• GEN Facebook
    Facebook Pagelike Widget

เบื้องลึกที่ไม่เคยเปิดเผย กับ การทรงงานบรรเทาปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร

เบื้องลึกที่ไม่เคยเปิดเผย กับ การทรงงานบรรเทาปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร

บทสัมภาษณ์พิเศษ นายประเสริฐ สมะลาภา อดีตปลัดกรุงเทพมหานคร เมื่อพ.ศ. 2549  

ปัณฑา สิริกุล ผู้สัมภาษณ์

 

……………………………………..

“ตอนนั้นผมอายุ 38 มารับหน้าที่สำนักการระบายน้ำ ก็ทำเอาสุขภาพต่างๆ นี่แย่เหมือนกัน เพราะว่างานด้านระบายน้ำ จะมีแต่ผู้คนตำหนิ  เรียกร้อง ตั้งคำถาม แต่ว่าเรื่องกำลังใจนี่ไม่มีเลย

พ.ศ. 2520 และ 2521 น้ำเหนือมาทางแม่น้ำเจ้าพระยา แล้วก็ล้นตลิ่งขึ้นมา ใช้กระสอบทำคันกั้นน้ำแบบที่ชาวบ้านเค้าทำกัน สามารถป้องกันเขตชั้นใน 100 ตารางกิโลเมตรได้  “ซึ่งในตอนนั้นใช้คำว่าป้องกันเพราะเราป้องกันจริงๆ ข้างนอกเป็นยังไงนี่ ไม่สนใจ” พ.ศ. 2522 ขยายเป็น 200 ตารางกิโลเมตร

พอปี 2523 เป็นโจทย์ใหม่ คือน้ำมาทางตะวันออก ก็กันไม่ได้ ก็สูบน้ำออก ไม่รู้จะทำยังไง จะไปปิดกั้นก็ไม่ทราบว่าจะเอาน้ำทางตะวันออกไปไหน  เป็นอย่างนี้ประมาณสัก 2-3 เดือน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท่านทรงสดับตรับฟัง คงคิดว่าคงไปไม่ไหว ก็ทรงรับสั่งให้เข้าเฝ้า

ที่มา https://palungjit.org/threads/รำลึกน้ำท่วมกรุงเทพฯ-ครั้งใหญ่-เมื่อปี-พ-ศ-2526.311189/

 

……………………….

เมื่อรับสั่งให้เข้าเฝ้า พระองค์ก็ได้ทรงเตรียมแผนไว้หมดว่าจะต้องปิดกั้นตรงนั้น ตรงนี้ จุดที่เริ่มต้นคือการปิดกั้นคลอง 2 คลองจากตะวันออก คือคลองแสนแสบ กับ คลองประเวศน์บุรีรมย์

เราจะเห็นภาพที่เสด็จฯคลองแสนแสบ  พระองค์ได้เสด็จฯไปสำรวจมาแล้วว่า ตรงไหนที่จะสามารถนำเครื่องมือเข้าไปได้ ตรงไหนที่จะสามารถปิดกั้นได้เป็นการชั่วคราว พระองค์ท่านทรงใช้หลักพอเพียงตั้งแต่ตรงนั้นมา คือในการสร้างทำนบ ที่เราคิดว่าคงจะสร้างยาก เพราะต้องขนเครื่องไม้เครื่องมือเป็นทำนบคอนกรีต

แต่พระองค์ทรงรับสั่งว่า ให้พอเพียง ให้พออยู่ได้ โดยพระองค์ก็บัญชาการเอาไม้ เศษไม้อะไรที่มี เอากระสอบทราย กั้นไม่ให้น้ำเข้า ก็ได้ทำสำเร็จภายใน 1-2 วัน

ที่มา http://www.rdpb-journal.in.th/2017/03/13/projectreview_4-2551/

 

ภายหลังจึงพัฒนาเป็นเขื่อนถาวรขึ้นมา แต่ว่าในขณะที่เกิดเหตุตอนนั้นเนี่ย จะไปมัวทำถาวร มันไม่ทันการ

