• GEN Facebook
    Facebook Pagelike Widget

เลาะ บ้าน ผ่าน เวียง – ลำพูน เงียบงามตามท้องเรื่อง

หลายคนตามหาเมืองเล็กๆ ที่สงบงามไปไกลสุดขอบฟ้า
หลายคนนั่งรถหลังขดหลังแข็งข้ามเทือกภูป่าเขาไม่รู้ต่อกี่เทือก เพียงหวังได้สัมผัสเมืองเล็กๆ ที่จะมอบความรู้สึกสงบ และช่วยผ่อนเพลาชีพจรชีวิตให้ช้าลงกว่าไทม์ไลน์ปกติของพวกเขา  
บางคนสมปรารถนา มีความสุขกับบรรยากาศและเรื่องราวที่ผ่านพบ แต่บางคนกลับผิดหวัง เมื่อพบว่าเมืองปลายทางที่ตั้งใจไปเยือนนั้น​ มีแต่ความเละเทะวุ่นวาย สภาพไม่ต่างกับเมืองท่องเที่ยวเกิดใหม่ทั่วไปซึ่งเติบโตอย่างไร้ระบบระเบียบการจัดการ
หลายๆ หัวเมืองทางเหนือที่มีชื่อคุ้นหูนักแบกเป้เดินทาง ก็อาจอยู่ในข่ายที่กล่าวมานี้เช่นกัน
และเชื่อไหมว่า มีหลายคนเดินทางผ่านเมืองเล็กๆ งามๆ ไปโดยไม่เฉลียวใจหรืออาจหลงลืม เมืองที่ว่าก็ตามที่ผมบอกไว้ในชื่อตอนของ ‘เลาะ บ้าน ผ่าน เวียง’ สัปดาห์นี้นั่นล่ะครับ.. ลำพูน เมืองเล็กๆ ที่เงียบงามและไม่พลุกพล่าน แม้อยู่ใกล้เมืองใหญ่อย่างเชียงใหม่ แต่อารมณ์ความรู้สึกซึ่งได้สัมผัสในทุกครั้งที่ไปเยือนนั้นต่างกันเหลือเกิน..

“ลำพูนคือจังหวัดที่มีความเป็นมายาวนานกว่าพันปี ถือว่าเก่าแก่ที่สุดในภาคเหนือจนมีผู้ขนานนามให้ว่า ปฐมอารยนครแห่งล้านนา”

ตั้งแต่ผมมาพำนักอยู่เมืองเหนือร่วม 3 ปี ได้ยินคนลำพูนและคนเชียงใหม่บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “ลำพูนไม่เคยเปลี่ยน อยู่ยังไงก็อยู่ยังงั้น” เป็นประโยคซึ่งผมเห็นคล้อยตามและรู้สึกดีกับคำกล่าวนี้ แม้บางคนที่พูดอาจจะปนน้ำเสียงอย่างอื่นอยู่บ้างก็ตาม
-ไม่เปลี่ยน ในความหมายของเมือง ท่ามกลางยุคสมัยที่รุดหน้าไปทุกด้าน แต่ลำพูนยังเป็นจังหวัดที่ไม่มีตึกสูง ไม่มีโรงแรมใหญ่โต อาคารบ้านเรือนไม่แปลกเปลี่ยนจนทำลายความรู้สึกของผู้คนซึ่งอยู่อาศัยมาก่อน ไม่มีผับบาร์หรูหราระย้าเมืองไว้เรียกแขกนักท่องเที่ยว ไม่มีรถราหนาแน่น เดินบนฟุตปาธและข้ามถนนได้สบายๆ


