• GEN Facebook
    Facebook Pagelike Widget

ความในใจผู้หญิงไม่กินแป้ง ไม่กินน้ำตาล ไม่กินผัก และไม่กินผลไม้

ที่มาของบทความนี้นั้น เดิมทีเริ่มจากความต้องการจะอัพเดทสเตตัสบนเฟซบุ๊กส่วนตัวค่ะ เขียนไปเขียนมา เออเว้ยยย ดัน (คิดไปเองว่า) สนุกกว่าตั้งหลายบทความที่เคยเขียนตั้งเยอะ แถมยังมีขนาดความยาวใกล้เคียงบทความที่เขียนโดยปกติอีกต่างหาก (ซึ่งแปลว่าแม่มยาวมากค่ะ) จึงรีบทำการประจบสอพลอ​ บ.ก. แล้วปรึกษาว่าพี่จะเห็นอย่างไร หากน้องใคร่ขอเสริมเติมแต่งให้เป็นบทความสำหรับลง Gen คงไม่ต้องบอกใช่มั้ยคะว่าพี่บ.ก. มีความเห็นว่าอย่างไร ><

และต่อจากบรรทัดนี้ คือเนื้อความที่เดิมทีดิฉันตั้งใจจะโพสต์ให้เพื่อนๆบนเฟซบุ๊ก ดิฉันได้อ่าน ซึ่งมันมีความเป็นส่วนตัวสูงมาก​ เพราะเซตการตั้งค่าแบบส่วนตัวระดับสิบ อุปมาก็เหมือนโลกส่วนตัวของมนุษย์ Introvert ผู้หนึ่ง ที่วันนี้ อยากจะเชื้อเชิญทุกๆท่านก้าวเดินเข้ามาทำความรู้จักกับดิฉันให้มากขึ้นผ่านข้อเขียนด้านล่าง ที่จะบอกเล่าเรื่องราวความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของตัวเอง นับตั้งแต่ต้นปีนี้เป็นต้นมา

และนี่คือความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของตัวดิฉันเองในปีนี้ค่ะ

 

“แต่ที่เจ็บปวดใจดวงน้อยๆสุดๆคือ เอวค่ะเอว…
คือก็ลูก 2 ละมะ เอ็งไม่เอวเอสก็ได้
แต่เอ็งจะรอบเอวเกือบ 30 ไม่ด้ายยยยยยย”

 

เป็นปีแรกในชีวิตนับแต่เกิดมาที่… หยุดกินแป้งและน้ำตาลโดยสิ้นเชิง เริ่มมาตั้งแต่ต้นปี สาเหตุหลักๆที่เลิกเพราะป๊า ม้า อาม่า เป็นเบาหวานหมด แล้วบังเอิญมรดกที่อยากได้คือเพชรหม่าม้า หาใช่เบาหวานไม่ ตรองดูแล้ว ถ้าไม่ชิงเลิกก่อน คงได้ทั้งเพชรและเบาหวานเป็นแน่แท้

แต่ก่อนหน้านี้ แม้จะหยุดกินโดยหลักการ แต่ก็โคตรขี้โกงกับตัวเองเลย คือหยุดแค่น้ำอัดลม ขนมหวาน ข้าว ก๋วยเตี๋ยว ทุกอย่างที่เป็นคาร์บและน้ำตาลตรง แต่ไม่ทะลึ่งกรองพวกคาร์บและน้ำตาลแฝง เช่น พืชชนิดมีหัวใต้ดิน จำพวก มันฝรั่ง มันแกว และสำหรับพวกน้ำตาลแฝง ก็จำพวกน้ำจิ้ม เช่น ซอสมะเขือเทศ เครื่องดื่มให้พลังงานทั้งหลาย ละเรื่อยไปยันเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด

 

 

เห็นเลยว่า ช่วงแรกๆที่ฮึกเหิม น้ำหนักจาก 53++ ลงไปเหลือ 51.5 แต่พอสบช่องศรีธนญชัยด้วยการบอกตัวเองว่า ก็งดพวกแป้งกับน้ำตาลตรงแล้วไง พวกน้ำตาลแฝงก็คงกินได้มั้ง ไม่เป็นไรหรอก ผลไม้ก็ไม่เป็นไรหรอก อีทีนี้จากที่เคยคิดว่าแค่ผลไม้ชิ้นเล็กๆ คงไม่ส่งผลอะไรมากหรอก มันก็ค่อยๆอัพเกรดไปเป็น– งั้นน้ำมะพร้าวก็ไม่เป็นไรหรอก น้ำส้มคั้นก็ไม่เป็นไรหรอก สังขยาคีโตแบบใส่สตีเวียเต็มสูบก็ไม่เป็นไรหรอก (เคยฟาดวันละเกือบกระปุกค่ะ 555555) หนักสุดคือ ทุเรียนก็ไม่เป็นไรหรอก คืออีคำว่า “ไม่เป็นไรหรอก” ในตอนนั้นเนี่ย มันค่อยๆขยายตัวจากน้ำตาลน้อยๆเช่นพวกสตรอเบอร์รี่ ไปสู่จุดสูงสุดคือทุเรียนค่ะ อีกนิดก็คงไม่แคล้วพิซซ่า😂 เรียกว่ากระทำการหาช่องทางในการโกงทุกชนิด คือโกงได้กระทั่งตัวเอง😆

