• GEN Facebook
    Facebook Pagelike Widget

สรุปเทรนด์ร้อนจาก Elle Fashion Week โดย วชิรปาณี วิสกี้ มากดี

จบไปหมาดๆเมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้วสำหรับ Elle Fashion Week Fall/Winter 2018 แฟชั่นวีคต้นกำเนิดแรกของงานแฟชั่นวีคแบบไทยๆที่มีตามออกมากันตรึม (กันตรึมในที่นี้เป็นสำนวน ไม่ใช่ดนตรีพื้นบ้าน) นี่ก็ปาเข้าไปยี่สิบปีแล้ว ล่าสุดกับโชว์ที่ยังถือว่าเป็นอีเวนท์แฟชั่นใหญ่สุดของเมืองไทยอยู่ มาดูกันว่ามีเทรนด์อะไรที่โดดเด่นกันบ้างในซีซั่นนี้ที่เรารวบรวมมาให้ดูกัน

Urban Street
นำโด่งมาเลยในซีซั่นนี้ได้แก่เทรนด์สตรีทแวร์ ซึ่งนับว่าเป็นเทรนด์ที่มาแรงมากในตลาดโลกขณะนี้ แม้แต่ลักชัวรี่แบรนด์อย่างหลุยส์ วิตตอง กุชชี่ หรือ บาเลนซิเอก้า ในปีที่ผ่านมาต่างก็พุ่งเป้าไปที่เสื้อผ้าที่ได้รับอิทธิพลจากสตรีทสไตล์ ไฉนเลยแบงค็อกอย่างบ้านเราจะพลาดได้ แบรนด์ที่เด่นมากๆในคราวนี้คือ Everydaykarmakamet ที่ต่อยอดมาจากคอลเลคชั่นแรกเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งถือเป็นการขยายสินค้าจากกลุ่มเครื่องหอมและไลฟ์สไตล์มาสู่ไลน์แฟชั่น ซึ่งเน้นเสื้อผ้าสตรีทแวร์ทั้งหญิงและชาย คอลเลคชั่นที่สองนี้ยังคงเน้นซิลลูเอทหลวมโคร่ง เป็นสตรีทแวร์ที่ผสมผสานแพ็ทเทิร์นของเวิร์คแวร์ของชนชั้นกลาง และเสื้อผ้าสไตล์โรงงานอย่างจัมพ์สูท เอี๊ยม และดีเทลช่องกระเป๋ามากมายหลายหลืบช่องแบบเสื้อช็อป

 

ในขณะที่แบรนด์สาวโก้อย่าง ASV เลือกหยิบลุคสาวแมนฮัตตันวิ่งจ๊อกกิ้งที่เซ็นทรัลปาร์คมาผสมกับดีเทลสวยหวานได้อย่างลงตัว เหมือนฉากแครี่ แบรดชอว์​ วิ่งจ๊อกกิ้งกับชาร์ล็อตและมิแรนด้าในซีรีส์ Sex And The City ซึ่งเป็นคอนเซ็ปต์หลักของคอลเลคชั่นยังไงยังงั้น

 

เช่นเดียวกับ Vickteerut ที่นำเสนอหลายลุคกับฮู้ดแบบสปอร์ตและผ้าเจอร์ซี่ แบรนด์สาวหวานอย่าง Kloset ก็ไม่น้อยหน้า มีลุคสตรีทกับเขาด้วยเหมือนกัน โดยสไตลิ่งกับสนีคเกอร์แทนที่จะเป็นส้นสูงเหมือนที่เคยๆ รวมไปถึง Menswear ของ Painkiller กับลุคสตรีทที่ได้แรงบันดาลใจจากชุดและอุปกรณ์เดินป่า ส่วนน้องใหม่ในกลุ่ม Fresh Faces เลือกที่จะนำเสนอสตรีทสไตล์ในแบบพั้งค์ร็อค ไม่ว่าจะเป็น ADI C และ Takara Wong ที่เปิดตัวที่โชว์นี้เป็นครั้งแรก