-อยู่ยังไงก็อยู่ยังงั้น คือยังดำรงอยู่ในวิถีอันไม่วูบวาบวุ่นวาย เรียบๆ เอื่อยๆ ตามประสาชาวบ้านร้านถิ่น กลิ่นอายและบรรยากาศเก่าก่อนยังมีให้สูดซับในระดับหนาแน่น ไม่เบาบางเหมือนอย่างในเวียงเชียงใหม่
ความจริงแล้ว ลำพูนคือจังหวัดที่มีความเป็นมายาวนานกว่าพันปี ถือว่าเก่าแก่ที่สุดในภาคเหนือจนมีผู้ขนานนามให้ว่า ปฐมอารยนครแห่งล้านนา มีร่องรอยทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีจำนวนมาก ทรัพยากร สิ่งแวดล้อม ศิลปกรรม​ ล้วนมีคุณค่าไม่แพ้เมืองใด หากแต่คงด้วยความที่อยู่ใกล้เชียงใหม่มากๆ เหล่านักเดินทางจึงพุ่งผ่านเข้าสู่เมืองหลวงฝ่ายเหนือเป็นอันดับแรกกันแทบทั้งนั้น..
 

“เปลวเทียนวูบไหวและควันธูปโชยกลิ่นคลุ้งอยู่ตลอดเวลา  ประหนึ่งพลังศรัทธาในพระพุทธศาสนาจะไม่มีวันดับสูญบนแผ่นดินถิ่นนี้.. ”

ความที่อำเภอสันป่าตองที่ผมอาศัยนี้ แม้จะอยู่ในเขตปกครองของจังหวัดเชียงใหม่ แต่สันป่าตองห่างจากลำพูนเพียงแค่ 15 กิโลเมตร ขับรถแป๊บเดียวก็ถึงกันแล้ว หรือหากเลือกปั่นจักรยานไปตามเส้นทางสายบ้านหนองตอง เลาะไปบนถนนเชื่อมระหว่างหมู่บ้าน ผ่านสวนลำไยและนาข้าวซึ่งปลูกสลับกันไปตลอดทาง ผ่านสะพานข้ามแม่น้ำปิง เผลอใจให้บ้านเรือน ต้นไม้ใบหญ้าข้างทางประเดี๋ยวเดียวก็เข้าสู่เขตเทศบาลเมืองลำพูนแล้ว

ผ่านกำแพงเมืองเก่า ซอกซอนไปตามตรอกซอยเล็กๆ ข้ามแยกไฟแดงที่ไม่ต้องรอไฟเขียวนานๆ ไม่อารมณ์เสียกับเสียงแตรรถที่บีบไล่ล่ากันชนิดหูดับตับไหม้เหมือนอย่างเมืองใหญ่ใกล้กัน แม้เป็นช่วงเวลาที่นักเรียนเข้าโรงเรียนหรือหลังเลิกเรียน ถนนหนทางก็หาได้ขวักไขว่ เด็กๆ ยังเดินข้ามถนนโดยไม่เสี่ยงต่อการถูกรถชนมากนัก (หากไม่ประมาทและทะเล่อทะล่าจนเกินไป) ช่วงกลางวันนั้นยิ่งคล่องตัว จะขับขี่หรือเดินเหินก็แคล่วคล่อง ยิ่งหากเป็นตอนแลงหลัง 6 โมงเย็น ถนนหนทางแม้เป็นสายหลัก​ รถราที่วิ่งก็แทบนับคันได้  

วนซ้ายเลาะคูเมืองจนไปเจอแม่น้ำกวงทางฝั่งทิศเหนือ วกเลียบถนนเส้นขนานกับลำน้ำ มาจนถึงวัดพระธาตุหริภุญชัย ศาสนสถานศักดิ์สิทธิ์เก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง หากเป็นพุทธศาสนิกชนก็เข้าไปกราบไหว้เพื่อความสิริมงคลในชีวิต หากต่างศาสนาก็เข้าไปชื่นชมสถาปัตยกรรมและศิลปะโบราณที่อยู่ภายในวัดได้  องค์พระบรมธาตุหริภุญชัยเป็นโบราณสถาน สร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 17 เพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ถึงวันนี้ได้ผ่านการปฏิสังขรณ์มาหลายครั้งจนพระธาตุอร่ามเรืองทั้งองค์ เหยียดยอดสูงขึ้นฟ้า รายรอบฐานทั้งสี่ทิศมีผู้คนกราบไหว้มิได้ขาด เปลวเทียนวูบไหวและควันธูปโชยกลิ่นคลุ้งอยู่ตลอดเวลา  ประหนึ่งพลังศรัทธาในพระพุทธศาสนาจะไม่มีวันดับสูญบนแผ่นดินถิ่นนี้..

