• GEN Facebook
    Facebook Pagelike Widget

The Road To เลือกตั้ง ตอน ฉีกรัฐธรรมนูญปี 2560 ยกปี 2540 แทน แค่เอาเท่หรือประโยชน์ส่วนรวม?

โรดแมปการเลือกตั้งเริ่มเห็นเค้าลางใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ปี่กลองหาเสียงแบบหลบๆทางอ้อมก็กระหน่ำกันทางโซเชียลไม่เว้นแต่ละวัน  ต่างงัดเอากลยุทธ์ จุดขาย หมายครองใจผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง​ สุดแท้แต่จะคิดอ่านสรรหามาได้ แม้กระทั่งตัวรัฐธรรมนูญเองก็ยังเอามาเป็นประเด็นหาจุดขายไปด้วย

 

มีพรรคการเมืองบางพรรคถึงกับยกมาเป็นข้อหาเสียง ว่าหากได้รับเลือกแล้วจะมา ‘ฉีก’ รัฐธรรมนูญปี 2560  และ ‘ยก’ เอารัฐธรรมนูญปี 2540 มาใช้แทน

 

แน่นอน​ รัฐธรรมนูญเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้ ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญเอง เว้นแต่จะเกิดกรณีรัฐประหาร ซึ่งคงไม่ได้เป็นเงื่อนไขที่พรรคการเมืองที่นำเสนอได้อ้างถึง เพราะจะสวนทางกับหลักการที่ประกาศมาตลอดจนกลายเป็นการตบหน้าตนเอง

 

การยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับในยุครัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เคยทำมาแล้วในปี พ.ศ.​2539  ด้วยการใช้เสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร​ แก้ไขมาตราที่กำหนดเงื่อนไขของการยกร่างรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม​ รัฐธรรมนูญปี 2560 ได้กำหนดเงื่อนไขของการแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้รัดกุมขึ้น โดยต้องมีส่วนของวุฒิสมาชิกร่วมเห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนวุฒิสมาชิกที่มีอยู่สำหรับการเห็นชอบในวาระแรก และในวาระที่สาม นอกจากต้องมีวุฒิสมาชิกอีก 1 ใน 3 แล้ว  ยังต้องมี ส.ส. จากฝ่ายค้านร่วมเห็นชอบไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ทั้งนี้เพราะผู้ร่างรัฐธรรมนูญเห็นความเสี่ยงของการเพียงมีเสียงข้างมากของสภาผู้แทนฯ แล้วสามารถแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับได้เลย โดยเฉพาะในโลกยุคที่กลุ่มทุนข้ามชาติสามารถแทรกแซงการเมืองไทยได้ไม่ยากนัก

 

ดังนั้นพรรคการเมืองไหนที่หาเสียงว่าได้รับเลือกมาแล้วจะแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับนั้น  ระวังจะเสียคนกันง่ายๆ เพราะต่อให้พรรคนั้นเป็นแกนนำรัฐบาล  หากฝ่ายค้านและวุฒิสมาชิกไม่เอาด้วย  ก็ไม่สามารถทำได้ตามที่หาเสียงไว้ หรืออีกนัยหนึ่ง การแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อจากนี้ จะต้องมาจากฉันทานุมัติของรัฐสภาพอสมควร ไม่ใช่เรื่องที่พรรคใดพรรคหนึ่งที่ไปหาเสียงว่าจะชนะการเลือกตั้งมาแล้วก็สามารถทำได้

 

ในฐานะที่ผู้เขียนเองเคยทำตารางเปรียบเทียบประเด็นต่อประเด็นระหว่างรัฐธรรมนูญปี 2550 กับ รัฐธรรมนูญปี 2540 ซึ่งยังสามารถเซิร์ชหาผ่านกูเกิ้ลและดาวน์โหลดมาดูได้จนทุกวันนี้ เมื่อมีประเด็นเปรียบเทียบ ‘ความดีความเลว’ ระหว่างรัฐธรรมนูญปี 2560 และ 2540 แล้ว ก็ขอถือโอกาสยกมาให้เห็น เพื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจะได้ตามดูให้เห็นจริงก่อนจะตัดสินใจเชื่อคารมการหาเสียงของพรรคการเมืองบางพรรคหรือไม่

 

