับแคมเปญหาเสียงด้วย

และในเดือนมกราคมที่ผ่านมา บ้านของเฟรดดี้ที่เกซอนซิตี้เกิดเพลิงไหม้วอดทั้งหลัง เครื่องดนตรี รางวัลต่างๆ แผ่นเสียง งานศิลปะที่สะสมไว้ และของอื่นๆเสียหายไปทั้งสิ้น 1.5 ล้านเปโซ (ประมาณ 2.6 ล้านบาท) ตัวเฟรดดี้เล่นดนตรีอยู่ที่บาร์ ยังโชคดีที่ลูก เมีย และแม่ยายหนีตายออกมาได้ทัน

ที่มา https://www.rappler.com/entertainment/news/192832-freddie-aguilar-house-north-fairview-destroyed-fire

 

ทุกวันนี้ เฟรดดี้ยังเล่นดนตรีอยู่ มีบาร์เป็นของตัวเองในมะนิลาชื่อ Ka Freddie Music Bar and Restaurant

ทีนี้มาว่ากันถึงเพลงเอกของเขา

บางคนอาจจะรู้จัก หลายคนอาจเคยฟังแต่ไม่รู้ว่าเฟรดดี้ร้อง หรืออาจเคยได้ยินเป็นภาษาอื่น

เพลงนั้นชื่อ Anak แปลตรงๆว่า ‘ลูก’ ภาษาตากาล็อกคำนี้เป็นคำเรียกรวมๆ​ ไม่ได้แบ่งเป็นลูกชายลูกสาว หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าแปลว่า​ ‘เด็ก’ เพราะเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเพลงนี้ที่เฟรดดี้ร้อง​ ดันไปใช้ชื่อว่า​ ‘Child’

เพลงๆนี้มาจากชีวิตจริงของเฟรดดี้เอง

ตอนอายุ 18 เฟรดดี้เลิกเรียนหนังสือ หนีออกจากบ้านเพราะไม่พอใจที่คุณพ่อเคี่ยวเข็ญอยากให้เขาเรียนกฎหมาย ความเป็นวัยรุ่นเลือดร้อน เขาเตลิดเปิดเปิงไป ติดการพนันจนย่ำแย่ ดีที่ยังกลับตัวกลับใจได้ในเวลา 5 ปีต่อมา ด้วยความสำนึกเสียใจ เฟรดดี้แต่งเพลง Anak ขึ้นเพื่อเป็นการขอโทษต่อคุณพ่อคุณแม่ของเขา เขากลับบ้านไปสู่อ้อมแขนของคุณพ่อคุณแม่ที่รอรับอยู่ เมื่อคุณพ่อเขาได้ฟังเพลงนี้​ ก็ทำให้ทั้งสองกลับมาสนิทสนมกันเหมือนเดิม

จากนั้นไม่นาน คุณพ่อของเฟรดดี้ก็เสียชีวิต

เนื้อเพลง Anak ว่าไว้อย่างนี้

(ผมแปลจากเวอร์ชั่นคัฟเวอร์ภาษาญี่ปุ่นของซึงิตะ จิโร่ ที่น่าจะแปลใกล้กับภาษาตากาล็อก​ เพราะมีรายละเอียดมากกว่าฉบับภาษาอังกฤษของเฟรดดี้เอง จะให้แปลจากออริจินอลเลย​ ไม่มีปัญญาครับ)

ยามลูกลืมตาดูโลก ลูกรู้ไหมว่าพ่อแม่ดีใจเพียงใด

ยามที่ลูกต้องพึ่งพาแต่เพียงพ่อแม่ รอยยิ้มไร้เดียงสานั่นช่างน่ารักเสียนี่กระไร

ยามดึกดื่น แม่อุ่นนมให้ลูกดื่ม

ยามกลางวัน พ่อทำทุกอย่างเพื่อลูกโดยไม่เห็นแก่เหน็ดแก่เหนื่อย

เมื่อลูกเติบโตขึ้น ลูกบอกว่าต้องการความอิสระเสรี

พ่อกับแม่ได้แต่งุนงงสงสัย

ยิ่งวันยิ่งยากที่จะเข้าใจ ลูกเปลี่ยนไปเสียเหลือเกิน

ลูกไม่คิดจะฟังคำพ่อแม่เลย

ลูกมองไม่เห็นถึงความห่วงใยของพ่อแม่ ลูกเดินจากไป

ในเวลานั้น ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถฉุดรั้งลูกเอาไว้ได้

ลูกเอย เวลานี้ เจ้าเร่งรุดเข้าสู่เส้นทางอันเลวร้าย

พ่อแม่ได้ยินว่า เจ้าดำเนินชีวิตในทางที่ผิด

ลูกเอย พ่อแม่สงสัยเหลือเกินว่า​ เกิดอะไรขึ้นกับลูกของเรา

แม่ของลูกได้แต่ร้องไห้

พ่อแม่มั่นใจว่า ในตาของลูกก็เปี่ยมล้นด้วยน้ำตาเช่นเดียวกัน

พ่อแม่มั่นใจว่า เวลานี้ลูกสำนึกผิดแล้ว

พ่อแม่มั่นใจว่า ในตาของลูกก็เปี่ยมล้นด้วยน้ำตาเช่นเดียวกัน

พ่อแม่มั่นใจว่า เวลานี้ลูกสำนึกผิดแล้ว

 

เวอร์ชั่นต้นฉบับภาษาตากาล็อก

 

 

เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเฟรดดี้เอง 

 

 

เวอร์ชั่นภาษาญี่ปุ่นของซึงิตะ จิโร่ 

 

(ถ้าฟังแล้วคุ้นหูก็ไม่ต้องสงสัยนะครับ เพราะน้าแอ๊ด คาราบาว อดีตนักเรียนฟิลิปปินส์ เอาเพลงนี้มาก๊อปเป็นเพลงไทย ที่ว่าก๊อป​ ไม่ใช่แปล​ ก็เพราะจาก​ ‘ลูก’ น้าแอ๊ดแกแปลงเป็น​ ‘ลุงขี้เมา’ เมาไม่สำนึกจนตายอยู่ที่ใต้สะพานลอยซะงั้น)

 

 

(2)

ลูกอย่างเฟรดดี้ อากีล่าร์ กลับตัวกลับใจได้ สำนึกเสียใจขอโทษ กลับไปสู่อ้อมแขนพ่อแม่ที่พร้อมจะให้อภัยเป็นเวลานานมาแล้ว

แต่ลูกเนรคุณจำนวนหนึ่งในประเทศไทย นอกจากไม่สำนึกผิดแล้ว ยังออกมาเห่าหอนสร้างความเดือดร้อนต่อพ่อแม่และบ้านเมืองอีกด้วยซ้ำ

……………………….
บทความ : โชนแสง (นามแฝง)
Illustrator : Sunanta Treepon