• GEN Facebook
    Facebook Pagelike Widget

 

เทพรา..สุริยเทพทอแสงนุ่มนวลละมุนละไมสีชมพูอ่อนหวานในเบื้องแรก แล้วเปล่งประกายเจิดจ้ายามสาย แว่วเสียงสวดอาซานสะท้อนออกมาจากทุกซอกหลืบในไคโร ถ้อยคำอันความศักดิ์สิทธิ์ลอยล่องทุกอณูอากาศ เอิบอาบอวลซ่านสู่หัวใจ ไม่มีอะไรจะวิเศษไปกว่ากาแฟอาหรับสักแก้ว ขณะฟังเสียงสาธนามนตราแห่งโลกโบราณ จากระเบียงห้องพักที่สามารถมองเห็นพีระมิดได้อย่างชัดเจน  

ไหนๆตีนก็เหยียบยืนบนแผ่นดินไอยคุปต์แล้ว จะต้องไปนมัสการสิ่งมหัศจรรย์ของโลกให้ได้เป็นอันดับแรก นั่นคือมหาพีระมิดและสฟิงซ์ที่กิซ่า ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากไคโร อารมณ์ประมาณกรุงเทพฯ​ -นนทบุรี​ ประมาณนั้น

บอกเล่านิดหนึ่งเรื่องโรงแรมในไคโร ถึงจะเป็นโรงแรมระดับสี่ดาวหรือห้าดาวอย่างไร อย่าหวังว่าจะมีไวไฟให้ใช้ฟรีทุกห้อง หากอยากใช้ไวไฟฟรี  ต้องไปนั่งหน้าสลอนกันในห้องล็อบปี้ เอ๊ย ล็อบบี้ จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่เห็นชาวโลกไปสุมหัวกันเต็มล็อบบี้โรงแรม ดูไปก็เหมือนมีการประชุมสหประชาชาติทุกวัน

ไกด์ผีร่างผอมทึ้งหนวดหรอมแหรมพลางบอกว่า หากยูจะศึกษาประวัติศาสตร์อียิปต์จริงๆแล้ว วันแรกสมควรต้องเริ่มต้นที่ซัคคารา ไม่ใช่ที่กิซ่า แต่เอาเถอะ ไหนๆ มานอนเล่นอยู่เบื้องตีนพีระมิดแล้ว ก็ไปที่นี่ก่อนก็ได้ จะได้สาแก่ใจใครบางคน พูดจบก็ตวัดตาค้อนควักเหมือนสับสนทางเพศ จากนั้นก็ดูดยาปุ๋ยๆ แล้วขอตัวไปโทรศัพท์หาแฟน ไอ้นี่ช่างเป็นไกด์ที่ประหลาดมาก คือนำเที่ยว แต่ไม่เคยรอลูกทัวร์เลย กูจะเดินนำอยู่แบบนี้ มึงต้องเดินตามกูให้ทันก็แล้วกัน

ระหว่างทางไปกิซ่า คาหลิดก็จุดบุหรี่มวนใหม่แล้วเล่าต่อว่า เมืองไคโรแบ่งออกเป็นสามส่วนคือ ย่านกลางเมือง ย่านเมืองเก่า และย่านเมืองใหม่ และที่น่าทึ่งมากคือในพื้นที่ไคโรนั้นมีเมืองเก่ายุคมุสลิมทับซ้อนกันถึง 4 สมัย  

ขณะที่กางหูรอพี่แกเล่าเพิ่ม พี่แกก็เปลี่ยนเรื่องไปเสียดื้อๆ โดยวกมาเล่าถึงความเป็นมาอันน่ามหัศจรรย์ของมหาพีระมิดแห่งกิซ่าแทนว่า กลุ่มพีระมิดเหล่านี้สร้างขึ้นในยุคสมัยฟาโรห์คูฟูแห่งราชวงศ์ที่ 4 ซึ่งปกครองอียิปต์โบราณเมื่อประมาณ 2,600 ปีก่อนคริสตกาล​ หรือกว่า 4,600 ปีมาแล้ว