ตรงนี้พระองค์ท่านก็สอน รับสั่งว่า ที่เรากั้นเนี่ยจะทำให้น้ำทางตะวันออกเขาสูงขึ้นเล็กน้อย แต่ว่าทางข้างในเขาจะลดลง ข้างนอกเขาคงไม่ว่า เพราะเขาสูงท่วมอยู่แล้ว เขาสูงขึ้นอีกเล็กน้อย แต่เราก็ต้องหาทางระบายน้ำลงสู่ทางใต้ เพื่อให้ทางตะวันออกเขารับรู้ว่า เราก็พยายามช่วยกันหมด  เหตุการณ์ในปี 2523 ก็ผ่านไปได้

ครั้งนั้น พระองค์ก็ได้ทรงกำหนดแนวว่า ควรมีคันกั้นน้ำตะวันออก ควรจะมีพื้นที่สีเขียวสำหรับไม่ให้สิ่งก่อสร้างใหญ่ๆ รุกล้ำเข้าไป และทรงได้วางว่า ควรจะกำหนดช่องทางระบายน้ำจากทางเหนือลงใต้ไปโดยตรงที่คลองด่านอย่างไร ก็มอบหมายให้หน่วยงานกทม. และหน่วยอื่นรับไปดำเนินการ

“แต่เมื่อรับมาแล้ว ความที่หน่วยราชการขณะนั้น คงจะมีปัญหาเรื่องงบประมาณ มีปัญหาความกระตือรือร้นในเรื่องน้ำท่วมก็คง ..เมื่อจบไปแล้วก็.. ทุกคนก็ ก็ผ่านไป

………………………

จนกระทั่งปี 2525 ก็เริ่มเกิดเหตุขึ้น พระองค์รับสั่งทวงถามว่าโครงการเหล่านั้นไปยังไง ก็ปรากฏว่า ไม่ได้คืบหน้าไปเท่าที่ควร ทรงเร่งรัดให้มีการดำเนินการ ปี 2525 ก็ผ่านไปอย่างทุลักทุเล

ปี 2526 ทีนี้เป็นศึกใหญ่ เป็นเรื่องที่พระองค์ท่านเสด็จลงมากำกับทุกเรื่อง ตรงไหนระบายน้ำ ตรงไหนทำอย่างไร ก็ได้มีการสร้าง สิ่งที่พระองค์ท่านทรงรับสั่งในปี 2523 สืบต่อมา

 

ถัดมาในปี 2528 ก็มีเรื่องฝนพันปี ที่ผู้ว่าจำลอง (ศรีเมือง) เข้ามา ที่ว่าสามารถลดน้ำได้เร็ว แต่ที่จริง ก็ได้รับอานิสงส์จากสิ่งก่อสร้างโครงการพระราชดำริที่ ในหลวงทรงรับสั่งเร่งรัดเมื่อปี 2525-26

ที่มา https://www.dailynews.co.th/article/530206

 

หลังจากปี 2526 แล้ว มีน้ำท่วมแต่สามารถที่จะควบคุมได้นะครับ

ที่ผมใช้คำว่าควบคุมได้ ก็เป็นเพราะกระแสรับสั่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า เดิมเราใช้คำว่า ‘ป้องกัน’ เราก็จะดูแลในเขตชั้นที่เราป้องกัน ชั้นนอกจะเป็นยังไงก็ช่าง ทำให้ ผู้คนด้านนอกจะเกิดความเครียด แล้วผลที่สุด ถ้ามากๆเข้า เขาก็จะทนไม่ไหว ก็จะพังทำนบเข้ามา ก็จะทำให้ระบบนี่ล้มเหลว

เพราะนั้นที่ใช้คำว่าควบคุม คือว่า ต้องจัดสรร คือ ข้างในก็อย่าป้องกันจนเกินเลยไป อะไรที่พอแบ่งเบาภาระของด้านนอกให้ระบายน้ำผ่านตัวเมืองได้บ้าง ก็ต้องทำ ถึงแม้ว่าในเขตชั้นในจะปริ่มๆบ้างก็ต้องยอม  ส่วนด้านนอกนี่ ก็ต้องดูแลว่า ที่เขาท่วมอย่างนั้น เราจะช่วยเขาอย่างไร เราพยายามอย่างไร

