• GEN Facebook
    Facebook Pagelike Widget

ระหว่างที่เทพฮอรัสกำลังร่อนลงสู่ดินแดนไอยคุปต์    น้ำตาเจ้ากรรมไหลพรากไม่ขาดสาย ห้ามอย่างไรก็กลั้นไม่อยู่ ที่เคราะห์ร้ายกว่านั้นคือ สจ๊วตแอร์อียิปต์ดันหย่อนตัวมานั่งตรงหน้าพอดี  รายนี้หน้าตาคมคายผิวขาวสะอ้าน ไรหนวดเคราเขียวจางๆ ดูดีมีสกุลรุนชาติ หมอนี่นั่งมองหญิงหน้าแปลกน้ำตาไหลอาบหน้าอย่างแปลกใจ แต่ไม่ปริปากถามอะไรให้ต้องเอ่ยคำอธิบายเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงนนทบุรี

อย่าหวังว่านี่คือพระเอกนิยายรักหวานแหววที่วางขายเกลื่อนตามท่ารถบขส. ที่จะสบตาปิ๊งแล้วรักกันปุ๊บปั๊บลั่นเปรี้ยง ต่อให้หล่อบาดใจอย่างไร มนุษย์ป้าก็ไม่อาจลาขาดจากหมูปิ้งได้อย่างแน่นอน คิดในมุมกลับว่าหากนางฮิปปี้ผีสิงชาวไทยจะนึกรักใคร่แขกขึ้นมา ก็ใช่ว่าบังจะยอมทอดกายถวายโรตีให้ง่ายๆ

 

“คาหลิดบอกง่ายๆว่าจะพาเข้าโรงแรม
ฟังแล้วดีใจอย่างบอกไม่ถูก
ที่มีผู้ชายพาเข้าโรงแรมทันทีที่เจอกัน​”

 

หลังแลกเปลี่ยนเงินในกระเป๋าจากดอลลาร์เป็นเงินปอนด์อียิปต์แล้ว ก็รอไกด์ผีที่ติดต่อไว้มาทักทาย ไกด์ทริปนี้ชื่อคาหลิด ไม่ทราบนามสกุล สิวปรุไปทั้งหน้า ผอมเป็นไม้เสียบผี อย่างชนิดที่ว่าอูฐจามใส่ก็กระเด็นข้ามพีระมิดได้ง่ายๆ สาเหตุที่ผอมโกรกจนแก้มตอบ เพราะพี่คาหลิดดูดบุหรี่จัดแบบมวนต่อมวน อธิบายพลางทำตาหลุกหลิกล่อกแล่กเหมือนผีในกุโบร์ที่ถูกทิ้งร้าง เรียกว่าทำลายภาพฝันของฟาโรห์เมมฟิส พระเอกการ์ตูนเรื่อง ‘คำสาปฟาโรห์’ ลงโดยสิ้นเชิง

คาหลิดบอกง่ายๆว่าจะพาเข้าโรงแรม ฟังแล้วดีใจอย่างบอกไม่ถูกที่มีผู้ชายพาเข้าโรงแรมทันทีที่เจอกัน​ ฉันพยักหน้าหงึก แล้วเดินตามแขกแปลกหน้าไปอย่างใจง่าย ไกด์ผีพ่นบุหรี่ปุ๋ยๆ หรี่ตามองมนุษย์ป้า พลางเดินเด้งหน้าเด้งหลังนำไปที่รถสำหรับนักท่องเที่ยว ซึ่งติดแอร์เย็นฉ่ำ ส่วนรถโดยสารหรือรถยนต์ส่วนบุคคลทั่วไปในอียิปต์ส่วนมากไม่มีแอร์แต่อย่างใด  หรือมีแอร์ พี่ก็ไม่เปิดเสียอย่างงั้นแหละ

สายลมยามเช้าแห่งไคโรปลายเดือนตุลาคม​ ให้ความรู้สึกสดชื่นเหมือนยืนหน้าเตาอบ ทั้งๆที่ปลายเดือนนี้ต่อต้นเดือนหน้าคือฤดูการท่องเที่ยวของอียิปต์แล้วแท้ๆ ระหว่างทางที่รถแล่นผ่านเมือง คาหลิดก็อธิบายรายทางด้วยภาษาอังกฤษสำเนียงอาหรับโขมงโฉงเฉง

 

“ชุดแขกยาวๆสไตล์อาหรับที่เรียกว่า ‘โต๊ป’
ดูแล้วก็ชวนสงสัยว่าบังทั้งหลาย
นุ่งกางเกงในบ้างหรือเปล่า”

 