 

 

เท่านั้นแหละ… สัปดาห์ที่แล้วในวันพีคๆ แม่มมมมม โดดขึ้นมาเลยค่ะ 54 แต่ที่เจ็บปวดใจดวงน้อยๆสุดๆคือ เอวค่ะเอว… คือก็ลูก 2 ละมะ เอ็งไม่เอวเอสก็ได้ แต่เอ็งจะรอบเอวเกือบ 30 ไม่ด้ายยยยยยย 😤

ทีนี้ยังไงล่ะ เลยเปิดเจรจาสันติภาพกับตัวเองอีกรอบ บอกตัวตนฝั่งมารดำว่า ถ้าแกไม่อยากใส่กางเกงเอวเกือบ 30 หรือไซส์ L แกต้องหยุดประนีประนอมกับวิธีการกินของตัวเองได้แล้ว และหยุดกระบวนการคิดแบบศรีธนญชัยด้วย ไม่งั้น รอบเอวแกแซงพ่อของลูกในเร็ววันแน่นอน (Drive ที่สำคัญคือ พ่อของลูกดิฉันน่ะค่ะ เธอขยันมาอวดตัวเลขน้ำหนักจากการเข้า Keto ที่จากตอนเริ่มต้นประมาณ 90++ ปัจจุบันเหลือเพียง 80 ในระยะเวลาร่วมๆ 7-8 เดือน ไม่พอ ขยันอวดรอบเอวจนเป็นที่น่าหมั่นไส้ของคนอยู่ร่วมบ้านที่ตัวพองสวนทางเอามากๆ) จากที่ตัวบางๆ (กว่าอดีตสามี) มา 20 ปี ถ้าไม่ทำเร็ววันนี้ ดิฉันจะกลายเป็นไซส์ XL ประจำบ้านแข่งกับตี๋ล่ำ (ลูกชายคนเล็กของดิฉันที่ฉายาตี๋ล่ำนั้นไม่ได้ได้มาเพราะโชคช่วย) ในท้ายที่สุดแน่นอน เลยเอาวะ จริงจังก็ได้ จัดการอัปเปหิศรีธนญชัยออกจากร่าง และปวารณาตัวเข้าลัทธิ CD และ KD อย่างสมบูรณ์แบบ

 

“โดยแนวคิดของทั้ง 2 คอนเซ็ปต์นั้น
มองว่าภัยร้ายของเราๆนั้น
นอกเหนือจากหนุ่มหล่อและของ Sale แล้ว
ก็คือน้ำตาลนี่แหละค่ะ”

 

สำหรับผู้อ่านที่อาจจะยังไม่ทราบว่า CD และ KD คืออะไร ดิฉันขออนุญาตขยายความดังนี้ค่ะ

CD ย่อมาจาก Carnivore Diet หรือการลดความอ้วนโดยกินแต่เนื้อสัตว์ ตัดขาดแป้งและน้ำตาลโดยสิ้นเชิง หลักการที่สำคัญของวิธีการนี้คือ
1. สิ่งที่กินได้: เนื้อสัตว์ เครื่องใน ไข่ และอาจเพิ่มปริมาณเนื้อติดมันสำหรับช่วยในการขับถ่าย
2. สิ่งที่ห้ามกินคือ: แป้งและน้ำตาลทุกชนิด ห้ามกินผักผลไม้ทั้งหมด
3. เครื่องปรุงที่กินได้: เกลือ น้ำปลา และกะปิ
4. เครื่องดื่มที่ดื่มได้: น้ำเปล่า น้ำแร่ น้ำแร่ชนิดมีฟอง (Sparkling Mineral Water) โซดา ชาชนิดไม่มีน้ำตาลและกาแฟดำ
5. ขนมของชาว CD: ชีสแท้ เนยแท้
6. เพิ่มเติมสำคัญ: กินเมื่อหิว หยุดเมื่ออิ่ม และไม่นับแคลอรี่
7. เพิ่มสำคัญกว่า: ดื่มน้ำให้มากที่สุด ไม่ควรดื่มต่ำกว่าวันละ 2  ลิตร