คาหลิดอัดบุหรี่วาบๆ พ่นควันเป็นทางยาว เล่นเอานางฮิปปี้ผีสิงจากไทยแลนด์นึกเสี้ยนยาขึ้นมาในพลันทันที  แต่ระงับอกระงับใจไว้เพราะเลิกสูบบุหรี่มาร่วมยี่สิบปีแล้ว จากนั้นก็จ้อต่อเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงแขกว่า ที่ฟาโรห์คูฟูสร้างพีระมิดขนาดมโหฬารนี้ขึ้นก็เพื่อใช้เป็นที่เก็บรักษาพระศพ  รอการกลับคืนชีพตามความเชื่อในเรื่องชีวิตหลังความตายของชาวอียิปต์โบราณ จึงต้องแน่ใจว่ากษัตริย์จะทรงมีทุกสิ่งทุกอย่างที่จำเป็นและไม่จำเป็นสำหรับโลกหน้า

มหาพีระมิดแห่งนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก และเป็นหนึ่งเดียวในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ยุคโบราณที่อยู่ยงคงกระพันมาจนถึงทุกวันนี้ บังคาหลิดจบประโยคด้วยการอัดยาต่ออย่างหนักหน่วง จนลูกทัวร์ถอนใจเฮือก พลางคิดว่า ไอ้นี่คงไม่รอดพ้นมะเร็งปอดแน่

ระหว่างทางไปมหาพีระมิดแห่งกิซ่า คือทะเลทรายสุดลูกหูลูกตา แต่หากมองจากมุมสูงจะเห็นว่า  อาคารบ้านเรือนและตึกสูงต่างๆได้โอบล้อมทะเลทรายไว้หมด พีระมิดแห่งกิซ่านั้นไม่ได้มีพีระมิดเพียงหนึ่งเดียว หากแต่ประกอบด้วยพีระมิด 3 แห่ง  

พีระมิดทั้งสามที่ว่านั่นคือ​ พีระมิดคีออพส์หรือคูฟู ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อบรรจุศพของฟาโรห์คีออพส์หรือคูฟู มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาพีระมิดทั้งสามแห่ง ส่วนพีระมิดคาเฟรตั้งอยู่ตรงกลางและสร้างอยู่บนพื้นที่สูง​ จึงทำให้ดูเหมือนมีขนาดใหญ่ที่สุด จนมีบางคนเข้าใจผิดว่าพีระมิดคาเฟรคือมหาพีระมิดแห่งกิซ่า ทางทิศตะวันออกของพีระมิดคาเฟร มีสฟิงซ์หินแกะสลักขนาดมหึมา ส่วนพีระมิดเมนคูเรนั้นมีขนาดเล็กสุด และมีอายุน้อยสุดในหมู่พีระมิดแห่งกิซ่า จากตำแหน่งการก่อสร้างทำให้คาดเดาได้ว่าอาจตั้งใจสร้างให้มีขนาดใกล้เคียงพีระมิดคูฟูและพีระมิดคาเฟร

เปลวแดดเต้นระยิบกลางทะเลทรายระอุสุดลูกหูลูกตา อาทิตย์สาดแสงสีทองฉายส่องให้เห็นสิ่งก่อสร้างทรงแหลมขนาดมหึมา ท้าทายสายลมกร้าวในทะเลทรายมาเป็นเวลานานหลายพันปี​ นับตั้งแต่วันที่สร้างเสร็จสมบูรณ์ด้วยน้ำมือมนุษย์ยุคโบราณจนกระทั่งถึงวันนี้ แม้ว่าจะมีอายุถึง 4,600 ปีแล้วก็ตาม​ แต่สถานที่แห่งนี้ยังเปี่ยมล้นด้วยมนตราน่าสัมผัส ไม่ว่าจะมองในแง่ความลี้ลับมหัศจรรย์ หรือในแง่ของวิศวกรรมและสถาปัตยกรรมก็ถือว่างดงามเหนือกาลเวลาอย่างแท้จริง  

รถจอดเทียบเบื้องตีนพีระมิด ฉันลดกล้องถ่ายรูปลง พลางมองพีระมิดอย่างดื่มด่ำ แล้วค้อมหัวลงต่ำเพื่อแสดงความคารวะต่อทุกมือที่รังสรรค์งานศิลปะแห่งศรัทธานี้ไว้เป็นมรดกโลก ยังไม่ทันจะหายตื้นตันจากภาพเบื้องหน้า ความประทับใจก็แตกโพละเหมือนลูกโป่งที่ถูกเข็มจิ้มจนระเบิดใส่หน้า  เมื่อเผชิญหน้ากับดงบังตัวจริงเสียงจริง

