• GEN Facebook
    Facebook Pagelike Widget

แพนเซ็กชวล (pansexual) ใครก็ได้สำหรับตัวฉัน

 

หนึ่งในคำถามที่โดนถามบ่อย สมัยนั่งทำงานที่นิตยสาร attitude ก็คือ “หากผู้ชายคนหนึ่งไปมีเพศสัมพันธ์ผู้ชายอีกคน โดยที่เขาทั้งคู่ไม่ได้เป็นเกย์ เราจะสรุปหรือจัดว่าเขาเป็นเกย์ไปแล้วได้หรือไม่”

 

แลดูเป็นคำถามพื้นๆ นะครับ แต่มันมีความซับซ้อนอยู่ในคำถามนี้มากพอสมควร โดยเฉพาะเรื่องของประสบการณ์ทางเพศ (sexual experience) กับการยอมรับตัวเอง (self-perception) ว่าเราเป็นอะไร ซึ่งสองประเด็นนี้ต้องแยกกันให้ออก เพราะมันมีพื้นที่บางส่วนทับซ้อนกันอยู่นิดหน่อย

 

“แต่ถ้าประสบการณ์ทางเพศ มันทำให้คุณต้องคิดมาก หรือมีอารมณ์ถวิลหาคนเพศเดียวกันอีกเรื่อยๆ นั่นเราคงต้องมาคุยกันยาวหน่อย”

 

ประสบการณ์ทางเพศ (sexual experience) กล่าวอย่างง่ายๆก็คือ ในช่วงชีวิตของคุณที่ผ่านมา เคยมีเพศสัมพันธ์กับใครมาบ้าง ถ้าบังเอิญหนึ่งในจำนวนนั้นเป็นประสบการณ์ทางเพศกับคนเพศเดียวกัน มันก็เป็นแค่ประสบการณ์ทางเพศ จบนะ อย่าคิดมาก คุณยังไม่ได้เป็นเกย์แน่นอน ดูชีวิตในปัจจุบันของคุณก็จะตอบคำถามตัวเอง แต่ถ้าประสบการณ์ทางเพศมันทำให้คุณต้องคิดมาก หรือมีอารมณ์ถวิลคนเพศเดียวกันอีกเรื่อยๆ นั่นเราคงต้องมาคุยกันยาวหน่อย เพราะจิตใจของคุณอาจจะกำลังสับสนอะไรบางอย่างอยู่ ซึ่งมันสัมพันธ์กับการยอมรับตัวเองในประเด็นต่อมา

 

 

การยอมรับตัวเอง (self-perception) ในที่นี้หมายถึง การยอมรับในความต้องการทางเพศของตัวเราว่า​ จริงๆแล้ว เราชอบอะไร และเราจะจัดตัวเองให้อยู่ในกลุ่มไหน จะเป็น Straight, Gay, Lesbian, Bisexual, Transgender หรืออะไรก็ตามสบาย ยิ่งเดี๋ยวนี้มีศัพท์ใหม่ๆ เกิดขึ้นเยอะมาก ทั้ง Queer, Intersect, Pansexual, Polysexual, Androgynous, Asexual, Omnisexual ฯลฯ แค่จะให้จัดประเภทของตัวเองยังงงเลยจ้ะ เอาง่ายๆ ว่าแค่คุณยอมรับและรู้ว่าตัวเองว่าชอบอะไร แค่นั้นจบ อย่าเอาประสบการณ์ทางเพศมาปะปนให้ปวดหัว

“เป็นกลุ่มคนที่ต้องตาต้องใจเพศอื่นๆ
และพร้อมที่จะมีสัมพันธ์กับคนทุกเพศได้หมด
บางท่านอาจกำลังคิดว่า มันก็คือ “มั่ว” นั่นล่ะว้า
–แต่ไม่ใช่”

 

ที่ตั้งใจจั่วหัวเรื่องนี้ขึ้นมา มีความสัมพันธ์กับเรื่องสาววายที่เคยเกริ่นไปเมื่อสองบทความก่อนอย่างมีนัยสำคัญ เพราะมีศัพท์คำหนึ่งที่อยากแนะนำให้คุณรู้จัก และเข้ากับเรื่องสาววาย​ ซึ่งเป็นคนในเจเนอเรชั่น Z ได้เป็นอย่างดี ก็คือคำว่า Pansexual ที่มีดาราและเซเล็บชื่อดังในต่างประเทศ​ ประกาศตัวว่าอยู่ในกลุ่มนี้จำนวนมาก

 

‘Pansexual’ คำว่า pan มาจากรากศัพท์ภาษากรีกที่แปลว่า all หรือ ทั้งหมด กลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า Pansexual จึงเป็นกลุ่มคนที่ต้องตาต้องใจเพศอื่นๆ และพร้อมที่จะมีสัมพันธ์กับคนทุกเพศได้หมด ซึ่งคนทุกเพศในที่นี้ ไม่ได้จำกัดอยู่ในความหมายของอัตลักษณ์ทางเพศแค่เรารู้จักกันในตัวอักษร 4 ตัวอย่าง LGBT หรือชายหญิงทั่วไป (Straight) อีกต่อไป

บางท่านอาจกำลังคิดว่า มันก็คือ ‘มั่ว’ นั่นล่ะว้า –แต่ไม่ใช่

 