Pleat Please
อีกเทรนด์ที่เห็นในหลายๆแบรนด์คืองานอัดพลีท ไม่ว่าจะเป็นชุดกระโปรงทรงเอสีพาสเทลสวยหวานของ ASV ชุดกระโปรงพลีทติดฮู้ดกึ่งสปอร์ตของ Vickteerut เดรสผ้าไหมไทยอัดพลีทประดับขนนกจาก KAI ชุดเจ้าสาวสีขาวอัดพลีทฟูฟ่องทั้งตัวของ Mesh Museum ไปจนถึงพลีทแบบลูกผสมของ Everydaykarmakamet ที่มาในกระโปรงยาวผสมกับเสื้อโค้ท ส่วนน้องใหม่สองแบรนด์ในกลุ่ม Fresh Faces ก็มีพลีทร่วมขบวนมาด้วยเช่นกัน โดย Archive026 ใช้พลีทแทรกเข้าไปในชุดเลื่อมดำทั้งตัวสร้างเสน่ห์จาก Texture ที่ Contrast กัน ขณะที่ Vinn Patararin นำเสนองานพลีทบนผ้าฉลุลาย


Ruffle Up
แม้สตรีทแวร์จะมาแรง แต่ซีซั่นนี้ยังมีพื้นที่เหลือสำหรับสาวหวาน เราจึงยังคงเห็นระบายสะบัดพรึ่บพรั่บไปมาบนแคทวอล์ค นำโด่งมาด้วย Kloset ที่มากับเดรสลายพิมพ์ติดระบาย รวมไปถึงการตกแต่งที่ปลายแขนเสื้อ หรือแม้แต่ปลายขากางเกง เช่นเดียวกับแบรนด์น้องใหม่ Nicha ที่มีจัมพ์สูทเซ็กซี่แต่งระบายที่ปลายขา ส่วนสาวโรแมนติกของ Landmee ก็มากับซิลลูเอทแม็กซี่เดรสระบายลูกไม้ หวานซึ้งพอๆกับระบายลูกไม้ของ ASV แม้แต่สาวเปรี้ยวอย่าง Vatanika งานนี้ก็ยังเล่นระบายกับเขาด้วย


 

Bride to be
งานนี้เป็นการเปิดตัวแบรนด์ Mesh Museum อย่างเป็นทางการของดีไซเนอร์พลัฏฐ์ พลาฎิ ที่สร้างชื่อจากเสื้อผ้าสตรีทและดีคอนสตรักชันอย่างแบรนด์ Realistic Situation งานนี้มาในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ มีทั้งซิลลูเอทฟูฟ่อง กระโปรงบานยาว ไปจนถึงความยาวแค่คลุมเข่า และชุดกางเกง ถือว่าเป็นหนึ่งโชว์ที่สวยที่สุดของซีซั่น รวมไปถึงชุดเจ้าสาวผ้าไหมสีขาวครีมเรียบหรู

 

เช่นเดียวกับ KAI แบรนด์ระดับตำนานของคุณสมชาย แก้วทอง ศิลปินแห่งชาติ สาขาออกแบบเครื่องแต่งกายคนแรกของเมืองไทย ที่มากับชุดสวยจากผ้าไหมไทยซึ่งได้แรงบันดาลใจจากฉลองพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ในอดีต

 

ส่วนอีกแบรนด์ที่นำเสนอชุดเจ้าสาวเช่นกันคือ Mirror Mirror Bangkok ที่ถือเป็นแบรนด์น้องใหม่ของวงการ นำเสนอชุดเจ้าสาวที่หลากหลายมาก (เกินไปหรือเปล่าไม่แน่ใจ) เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่เจ้าสาวยุคใหม่ ทั้งชุดแคทสูทลูกไม้ซีทรู ไปจนถึงบอดี้สูทและชุดว่ายน้ำ…ใช่แล้ว คุณอ่านไม่ผิดหรอก เจ้าสาวในชุดว่ายน้ำ แฮชแท็ก #เจ้าสาว2018