เปรียบเทียบรัฐธรรมนูญปี 2540 และ ปี 2560  โดยภาพรวม

1.จุดเริ่มต้นของการยกร่างแตกต่างกันรัฐธรรมนูญปี 2540 เกิดจากการ‘จำยอม’ของนักการเมืองในสภาผู้แทนฯ ขณะนั้น ที่ไม่อาจต้านทานกระแสเรียกร้องของสังคม พิสูจน์ได้จากบันทึกการลงมติของ ส.ส. ในขณะนั้น ที่หลายคนลุกขึ้นพูดก่อนออกเสียงลงมติ ว่าไม่ได้เห็นด้วย แต่ทนแรงกดดันไม่ได้ จำเป็นต้องเห็นด้วย (ยกตัวอย่างนายเสนาะ เทียนทอง แกนนำรัฐบาลในขณะนั้นที่อภิปรายเรื่องการกระจายอำนาจในร่างรัฐธรรมนูญปี 2540 ว่า “จะทำให้แผ่นดินลุกเป็นไฟ” แต่จำเป็นต้องเห็นชอบเพราะทนกระแสกดดันไม่ไหว ทั้งที่นายเสนาะยังมีความเชื่อมโยงกับขบวนธงเหลืองที่ตั้งขึ้นมาเพื่อสู้กับ‘ธงเขียว’ของ สสร. ในยุคนั้น) ส่วนรัฐธรรมนูญปี 2560 เกิดจากคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ(ที่มีนายบวรศักดิ์  อุวรรณโณ เป็นประธาน) ที่ คสช. แต่งตั้ง ยกร่างมาแล้วสภาปฏิรูปแห่งชาติไม่เห็นชอบ และ คสช. ตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน) อีกคณะหนึ่งมายกร่าง​ จนสภานิติบัญญัติแห่งชาติให้ความเห็นชอบ

2.รัฐธรรมนูญปี 2540 ไม่ได้ผ่านการออกเสียงประชามติขณะที่รัฐธรรมนูญปี 2560 ผ่านการออกเสียงประชามติ โดยมีการเพิ่มคำถามพ่วงซึ่งเป็นที่มาของบทเฉพาะกาล 5 ปี ที่ผ่านความเห็นชอบของการออกเสียงประชามติมาเช่นเดียวกัน

 

Credit: https://www.thairath.co.th/content/684411

3.โครงสร้างของรัฐธรรมนูญปี 2540 และ 2560 ในส่วนของหมวดพระมหากษัตริย์​ มีการเปลี่ยนแปลงน้อยมากที่แตกต่างชัดเจนคือรัฐธรรมนูญปี 2540 ไม่มีหมวดหน้าที่ของรัฐ มีแต่หมวดแนวนโยบายแห่งรัฐ แต่รัฐธรรมนูญปี 2560 มีหมวดหน้าที่ของรัฐที่มีบทกำหนดโทษกำกับว่ารัฐหรือรัฐบาลใดไม่ทำต้องมีโทษ และประชาชนฟ้องร้องได้
– รัฐธรรมนูญปี 2540 มีบทบัญญัติเรื่องการขัดกันแห่งผลประโยชน์ แต่รัฐธรรมนูญปี 2560 ยกขึ้นเป็นหนึ่งหมวดต่างหาก โดยมีรายละเอียดมากขึ้น
– รัฐธรรมนูญปี 2540 ไม่มีหมวดการปฏิรูปประเทศ แต่รัฐธรรมนูญปี 2560 มีหมวดการปฏิรูปประเทศ
– รัฐธรรมนูญปี 2540 กำหนดให้ศาลรัฐธรรมนูญอยู่ในส่วนขององค์กรอิสระ แต่รัฐธรรมนูญปี 2560 แยกไปเป็นอีกหมวดต่างหาก
    – รัฐธรรมนูญปี 2540 ไม่ได้กำหนดเงื่อนไขให้ผู้ยกร่างมีส่วนในการร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่สำคัญ (ทำให้บทบัญญัติมากกว่า 40% ของรัฐธรรมนูญเป็นหมัน เนื่องจากสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้ยกร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องมารองรับ) ขณะที่รัฐธรรมนูญปี 2560 กำหนดเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญมาร่างให้เสร็จอย่างชัดเจน

 

 

เปรียบเทียบรัฐธรรมนูญปี 2540 ในรายประเด็นสำคัญ

ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ

‘The Road to เลือกตั้ง บัตรเดียวได้ ส.ส. สองระบบ เลือกอย่างไร  คำนวณวิธีไหน’

 

 

 

ที่หยิบยกมานี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่มีความแตกต่างอย่างเด่นชัดระหว่างรัฐธรรมนูญทั้งสองฉบับ นอกเหนือจากส่วนรายละเอียดที่ยังมีความแตกต่างอีกมาก 

 

อันที่จริงครั้งหนึ่งเมื่อตอนยกร่างรัฐธรรมนูญปี 2540 รัฐธรรมนูญฉบับนั้นก็เคยได้รับการยอมรับว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ดีที่สุดเมื่อเทียบกับรัฐธรรมนูญฉบับก่อนหน้านั้นที่เคยมีมา โดยเฉพาะความก้าวหน้าของการตั้งองค์กรอิสระขึ้นเป็นครั้งแรก อย่าง กกต. ปปช. ผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นต้น อีกทั้งยังเพิ่มเติมกติกาการป้องกันและการลงโทษสำหรับการทุจริตคอรัปชั่น และการทุจริตการเลือกตั้ง การบัญญัติการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นด้วยการวางหลักประกันของระบบการปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นต้น ซึ่งเหตุผลที่เกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาได้ก็เพราะเป็นรัฐธรรมนูญที่ร่างโดยสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ(สสร.) ที่มาจากผู้มีประสบการณ์ด้านต่างๆ รวมทั้งอดีตนักการเมือง แต่ไม่ใช่นักการเมืองที่มีอำนาจอยู่ในขณะนั้น ทำให้ได้บทบัญญัติที่ออกมาบังคับนักการเมืองเพื่อป้องกันการทุจริตคอรัปชั่นอย่างรัดกุมมากขึ้น ให้สิทธิเสรีภาพแก่ประชาชนมากขึ้น