คนที่จะยอมรับตัวเองว่าเป็น Pansexual ได้จะต้องมองข้ามเพศสภาพที่เป็นเปลือกนอกไปให้หมด สมมุติว่า คุณเป็นผู้หญิง ที่เรียกตัวเองว่าเป็นหญิงแท้ เคยมีแฟนเป็นผู้ชาย แต่จู่ๆ วันหนึ่งได้ทำงานใกล้ชิดกับเกย์สาวจนเผลอไผลไปรักกัน (จะได้เสียกันหรือไม่ ละไว้ในฐานที่เข้าใจกัน) สองปีถัดไป​ คุณเปลี่ยนที่ทำงานใหม่ แล้วไปเจอกับสาวข้ามเพศ แล้วถูกอกถูกใจกันจนถึงขั้นใช้ชีวิตร่วมกันอยู่พักใหญ่ สุดท้ายพอต้องเลิกรากัน จากนั้นไม่นาน คุณก็ได้เจอกับชายข้ามเพศแล้วก็ตกหลุมรักกัน เคสแบบนี้ เขาจะนิยามตัวเองว่าเป็น Pansexual คือคบกับใครก็ได้ ที่อยู่ด้วยแล้วโอ.เค. โดยมองข้ามเพศสภาพของคนๆนั้นไปอย่างสิ้นเชิง

 

 

“เรากำลังเข้าสู่ยุคสมัยที่เรียกว่า Sexless Society
ซึ่งเพศภาพที่เป็นเปลือกนอกนั้น
ไม่ใช่สิ่งสำคัญที่จะกำหนดความรัก
และความสัมพันธ์ของคนสองคนอีกต่อไป”

 

แล้ว Pansexual ต่างจาก Bisexual อย่างไร? ในทางทฤษฎี Bisexual ส่วนใหญ่จะมีความสัมพันธ์กับเพศที่มีลักษณะเป็นคู่ตรงข้าม (binary) คือชายหรือหญิง และเพศเดียวกัน (ชาย-ชาย +หญิง, หญิง-หญิง +ชาย) แต่ Pansexual ก้าวข้ามเส้นแบ่งเรื่องเพศไปแล้ว เพศสภาพภาพนอก หรืออัตลักษณ์ทางเพศ (Sexual Identity) ไม่ใช่ตัวกำหนดความรัก เพราะสิ่งที่กำหนดความรักอยู่ที่ ‘ใจ’ ต่างหาก การเลื่อนไหลของเพศสภาวะจึงไม่มีขอบเขตที่ชัดเจนเหมือนที่เราเคยเข้าใจอีกต่อไป

 

เรากำลังเข้าสู่ยุคสมัยที่เรียกว่า Sexless Society ซึ่งเพศภาพที่เป็นเปลือกนอกนั้น ไม่ใช่สิ่งสำคัญที่จะกำหนดความรักและความสัมพันธ์ของคนสองคนอีกต่อไป แล้วเรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์สาววายอย่างไรหรือ?

เกย์รุ่นคลาสสิก (จะเรียกว่าเกย์แก่ก็ไม่ผิดนัก) มักจะตั้งข้อสงสัยถึงปรากฏการณ์นี้อยู่บ่อยๆว่า “ทำไมชะนีสมัยนี้นางเป็นอะไร ถึงได้ชอบผู้ชายหน้าหวานๆ มีลุคราวกับเกย์สาว” “ทำไมชะนีเด็กถึงชอบให้ผู้ชายสองคนเป็นแฟนกัน” ฯลฯ แต่ถ้าคุณไปถามสาววาย พวกเธอจะมองข้าม ‘เปลือก’ ภายนอก โดยมองว่ามันก็แค่สิ่งที่สะท้อนบุคลิกของคนๆ นั้นเท่านั้นเอง

งานวิจัยที่น่าจะยืนยันปรากฏการณ์นี้ได้ดี เห็นจะเป็นงานของบริษัท J Walter Thompson Intelligence ในปี ค.ศ.​ 2015 ที่สำรวจพฤติกรรมทางเพศของกลุ่ม Generation Z ทั่วยุโรปและอเมริกัน อายุราว 12-19 ปี  พบว่า 82% ไม่ใส่ใจกับวิถีทางเพศมากนัก โดย 88% ในจำนวนนั้นยอมรับว่า​ ผ่านประสบการณ์ทางเพศกับบุคคลที่มีอัตลักษณ์ทางเพศที่หลากหลาย และ 81% ไม่คิดว่าเพศกำเนิดจะเป็นตัวกำหนดบุคลิกภาพของมนุษย์อีกต่อไป

 

แย่นิดที่งานวิจัยนี้ไม่มาทำในเอเชีย ไม่เช่นนั้นเราอาจจะได้เห็นข้อสรุปที่แปลกกว่านี้ก็เป็นได้

ในเมื่อเรากำลังอยู่ในยุคที่เพศกำเนิดไม่ได้มีความสำคัญอีกต่อไป เพศก็เป็นแค่สิ่งสมมุติที่เราสร้างมันขึ้นมา ส่วนคุณจะคบกับใครก็ให้ลืมเปลือกนอกไปซะ ถามตัวเองแค่ว่า อยู่กับใครแล้วสบายใจ อยู่กับใครแล้วรู้สึกดี แค่นั้นพอ

อ่านเพิ่มเติม

https://www.jwtintelligence.com/2015/05/data-point-generation-z-and-gender/

 

………………………………………………………

บทความ : TaDeep