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงกำชับว่า เหตุการณ์ต่างๆเหล่านี้ ขอให้บันทึกเอาไว้ ว่า 1. จะได้เป็นข้อมูลสำหรับคนรุ่นต่อไป 2. ผู้ที่สานงานต่อไปจะได้ทราบแนวทาง ซึ่งอันนี้ทางกรุงเทพมหานครก็ได้บันทึกไว้ทุกเรื่อง

…………………………

ถาม : รับสั่งคุยอะไรกับคุณประเสริฐคะ

ตอบ : วิธีแก้ไข มีแผนที่ว่าตรงนั้นควรจะทำยังไง ตรงนี้ควรจะทำยังไง แล้วก็ ตรงนี้ทำไมยังไม่ทำ ตรงนี้น่าจะทำอย่างนั้น อะไรอย่างนี้นะฮะ

ถาม: ถ้าเราจะสรุปหลักคิดหรือวิธีคิดของพระองค์ท่านในการแก้ปัญหาเรื่องน้ำท่วม

ตอบ : วิธีคิดของพระองค์ท่านคือ ของจริง จริงๆเลย  แล้วก็เป็นหลักง่ายๆ ว่า

หนึ่ง ถ้าน้ำมา ก็หาทางกั้น วิธีกั้นก็ คนที่อยู่ตรงนั้นเขาเดือดร้อนก็คงต้องหาทางออกให้เขา อันไหนที่ระบายออกได้ระบาย อันไหนที่กักเก็บได้กักเก็บ

นี่คือหลัก แต่วิธีไปในรายละเอียด จะมีรายละเอียดที่เยอะมาก เช่นว่าตรงนี้ทำไมไม่ระบายลงไป จะเสด็จพร้อมแผนที่ ตรงนี้ทำยังไง พระองค์จะศึกษาจะมีแผนที่อยู่ ละเอียดกว่าแผนที่ของ กทม.อีก

…………………

ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำคนแรกนี่ป่วยและเสียชีวิต มาถึงตัวผมเอง ก็มีความเครียดจนเป็นอัมพฤกษ์ที่ซีกหน้า แต่ความที่อายุยังน้อยมันหายได้นะฮะ เพราะว่าเรื่องน้ำท่วมนี่.. อย่างที่เล่าให้ฟังแล้วเมื่อสักครู่ จะมีคนตั้งคำถาม มีคนเรียกร้อง แล้วสมมุติว่าเวลาเกิดวิกฤตขึ้นมา ทางรัฐบาล ทางหน่วยงานก็จะส่งคนมาสำรวจ มาตรวจ

ก็จะมีคำถามทั้งนั้น ว่า ทำไมไม่อย่างนั้น ทำไมไม่อย่างนี้ ทำไม ทำไม แทบไม่มีเลยว่า คนชม ก็มีผู้ใหญ่อย่างท่านนายกฯเปรมท่านชม ให้กำลังใจ

ตลอดระยะเวลานี่ พระเจ้าอยู่หัวท่านไม่เคยว่า ไม่เคยตำหนิ หรือ ไม่เคยทำอะไรให้เสียกำลังใจ มีแต่ให้กำลังใจ อะไรที่ผิดพลาดพระองค์ก็รับสั่ง อธิบายให้ฟัง แล้วก็สอนว่าจะต้องทำอย่างไร

……………….