 

 

สำหรับ KD นั้นย่อมาจาก Ketogenic Diet หรือที่ภาษาไทยเรียกว่า โภชนาการเผาไขมัน หลักการนี้จะมีความคล้ายคลึงกับ CD ข้างต้นอยู่ไม่น้อย​ ต่างกันแค่ว่า
1. ข้อแตกต่างสำคัญ: KD นั้นอนุญาตให้มีคาร์บและน้ำตาลหลุดเข้าร่างผ่านพวกคาร์บแฝงและน้ำตาลแฝงได้วันละไม่เกิน 20 กรัม หรือประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ
2. สิ่งที่กินได้: เนื้อสัตว์ เนื้อสัตว์ติดมัน ไขมัน เครื่องใน ไข่ ผักใบเขียวได้บ้างเฉพาะส่วนใบ เพราะส่วนก้านมีแป้ง ถั่วทุกชนิดยกเว้นถั่วลิสง
3. สิ่งที่ห้ามกินคือ: แป้งและน้ำตาลทุกชนิด ห้ามกินผักบริเวณก้าน พืชมีหัวใต้ดิน ผลไม้ทั้งหมด
4. เครื่องปรุงที่กินได้: เกลือ น้ำปลา กะปิ เพิ่มเติม ซีอิ๊ว น้ำจิ้มต่างๆ ที่ไม่มีน้ำตาล แต่เอาแค่ปริมาณจิ้มพอรู้รสนะคะ ไม่ใช่ซดต่างน้ำ 🙄
5. เครื่องดื่มที่ดื่มได้: น้ำเปล่า น้ำแร่ น้ำแร่ชนิดมีฟอง (Sparkling Mineral Water) โซดา ชาชนิดไม่มีน้ำตาลและกาแฟดำ
6. ขนมของชาว KD: ชีสแท้ เนยแท้ ถั่วทุกชนิดยกเว้นถั่วลิสง
7. เพิ่มเติมสำคัญ: ย้อนกลับไปอ่านข้อ 6 และ 7 ของ CD ค่ะ พอดีไม่อยากให้บทความมันยาวกว่านี้น่ะค่ะ แหะๆ

 

 

**สำหรับผู้ที่สนใจ แนะนำลองศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากเพจ เนื้อเน้นเน้น Keto OK และกลุ่มอยู่เกินร้อย ค่ะ**

โดยแนวคิดของทั้ง 2 คอนเซ็ปต์นั้น มองว่าภัยร้ายของเราๆนั้นนอกเหนือจากหนุ่มหล่อและของ Sale แล้ว ก็คือน้ำตาลนี่แหละค่ะ และอย่างที่เราทราบๆกันมาว่า น้ำตาลคือบ่อเกิดสารพัดโรค ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ ไขมันพอกตับ และโรคยอดฮิตอย่างเบาหวานที่ถ้าผู้ป่วยดูแลตัวเองไม่ดี ก็อาจจะได้โบกมือลาอวัยวะในร่างกายอย่างขา ไปก่อนเวลาอันควร แต่โรคทั้งหลายนั้น ก็ไม่มีโรคไหนสำคัญในจักรวาลสากลแห่งอิสตรีไปกว่า โรคอ้วน กรอกหูไปเถอะค่ะว่าช่วยป้องกันการเป็นเบาหวาน เป็นไขมันพอกตับ เจ้าหล่อน (รวมแม่ชะนีที่กำลังเขียนอยู่ด้วยนี่ค่ะ) ก็หาสนใจแต่อย่างใดไม่ แต่ลงบอกว่า ช่วยลดน้ำหนักได้อย่างรวดเร็วและยั่งยืน พรึ่บ!!! เจ้าหล่อนจะหันมาด้วยตาโตระดับสิบทันที