 

ขณะที่รัฐธรรมนูญปี 2560 ก็ไม่ได้เกิดขึ้นมาอย่างโดดๆ หรือร่างขึ้นอย่างไม่มีที่มาที่ไป แต่มาจากประสบการณ์ที่สั่งสมจากปัญหาการบังคับใช้ที่ไม่เกิดผล หรือกติกาเดิมที่ถูกแหกช่องโหว่มาแล้วจากการใช้รัฐธรรมนูญปี 2540 มาสิบปี และรัฐธรรมนูญปี 2550 อีกสิบปี เพราะทุกมาตราที่มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข  ผู้ร่างก็ต้องตอบคำถามว่าทำไมไม่ใช้ของเดิม หรือของใหม่ดีกว่าเดิมอย่างไร มันจึงหนีไม่พ้นที่แต่ละฉบับต้องร่างขึ้นบนฐานของฉบับก่อนๆทั้งสิ้น

 

ดังนั้นใครที่แนะนำว่าให้ยกเลิกฉบับปัจจุบันกลับไปใช้ฉบับเมื่อ 20 ปีก่อน ก็ควรจะถามเขากลับไปว่า​ ได้อ่านเนื้อในของแต่ละฉบับเปรียบเทียบกันแล้วหรือยัง เพราะหากบอกว่าจะกลับไปใช้รัฐธรรมนูญฉบับ 2540 เป็นฐานเพื่อตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมายกร่างใหม่ให้เข้ากับยุคสมัย ก็ยังพอฟังได้ว่าเป็นข้อแนะนำด้วยสติให้ใช้ปัญญาในการแก้ปัญหา แต่หากแนะนำให้หยิบฉบับเก่าเมื่อ 20 ปีก่อนมาใช้อย่างดื้อๆ เพียงเพราะไม่พอใจคนร่างเท่านั้น ก็คงต้องช่วยกันคิดว่า เวลาที่เราหาอาหารมาบำรุงร่างกาย เราควรจะสนใจว่าอาหารนั้นมีคุณค่าต่อร่างกาย มีความสะอาดถูกอนามัยหรือไม่ หรือควรสนใจประวัติต้นตระกูลของผู้ทำอาหาร เพราะไม่อย่างนั้น​ เราก็อาจจะพลอยตัดสินใจผิดพลาดเอาง่ายๆ 

 

แต่ที่สุดแล้ว แค่คิดสักนิดก็คงรู้ได้ไม่ยากเลยว่า หากจู่ๆ มีคนมาแนะนำให้เราเลิกใช้โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน แล้วให้หันกลับไปใช้แพคลิ้งค์หรืออุปกรณ์ส่งข้อความสั้นอย่างที่เคยใช้เมื่อ 20 ปีก่อนแทน เพียงเพราะไม่ชอบผู้ผลิต เราคงตอบได้ไม่ยากเลย ว่าผู้แนะนำผู้นั้นโง่หรือบ้ากันแน่

……………………….
อ่านบทความ ‘The Road To เลือกตั้ง’ ในตอนก่อนหน้านี้ได้ที่

ตอนที่ 1 Roadmap To เลือกตั้ง 4 Step หลัก สู่การจัดตั้งรัฐบาลประชาธิปไตย
http://genonline.co/2018/05/30/roadmap-to-election-thailand/

ตอนที่ 2 The Road To เลือกตั้ง ตอน ใครคือผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง
http://genonline.co/2018/06/06/right-to-votes/

ตอนที่ 3 The Road To เลือกตั้ง ตอนคุณสมบัติของผู้สมัคร ส.ส.
http://genonline.co/2018/06/15/assembly-man-specification/

ตอนที่ 4 The Road To เลือกตั้ง ตอน เลือก ส.ส. เห็นว่าที่นายกฯ
http://genonline.co/2018/06/29/prime-minister-i-choose-you/

ตอนที่ 5 The Road To เลือกตั้ง ตอน การมี Primary Vote ทำอย่างไร?เพื่ออะไร?
http://genonline.co/2018/07/09/primary-vote/

ตอนที่ 6 The Road to เลือกตั้ง ตอน บัตรเดียวได้ ส.ส. สองระบบ เลือกอย่างไร คำนวณวิธีไหน
http://genonline.co/2018/07/23/the-road-to-election/

ตอนที่ 7 The Road To เลือกตั้ง ตอน ผู้สมัครเขตไหนแพ้ VOTE NO โดนโละยกแผง
http://genonline.co/2018/07/31/the-miracle-of-vote-no/

 

…………………………………………………………………

บทความ : นามนั้นสำคัญไฉน ความจริงสิสำคัญกว่า

Illustrator:Rawin Jarureangsri