Stripe it Up
ASV ยังคงเอกลักษณ์ลายทางขาว-แดง-น้ำเงิน ของแบรนด์ต่อเนื่องจากคอลเลคชั่นก่อนๆไว้เช่นเคย ทั้งเชิ้ตเดรส และกระโปรงความยาวเลยเข่า รวมไปถึงลาย Pinstripe เช่นเดียวกับ Vatanika ซึ่งนอกจากจะเป็นแค่ Pinstripe ธรรมดา ยังมีการเพิ่มลูกเล่นด้วย Fringe พู่สะบัดไปมา และการเอาลูกเล่นของระบายใส่ลงไป ซึ่งไม่ค่อยพบบ่อยนัก ส่วน Vickteerut และ Vinn Patararin เลือกนำเสนอกระโปรงยาวกรอมเท้าลายทางขาวซีทรู

Transparency
พูดถึงซีทรู ซีทรูก็มา ด้วยผ้าลูกไม้บางเบาของ ASV ในลุคเดย์แวร์สบายๆ Landmee กับแม็กซี่เดรสซีทรูลูกไม้และระบายเช่นเคย Vickteerut เลือกเสนอลุคซีทรูแกลมด้วยผ้าที่มีวอลลุ่มและเท็กซ์เจอร์เล่นล้อแสงไฟเกิดมิติน่าสนใจ แบรนด์น้องใหม่อย่าง Nicha เดบิวต์คอลเลคชั่นแรกด้วยลุคเซ็กซี่หลากหลาย​ ซึ่งรวมถึงเดรสบางจ๋อยที่เปิดเผยเนื้อในไปถึงไหนต่อไหน มีเพียงลวดลายเส้นสีดำที่ปิดบังและหลอกล่อสายตา

Cape Town
เป็นอีกปีที่ผ้าคลุมไหล่ปลิวสะบัดบนแคทวอล์คมากมาย ไม่ว่าจะเป็นผ้าคลุมไหล่ลูกไม้และชีฟองของชุดเจ้าสาวจาก Mesh Museum  เดรสยาวผ้าคลุมไหล่ที่คุ้นตาของ Vickteerut ไปจนถึงเสื้อกึ่งผ้าคลุมใน Menswear ของ Painkiller และเสื้อคลุมผ้าบาติกจากโครงการ Contemporary Southern Batik ของสำนักงานส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม โดย Wisharawish

Suit Lady
เทรนด์ Feminine Masculine ยังเป็นอีกหนึ่งกระแสที่ยังไม่แผ่ว กับลุคสาวทำงานในแพนท์สูทของ ASV ชุดสูทสีขาวสำหรับเจ้าสาวทันสมัยของ Mesh Museum ในขณะที่ Vatanika เลือกที่จะเอาลายพิมพ์ดอกไม้ดอกใหญ่มาเล่นคู่กับสีดำทั้งกับแพนท์สูทและชุดสูทกับกระโปรง ส่วน Vickteerut ใส่สูทเท่ๆกับกางเกงทรงฮาเร็มให้ซิลลูเอทใหม่ของแบรนด์ Everydaykarmakamet นอกจากจะนำเอาแพ็ทเทิร์นของสูทแบบเวิร์คแวร์ไปตัดต่อผสมกับเสื้อผ้าสตรีทในลุคต่างๆแล้ว ยังมีโททัลลุคแพนท์สูทตัวโคร่งสีส้มเปรี้ยวจี๊ดหลงมาด้วยอีกหนึ่งลุค


Leather & Fetish
ดีไซเนอร์เลือดใหม่อย่าง Takara Wong ที่เน้นเสื้อผ้าสตรีทที่ได้อิทธิพลมาจากดนตรีพั้งค์ร็อค จึงไม่น่าแปลกใจที่ในคอลเลคชั่นนี้จะพบเห็นแจ๊คเก็ตหนังแบบไบเกอร์และขาร็อคกระจายอยู่ทั่วไป รวมไปถึงกระโปรงหนัง ที่สไตลิ่งร่วมกับหมุดโลหะ โซ่แส้ต่างๆ เครื่องประดับของแบรนด์ Missile และ Mens Underwear แบบของผู้ชายที่เอามาใส่ใน Womenswear ส่วน Archive206 นำเสนอเดรสในลุคหนังสีดำที่ให้กลิ่นอาย fetish เบาๆ ซึ่งเรายังเห็นกลิ่นอายนี้เต็มๆในโชว์ของ Hook’s by Prapakas ภายใต้คอนเส็พท์ Venus Under Black Leather ที่เลือกเล่าเรื่องราวของธรรมะผ่านเสื้อผ้าและโชว์แสนตื่นตา