นอกจากความแห้งแล้งแบบทะเลทรายแล้ว ระยะทางจากสนามบินเข้าสู่ตัวเมืองไคโรเต็มไปด้วยตึกที่ดูเหมือนว่าจะสร้างไม่เสร็จ ที่เป็นเช่นนี้เพราะภาษีอาคารที่นี่แพงมาก อพาร์ทเมนท์หรืออาคารต่างๆ จึงสร้างแบบ ‘เกือบเสร็จ’  ชนิดที่ยังแลเห็นเหล็กเส้นโผล่ออกมาก็มี​ หรือทาสีบ้างไม่ทาบ้างเป็นช่วงๆ

สุเหร่าปรากฏให้เห็นตลอดเส้นทาง เช่นเดียวกับต้นอินทผลัมดกสะพรั่งไปด้วยลูกอินทผลัมสีเหลืองอ๋อย เมื่อรถของเราเลี้ยวเข้าสู่ใจกลางเมืองไคโรเก่า ยวดยานบนท้องถนนก็คับคั่งหนาตาขึ้นทุกที ฝีมือการขับรถของบังนั้นเข้าขั้นเซียน ใครที่ก่นด่าการจราจรในกรุงเทพฯทุกวัน อยากให้ลองมาดูงานหรือลองขับรถในไคโรดู แล้วจะรู้สึกดีกับการจราจรในกรุงเทพฯขึ้นมาทันตาเห็น

ความไร้กฎคือหลักการจราจรในไคโร ปาดได้เป็นปาด เบียดได้เป็นเบียด บางทีคนขับก็ชูกำปั้นใส่กันพลางตะโกนด่าเสียงขรมเป็นภาษาอารบิก  บางคู่คึกขนาดกระโจนลงจากรถแล้วพ่นน้ำลายใส่กันอย่างเมามันทั้งชุดแขกยาวๆสไตล์อาหรับที่เรียกว่า ‘โต๊ป’ ซึ่งชายอียิปต์ใส่เดินโทงเทงทั่วประเทศ ดูแล้วก็ชวนสงสัยว่าบังทั้งหลายนุ่งกางเกงในบ้างหรือเปล่า บางคนก็เดาะชุดสูทยืนรอรถริมถนน หญิงอียิปต์สวมชุดแบบมุสลิมเต็มยศ คลุมหมดตั้งแต่หัวจดเท้า

 

“แนะนำให้ซื้อน้ำมะม่วงมาดื่ม
เพราะเป็นน้ำมะม่วงที่อร่อยที่สุดในโลก”

 

นอกจากรถยนต์แล้ว​ ยังมีรถม้า รถเทียมล่อและวัวเดินเอ้อระเหยปะปนอยู่บนท้องถนนด้วย ระหว่างทางไปโรงแรมที่อยู่ไม่ไกลจากพีระมิด เห็นกองขยะกองมหึมาสุมสองข้างทางอย่างน่าตกใจ ตึกส่วนที่ทาสีก็จะใช้โทนแสด เหลือง และน้ำตาล ดูแห้งแล้งกลมกลืนกับทะเลทรายรายรอบ

สองฝั่งฟากมีร้านรวงแบบบ้านเรา รวมทั้งแผงลอยขายขนมปังเป็นระยะๆ บังอบขนมปังกันท่ามกลางฝุ่นตลบอบอวล พออบสุกได้ที่แล้วแล้วเรียงใส่ถาดรอลูกค้ามาซื้อขนมปัง ‘บังเว้ยเฮ้ย’ ผสมฝุ่นเป็นของแถม ร้านขายเนื้อแขวนเนื้อทั้งขาเป็นที่แสลงใจชาวมังสวิรัติที่สุด แถมยังเขียนอักขระสีแดงแจ๋กำกับวิญญาณ  ใครที่มีโอกาสเดินลัดเลาะตามตรอกซอกซอยในไคโร หากหิวน้ำ แนะนำให้ซื้อน้ำมะม่วงมาดื่ม จะแบบไหนก็ได้ หากกลัวไม่สะอาดก็ซื้อแบบกล่อง เพราะเป็นน้ำมะม่วงที่อร่อยที่สุดในโลก

ร้านกาแฟแบบอาหรับเห็นได้ทุกหนแห่ง สถานที่แห่งนี้คือสถานพักผ่อนหย่อนใจของชายอียิปต์โดยแท้ ไม่ว่าจะโดนเมียด่าหรือทะเลาะกับเพื่อนร่วมงานอย่างไร พอตกบ่าย ต่างก็พากันมานั่งกินกาแฟกับสูบมอระกู่ที่ร้านกาแฟพวกนี้ โดยที่เมียไม่กล้ามาวอแว

 