ฝูงแขกกรูมาเสนอขายนั่นนี่โน่น เผลอๆมีจับต้องเนื้อตัว จนต้องเบี่ยงหลบพลางถลึงตาใส่อย่างไม่ลดละ  เชื่อเถอะว่าใครที่คุยนักคุยหนาว่าชำนาญการต่อรองในตลาดทั่วโลก แนะนำว่าให้ทดสอบด้วยการเผชิญหน้าการรุมทึ้งของพ่อค้า 3 ประเทศนี้ให้ประสบความสำเร็จก่อน​ นั่นคือ พ่อค้าอินเดีย พ่อค้าจีน และพ่อค้าอียิปต์ หากผ่านด่านสามอรหันต์นี้ไปได้ รับรองได้ว่า เดินทางท่องโลกได้อย่างหน้ากร้านตีนแกร่งไปทุกแห่งหน ฉันผ่านมาแล้วสองด่าน เหลือด่านสุดท้ายที่ต้องทดสอบคือด่านดงบังนี่แหละ

เคล็ดลับคือ อย่าสบตา อย่าต่อความ พูดสั้นๆว่า  “No” เก็บยิ้มสยามไว้ใช้ที่อื่น อย่าได้คิดส่งยิ้มให้อย่างเด็ดขาด อย่าแบมือรับของที่บังยัดใส่มือ​ เพราะอาบังจะตื๊อให้จ่ายเงินจนได้ อย่าถลาไปตามเสียงที่ตะโกนว่า “ทุกอย่าง 1 ดอลลาร์” เพราะหากต่อปากต่อคำจะกลายเป็นว่า ไอ้หนึ่งดอลลาร์นี่ค่าดูนะนายจ๋า ไม่ใช่ราคาสินค้า  

ที่สำคัญ​ ภาษาอังกฤษต้องแม่นยำ ต้องเถียงหนักจัดเต็มและไม่ลดราวาศอก ไม่งั้นเจอลูกไม้ทอนเงินไม่ครบ อย่าให้เห็นว่าพกเงินดอลลาร์ ไม่งั้นพวกนี้จะไม่ยอมรับเงินปอนด์อียิปต์ แต่จะกะลิ้มกะเหลี่ยตาวาวใส่เงินสกุลลุงแซมแทน เรื่องนี้ขอยกยอดไปเล่าตอนไปเดินตลาดข่านก็แล้วกัน

การไปดูมหาพีระมิดต้องเสียค่าเข้าชม แม้จะไม่ได้เข้าไปในพีระมิดก็ตาม แต่ถ้าใครที่อยากเข้าไปในพีระมิดแต่ละแห่ง ก็จะต้องจ่ายยิบย่อยอีกต่างหาก ฝูงตัวฤทธิ์นานาชาติเดินบ้างไต่บ้างกันให้ยั้วเยี้ย บางคนก็ปีนป่ายขึ้นไปนั่งเต๊ะท่าในพีระมิดทั้งที่มีป้ายตัวโตปักบอกอยู่โทนโท่ว่า ‘ห้ามปีน’ แต่ทุกคนไม่แยแสและพร้อมใจกันละเมิดทั้งสิ้น แถมบางคนกินน้ำอัดลมแล้ว เอาไปยัดในซอกหินที่สร้างพีระมิด เห็นแล้วได้แต่ถอนหายใจเฮือก ไอ้คนมือบอนมักง่ายนี่มีทุกชาติทุกแห่งนั่นแหละ

ฝูงอูฐนอนหมอบรอตัวฤทธิ์ตีนพีระมิดพลางทำหน้าเบื่อหน่าย ฉันเดินเข้าหาพีระมิดคูฟูแล้วเอาหน้าแนบก้อนหิน เผื่อจะได้ยินเสียงบรรพกาลกระซิบความลับบ้าง (โปรดติดตามตอนต่อไป)

…………………………………………

บทความโดย : เจริญขวัญ แพรกทอง บลาฮาสสกี้

Illustrator : Aonnta Boonnam