Big Volume
ไหนๆจะเล่าเรื่องราวที่มันยิ่งใหญ่ ชุดของ Hooks ก็ต้องใหญ่ไม่แพ้ ทั้งชุดเดรสนวมตัดต่อไล่เฉดโทนสีเทา ไปจนถึงชีฟองบานฟูที่นางแบบเม้าซี่สวมใส่เดินเปิดและปิดโชว์ในลุคราวกับ Tilda Swinton ในบท the Ancient One จากหนัง Dr. Strange และชุดเจ้าสาวฟูฟ่องเหมือนตุ๊กตารัสเซียของ Mirror Mirror ส่วน Mesh Museum ก็ฟูฟ่องไม่น้อยไปกว่ากัน รวมถึงลุคปกโบโซ่ และกระโปรงพองที่เน้นวอลลุ่มช่วงสะโพก อีกหนึ่งลุคจำของ Vinn Patararin คือชุดตาข่ายฟูฟ่องสีสดที่เล่นเลเยอร์ทับซ้อนกันเป็นสิบๆชั้น

Mixed Culture
ในงานนี้มีสิ่งหนึ่งที่เราคงหาจากโชว์ไหนไม่ได้แล้วในโลกนี้คือเรื่องของผ้าไทย ทั้งจากดีไซเนอร์รุ่นใหญ่อย่าง KAI ที่นำผ้าไทยมาใช้ได้อย่างน่าทึ่ง นอกจากเดรสผ้าไหมสวยๆที่กล่าวไปแล้ว ยังมีเดรสสั้นร่วมสมัยที่เกิดจากการตัดต่อลายผ้าทอของไทยได้อย่างน่าสนใจ และที่โดดเด่นมากคือผ้าบาติกจากโครงการชายแดนภาคใต้ ที่มีดีไซเนอร์ชั้นนำมาร่วมออกแบบ โดยศรันรัตน์ พรรจิรเจริญ ดีไซเนอร์แห่ง Everydaykarmakamet เลือกที่จะนำเสนอวัฒนธรรมและสีสันของดนตรีเร็กเก้ ส่วนธีระ ฉันทะสวัสดิ์ เล่าเรื่องราวของบาติกผ่านเสื้อผ้าสตรีที่ได้แพ็ทเทิร์นและซิลลูเอทมาจากกิโมโนญี่ปุ่น ส่วนชุดผู้ชายก็มาจากเสื้อคลุมยูคาตะ อีกแบรนด์ที่เด่นมากคือ Kloset ที่นำลวดลายแบบตุรกีมาใส่ลงไปบนเสื้อผ้าแบบ Street Feminine รวมไปถึงผ้าคลุมผมแบบฮิญาบ

Belt Bag
ปิดท้ายกันด้วย Accessories ปีนี้กระเป๋าแม่ค้ามาแรงสุด มันคือกระเป๋าคาดเอวแบบที่แม่ค้าตามตลาดใช้ใส่เงินทอนนั่นแหละ แต่มาในรูปลักษณ์ที่แตกต่างกันตามสไตล์และแคแร็กเตอร์ของแต่ละแบรนด์ อันที่จริงเทรนด์นี้มาสักพักแล้ว โดยเฉพาะที่ต่างประเทศ แต่ของไทยซีซั่นนี้ดูจะฮิตเป็นพิเศษ ทั้งกระเป๋าคาดเอวหนังปักลายใบเล็กน่ารักจาก Kloset เข็มขัดกึ่งกระเป๋าของ Vatanika และ Everydaykarmakamet กระเป๋าหนังใบเล็กสีสดหลากไซส์และรูปทรงที่ร้อยเข้าไว้ด้วยกันของ Vickteerut ไปจนถึงกระเป๋า​ผู้ชายของ Painkiller

ภาพจาก ellethailand.com

ภาพหน้าปกจาก prosociety.com

 

……………………………

บทความ : วชิรปาณี วิสกี้ มากดี

Illustrator : Rawin Jarureangsri