“ไกด์ผีตอแหลหน้าตายว่าอยากเอาใจลูกค้า
เลยอัพเกรดให้แบบฟรีๆ”

 

เพียงชั่วหม้อข้าวเดือด ก็มาถึงโรงแรมที่พักคือโรงแรม Movenpick ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากมหาพีระมิด และสฟิงซ์มากนัก จำชื่อโรงแรมนี้ไว้ให้ดี เพราะได้พักแค่คืนเดียวเท่านั้น พอคืนต่อๆมา​ ได้รับการอัพเกรดไปอยู่โรงแรม Le Méridien Pyramids Hotel แทน

ไกด์ผีตอแหลหน้าตายว่าอยากเอาใจลูกค้าเลยอัพเกรดให้แบบฟรีๆ แต่ด้วยความที่ฉันเป็นนักข่าวเก่าที่ช่างสาระแนทั้งในพระนครและต่างประเทศ เลยสืบเสาะจนได้ความว่า แขกที่พักโรงแรมนี้ย้ายออกเกือบหมด เพราะพวกไอซิสปาระเบิดใส่โรงแรมคืนก่อน โรงแรมเลยว่าง ช่างเป็นไกด์ที่คำนึงถึงสวัสดิภาพลูกทัวร์อะไรเช่นนี้

 

“ไคโรเป็นภาษาอารบิก แปลว่า ‘ชัยชนะ’
นอกจากนี้ยังมีฉายาว่า
‘A City of a Thousand Minarets’
เพราะเต็มไปด้วยสุเหร่ามากมาย”

 

อาหารเช้าแบบอียิปต์ในโรงแรมไม่อร่อยเท่ากับที่ซื้อจากริมถนนคลุกฝุ่น เพราะอาหารเช้าโรงแรมก็เป็นมาตรฐานเดียวกันหมด ไม่มีความแปลกใหม่อะไรเลย ใครที่ชอบอาหารแนวเมติเตอร์เรเนียนจะชอบอาหารที่นี่ เพราะพอนั่งโต๊ะปุ๊บ เครื่องจิ้มแนวฮัมมุส (Hummus ) ร่อนตามลงหลายถ้วย ตามด้วยพิต้าหลากรูปแบบ ส่วนมากกินกับไก่ย่างหรือกาบับนั่นเอง หาผักหญ้ามาประกอบได้ยากเต็มที แต่ฉันก็อร่อยทุกมื้อตามประสาคนชอบกินฮัมมุส  

หลายคนทำหน้างง เพราะอาจจะไม่คุ้นชินกับอาหารทางแถบนี้ ฮัมมุสเป็นอาหารที่เป็นเครื่องจิ้มแบบกินจริงก็ได้​ กินเล่นก็อิ่ม ปรุงมาจากถั่วชิกพี (Chickpea) ขออภัยที่ไม่รู้ว่าทับศัพท์ไทยว่าอะไร ต้มใส่งาขาวคั่วบด น้ำมันงาหรือน้ำมันมะกอกนิดหน่อย เหยาะน้ำมะนาวให้ออกรสเปรี้ยวอีกนิด โรยผงกระเทียมและพริกไทย ปรุงรสด้วยเกลือ แล้วปั่นให้ละเอียด จิ้มกับขนมปังที่เรียกว่า ‘พิต้า’

ระหว่างกินมื้อเช้า คาหลิดก็ยังไม่วายดูดบุหรี่ผลุยๆในโรงแรม  ดูเหมือนว่าที่นี่ไม่มีกฎข้อห้ามในการสูบบุหรี่ เพราะสามารถสูบได้ทุกที่ทุกเวลา  ดูดหมดมวนก็อารมณ์รื่น เล่าเรื่องเมืองหลวงของอียิปต์ให้ฟังคร่าวๆว่า ไคโรเป็นภาษาอารบิก แปลว่า ‘ชัยชนะ’ นอกจากนี้ยังมีฉายาว่า ‘A City of a Thousand Minarets’  เพราะเต็มไปด้วยสุเหร่ามากมาย

ไคโรตั้งอยู่ริมแม่น้ำไนล์  ถือเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่และมีประชากรมากสุดในทวีปแอฟริกา ล้อมรอบด้วยทะเลทราย ที่สำคัญคืออยู่ไม่ไกลจากมหาพีระมิดแห่งกีซ่า  ไคโรแบ่งพื้นที่เมืองออกตามประวัติศาสตร์เป็นสามส่วนคือ ย่านกลางเมือง ย่านเมืองเก่า และย่านเมืองใหม่ (โปรดติดตามตอนต่อไป)
…………………………………………

บทความโดย : เจริญขวัญ แพรกทอง บลาฮาสสกี้

Illustrator : Aonnta Boonnam