“ความทันสมัย ความศิวิไลซ์ตามแบบเชียงใหม่ไม่สามารถบุกฝ่าและถาโถมกำแพงเมืองของหริภุญชัยมาได้เลย”

น้องผู้ชายคนหนึ่งที่รู้จักซึ่งเป็นชาวลำพูนมาแต่กำเนิด หากทว่าโยกย้ายเข้าไปทำมาหากินอยู่เวียงเชียงใหม่มาเกือบ 10 ปี กล่าวเปรียบเปรยถึงบ้านเกิดของเขาได้อย่างน่าคิดว่า ลำพูน ไม่ว่าจะกลับไปครั้งไหน ก็ยังคงเหมือนเดิม ไม่เคยเปลี่ยน เรื่องราวความทรงจำบนถนนหนทาง ยังคงกรุ่นกลิ่นอายของวันวานอยู่เสมอ ไม่ว่าวันเวลาและเงื่อนไขการท่องเที่ยวในยุคปัจจุบันจะเปลี่ยนหลายๆเมือง หลายๆสถานที่ให้พลิกหน้าไปจากเดิมชนิดสุดกู่แล้วก็ตาม แต่กับลำพูนนั้นไม่ใช่ เหมือนกับว่าความทันสมัย ความศิวิไลซ์ตามแบบเชียงใหม่ไม่สามารถบุกฝ่าและถาโถมกำแพงเมืองของหริภุญชัยมาได้เลย

น้องผู้หญิงจากลำพูนคนหนึ่ง เคยพูดถึงจังหวัดของเธอเอาไว้เหมือนกันว่า เมืองมันเล็กๆ สามารถเดินทะลุตรอกซอกซอยได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกลัวหลง หรือหากหลง เดินต่ออีกไม่เท่าไหร่ก็จะร้องอ๋อ เพราะมีถนนสายหลักไม่กี่เส้น และมีผังเมืองซึ่งจะพาวนเข้าสู่ใจกลางเมืองได้ไม่ยาก อาคารบ้านเรือนก็ยังคงเหมือนเดิม อาจมีบางที่ที่แปลกตาไปบ้างแต่ก็ยังอยู่ในเค้าเดิม ยังมีตลาดสดเล็กๆอยู่กลางเมืองซึ่งก็ช่วยให้ได้นึกถึงภาพวันเก่าๆได้เป็นอย่างดี..

 

 

วันเวลาหมุนผ่าน โลกหมุนเปลี่ยน แม้ยวดยานพาหนะในทุกวันนี้จะนำพาเราไปในที่ต่างๆ ได้แทบทุกซอกมุมโลก แต่มันคงหาได้มีความหมายมากมายเท่าไหร่นัก หากสถานที่ที่เราไปเยือนมันแค่ทำให้เราตื่นตา แต่กลับไม่ตื่นใจ, ทำให้เราลิงโลดกับสิ่งแปลกตา แต่กลับไม่ช่วยให้เราสงบนิ่งเพื่อเห็นตัวเอง อัศจรรย์กับรูปลักษณ์สีสัน หากแต่ไม่ตรึงตราประทับใจ

 

บางทีก็อยากใช้คำพูดที่เราเคยได้ยิน..ทำให้ชีวิตช้าลง สังเกตตัวเองภายใต้สิ่งแวดล้อมอันช่วยให้สงบจิตสงบใจ ลมหายใจสูดซับวิถีที่สัมผัสให้เต็มคุณค่า รับรู้จังหวะการเต้นของหัวใจอย่างมีความหมาย สัมผัสทุกสิ่งที่ผ่านพบด้วยกายและใจ แล้วเปิดรับความรู้สึกใหม่ซึ่งจะพาดิ่งเข้าสู่มิตรภาพและจิตวิญญาณของเมืองเล็กๆ อันหาไม่ง่ายแล้วในโลกใบวุ่นวาย..
ลองสักครั้ง อย่าเร่งเลยผ่าน ลงสัมผัสด้วยตัวคุณเอง
………………………
บทความ : ประยูร หงษาธร

Illustrator : Aonnta Boonnam