ตัดกลับมาที่ภารกิจ Diet ของดิฉัน หลังประกาศกร้าวด้วยความลำพองว่า ข้านั้นเข้า CD สายแท้แล้ว… ได้แค่ 2 วัน ก็ประกาศใหม่ด้วยระดับความลำพองเท่าเดิมแต่เสียงเบาลงนิดว่า “ออกจาก CD ละน้าาาาาาา” ไม่ไหว อยู่ไม่ไหวค่ะ ใช้ชีวิตยากมากกกกกกก แต่ศักดิ์ศรี น้ำหนัก รอบเอวไซส์ 30 และอนาคตเบาหวานมันค้ำคออยู่ เลยถอยมาเหลือแค่ KD ซึ่งตามหลักการการลดน้ำหนักทั้ง 2 วิธีนั้น มีเพิ่มเติมมาอีกนิดว่า มันจะยิ่งได้ผลสุดๆ ถ้าทำประกอบกับการจำกัดการกินอาหารที่เรียกว่า IF อันย่อมาจาก Intermittent Fasting ซึ่งคือการจำกัดการกินอาหารเป็นช่วงๆและหยุดเป็นหลินฮุ่ย ผ่าม!!! ไม่ใช่สิ และหยุดเป็นช่วงที่ยาวกว่า เช่น กินอาหารได้ในระยะเวลา 8 ชั่วโมง และหยุดกินทุกอย่างยกเว้นดื่มน้ำต่อเนื่องไปเป็นระยะเวลา 16 ชั่วโมง เพื่อให้ปริมาณอินซูลินลดต่ำลง ซึ่งในเวลา 8 ชั่วโมงนั้น ก็กินซะให้เพียงพอ และนี่คือสิ่งที่ดิฉันสวาปามไปเมื่อวานนี้ตอน 16.00 ค่ะ

คอหมูย่าง 2  จาน กุ้งแม่น้ำ 9 ตัว ปลาดิบ 10 ชิ้นหนาๆ ยำแซลมอน 1 จาน (ทานเฉพาะเนื้อปลา) และซุปมิโซะ 1 ถ้วย

 

“ถามว่า คุณูปการของข้อเขียนนี้คืออะไร..
ตอบแบบจริงใจสุดๆ ง่ายๆค่ะ..
ดั๊นอยากสวยค่ะ”

 

ผลจากการกินเยี่ยงยัดทะนานนี้ ส่งผลให้อิ่มยาวนานจนถึงบ่ายโมงวันนี้ และต่อจากนี้คือพัฒนาการที่ชวนให้ลำพอง หลังจากเบ็ดเสร็จเข้า CD + KD มาทั้งสิ้น 6 วัน (เริ่มต้นวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมาค่ะ)

– เอวเหลือ 29 เลยทันที ความจริงรอบเอวนี่ลงตั้งแต่ 2 วันแรกแล้ว
– น้ำหนักชั่งเมื่อเช้า เหลือ 51.9
– การขับถ่าย ปรากฎว่าดีกว่าตอนกินปกติเสียอีกค่ะ
– ที่แน่ๆหลังจากการหยุดกินน้ำตาล หลับง่ายขึ้นเยอะมากกกกกกก เพราะน้ำตาลทำให้เราตื่นตัว พอไม่กินน้ำตาล นี่นอนหลับไม่ต่างอะไรกับผู้ป่วยติดเตียง 😂

 

“รูปร่างผู้เขียนในปัจจุบัน ไม่ได้หุ่นดีค่ะ แต่ท่าโพสต์เอย กระจกเอย กล้องเอย ทุกอย่างล้วนหลอกลวงผู้บริโภคทั้งหมด 😂”

 

เก็บข้อมูลตัวเลขด้วยอาการลิงโลด พึมพำกับตัวเองเบาๆว่า อีกไม่นานแล้วสินะที่ ไซส์ M และกางเกงรอบเอว 27 จะไม่อยู่แค่ในความฝัน นี่จินตนาการไปยันการโละเสื้อผ้ายกตู้เพราะต้องเปลี่ยนไซส์เนื่องจากใส่ไม่ได้แล้ว ไปเรียบร้อยแล้วนะ ก็ไอน์สไตน์บอกนี่นาว่า…จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ ><

สุดท้ายถามว่า คุณูปการของข้อเขียนนี้คืออะไร..
ถ้า… ตอบแบบทั่วไปคือ ไม่มี 😂
ถ้า….ตอบเอาเท่ก็ต้องบอกว่า อยากเริ่มต้นดูแลตัวเองอย่างจริงจัง และทำในสิ่งที่ไม่มีใครจะเชื่อว่า คนที่เคยบริโภค Pepsi วันละขวดจะทำได้
ถ้า….ตอบเอาใจหม่าม้าปะป๊า ก็ต้องบอกว่า ไม่อยากให้ป๊าม้ามาดูแลลูกสาวที่ถูกตัดขาจากเบาหวาน เผลอๆตาบอดด้วย
แต่…
ถ้า…ตอบแบบจริงใจสุดๆ ง่ายๆค่ะ.. ดั๊นอยากสวยค่ะ จบ..😂

หมายเหตุ บทความนี้เป็นการแชร์ประสบการณ์ของผู้เขียนเท่านั้น ไม่ได้แปลว่าเหมาะกับทุกคน และผลลัพธ์ที่ได้ก็อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

………………………….
บทความ : 8880708
Illustrator : Sunanta Treepon