อย่างน้ำท่วมปี 2523 ตอนที่เรามีการป้องกันในเขตชั้นใน เราก็ไปปิดกั้นประตูน้ำต่างๆ ทีนี้ ในโซนส่วนนอกอย่างเช่น แถวซอยศูนย์วิจัย ตอนนั้นนับว่าอยู่นอกโซนของเรา เราก็ปิดกั้น ไม่ยอมให้น้ำเข้า พระองค์รับสั่งให้เปิดประตูน้ำ ผมก็คิดว่า ถ้าเปิดเข้ามานี่ น้ำระดับข้างในก็จะท่วม แล้วฝนก็กำลังจะตก จึงได้กราบบังคมทูลกลับไปว่า ข้าพระพุทธเจ้าเห็นว่ายังไม่ควรเปิด

พระองค์ก็รับสั่งว่า ให้เปิด  แต่ก็ยังไม่ได้เปิด เพราะว่ายังไม่ทราบเหตุผลใช่มั้ย และพระองค์อาจจะไม่ทรงทราบตรงนี้ ก็กราบบังคมทูลว่า ฝนกำลังจะตก อะไรงี้นะ ก็รับสั่งว่าให้เปิดเดี๋ยวนี้  ก็ต้องเปิด ตอนที่ให้เปิดนะ ทรงไม่ได้อธิบายรับสั่งว่า “แล้วเรื่องที่เป็นห่วงฝนจะตก ฉันได้ดูเรดาร์อะไรแล้วนี่ไม่ตก”

ในขณะนั้นนี่ไม่มีโทรศัพท์มือถือ ถึงเวลา ผมก็ต้องไปอยู่ที่เบอร์โทรศัพท์เบอร์ใดเบอร์หนึ่งแล้วก็ โทรเข้าไป ก็จะมีเจ้าหน้าที่ ถ้าทางโทรศัพท์พระองค์จะไม่ได้รับสั่งเอง จะผ่านเจ้าหน้าที่รับสั่งว่ายังงั้นอย่างงี้ นะครับ

หลังจากนั้นสักวันรุ่งขึ้นก็ได้มีโอกาสได้เข้าเฝ้า พระองค์ท่านก็ทรงอธิบายให้ฟังว่า “ที่ฉันสั่งให้เปิดเนี่ย เพราะว่าคนที่อยู่นอกคันกั้นน้ำเนี่ย เขาน้ำท่วมมาสองอาทิตย์แล้ว น้ำไม่ลดลงเลย ถ้าหากว่าน้ำเพิ่มขึ้นแม้แต่เซ็นต์เดียวก็จะทนไม่ได้ ถ้าเราเปิด ข้างในนี่อาจจะสูงขึ้นเล็กน้อย แต่ข้างนอก เขาก็จะลดลงไปสัก 2-3 เซ็นต์ ใจก็จะดีขึ้น เขาจะมีกำลังใจขึ้น เขาก็จะไม่มาพังคันกั้นน้ำ อันนี้คือที่พระองค์ใส่พระทัยในเรื่องของจิตใจของคน

พระองค์รับสั่งว่า “คุณประเสริฐมองปัญหาด้านเดียว มองว่าไม่ให้น้ำท่วมในเมืองเท่านั้น ปัญหาอื่นคุณไม่ได้คิด แต่ว่าฉันต้องคิดปัญหาในขณะเดียวกันร้อยกว่าอย่างนะ” คือคงต้องทรงคิดเรื่อง ทำแล้วจะกระทบตรงไหน เรื่องนี้กระทบยังไง

ที่มา http://www.komchadluek.net/news/regional/251807

………………………………

ในเรื่องการป้องกันน้ำท่วมเนี่ย  ทรงทราบว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนมีความกดดัน ก็ทรงให้กำลังใจ ทำดีแล้ว เอ้าตรงนี้ทำต่อไป ทุกครั้งที่พระองค์เสด็จออกตรวจ แล้วเราติดตามเสด็จนี่ เมื่อกลับมาถึงสวนจิตร พระองค์จะรับสั่งให้ไปทานอาหาร ให้ไปทานข้าวซะ อาหารจะได้ย่อย สมองจะได้ดี จะรับสั่งเรื่องสนุกๆให้ฟัง ซึ่งอันนี้ทำให้ผู้ปฏิบัติงานนี่มี มีกำลังใจนะครับ

……………………………………….

บทความ : ปัณฑา สิริกุล

Illustrator : Rawin Jarureangsri