• GEN Facebook
    Facebook Pagelike Widget

มุมมองจากห้องมุม จากโลกสู่ดวงจันทร์ : ก้าวสั้นๆ อันแสนไกล

 

(1)

“One small step for (a) man, one giant leap for mankind–หนึ่งก้าวน้อยสำหรับมนุษย์ หนึ่งก้าวกระโดดมหึมาสำหรับมนุษยชาติ”

 

นีล อาร์มสตรอง กล่าวประโยคอมตะนี้เมื่อเท้าของเขาเหยียบลงบนดวงจันทร์เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 1969 เหมือนเป็นการประกาศให้คนทั่วทุกมุมโลกที่ชมการถ่ายทอดสดอยู่หน้าจอโทรทัศน์ได้ทราบว่า ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของมนุษยชาติได้เปิดขึ้นแล้ว ก้าวสั้นๆ ของเขาก้าวนี้ จะเป็นก้าวแรกของมนุษยชาติที่จะก้าวกระโดดไปสุ่ยุคอวกาศอย่างแท้จริง

 

วันนั้น ผมที่อายุ 7 ขวบน่าจะเรียนอยู่ ป.2  ผมและเพื่อนๆ นักเรียนสาธิตจุฬาฯ ก็เหมือนกับคนอีกหลายล้านคนทั่วโลกที่จ้องอยู่หน้าจอโทรทัศน์ขาวดำ ชมยานอพอลโล 11 พานีล อาร์มสตรองขึ้นไปเป็นมนุษย์คนแรกที่ได้เหยียบดวงจันทร์ ความฝัน ความมุ่งมาดปรารถนาที่มาจากคำมั่นสัญญาของประธานาธิบดี จอห์น เอฟ. เคนเนดี้ ที่ประกาศไว้เมื่อปี 1961 ว่าสหรัฐอเมริกาจะส่งคนขึ้นไปเหยียบดวงจันทร์ให้จงได้ก่อนสิ้นทศวรรษเป็นความจริงขึ้นมาแล้ว

 

ภาพ cnet.com

 

บุรุษผู้ประกาศนโยบายจากไปก่อนกาลอันควรโดยไม่ทันเห็นผลงานของตน และ 43 ปีถัดจากวันประวัติศาสตร์ วันที่ 25 สิงหาคม 2012 บุรุษผู้สร้างประวัติศาสตร์–นีล อาร์มสตรองก็จากเราไปด้วยวัย 82 ปี

 

แต่กว่าจะเป็นมนุษย์คนแรกที่ได้เหยียบดวงจันทร์ไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ใช่อยู่ๆ มียานอวกาศมาจอดเทียบเชิญให้ขึ้นไป ไม่ใช่ไม่มีความรู้ ไม่มีประสบการณ์ ไม่มีความสามารถแล้วจะเป็นกันได้ ต้องอาศัยการฝึกฝน มานะอดทนอย่างถึงที่สุด ลองมาดูกันว่า กว่าจะได้ก้าวสั้นๆ ก้าวนั้น นีล อาร์มสตรองต้องก้าวมาแล้วกี่ร้อยกี่พันก้าว

 

(2)

นีลเป็นอเมริกันเชื้อสายสก๊อตผสมเยอรมัน เกิดที่เมืองวาพาโคเนทา มลรัฐโอไฮโอ เมื่อปี 1930 เริ่มสนใจการบินมาตั้งแต่เรียนมัธยมปลาย สอบได้ประกาศนียบัตรนักบินตั้งแต่อายุ 15 ก่อนจะมีใบขับขี่เสียด้วยซ้ำ ในปี 1947 นีลได้ทุนจากโครงการฮอลโลเวย์เข้าศึกษาวิชาวิศวกรรมการบินอวกาศ-Aerospace Engineering ที่มหาวิทยาลัยเพอร์ดู ทุนนี้จะให้เรียน 2 ปีแล้วต้องรับราชการเป็นทหารเรือ 3 ปี นีลถูกเรียกเข้าประจำการเป็นนักบินประจำเรือรบในปี 1949 และในที่สุดได้เข้าร่วมรบในสงครามเกาหลีเมื่อปี 1951 มีครั้งหนึ่งเครื่องบินของนีลถูกยิงเสียหายหนัก ต้องดีดตัวออกจากเครื่อง กะจะให้ลงในมหาสมุทรแต่ขัดข้องกลับมาตกบนพื้นแต่นีลก็รอดมาได้ ทั้งหมดนีลออกบิน 78 ภารกิจ 121 ชม. ก่อนจะปลดประจำการเป็นกองกำลังสำรองในปี 1952 พร้อมเหรียญกล้าหาญต่างๆ ตามผลการปฏิบัติหน้าที่

 

ภาพ cnet.com

 

นีลกลับไปเรียนที่เพอร์ดูใหม่จนจบปริญญาตรีสาขาวิศวกรรมการออกแบบเครื่องบิน-Aeronautical Engineering มาด้วยเกรดเฉลี่ยปานกลาง (คือเริ่มเรียนอย่าง กลับไปจบอีกอย่าง) ในปี 1955 และสุดท้ายไปจบปริญญาโทสาขาที่ตั้งใจจะเรียนในปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยแห่งเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนียจนได้ในปี 1970

 

นีลเริ่มงานแรกที่ไม่ใช่นักบินรบทหารเรือด้วยการเป็นนักบินทดสอบที่ฐานบินเอ็ดเวิร์ดส์ของกองทัพอากาศ ที่นั่นเองที่นีลได้มีโอกาสขับจรวดเป็นครั้งแรก การเป็นนักบินทดสอบสร้างประสบการณ์อย่างโชกโชนให้กับนีล เพราะเครื่องบินที่มาให้ทดสอบคือเครื่องต้นแบบบ้าง เครื่องที่อยู่ระหว่างปรับปรุงบ้าง เครื่องที่ติดตั้งระบบใหม่ๆ บ้าง ไม่ใช่เครื่องบินรุ่นที่ชัวร์แล้วว่าเซฟ เพราะงั้นนีลจึงประสบอุบัติเหตุทางการบินมามากมายก่ายกอง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบินสามเครื่องยนต์ที่บินๆ ไปเจ๊งไปสองเครื่องยนต์ จรวดที่อุปกรณ์การลงจอดที่หัวเจ๊งตอนที่ต้องลงจอดพอดี เครื่องที่ลงจอดแล้วไถลเลยเถิดไปจนจะชนต้นไม้บ้าง เครื่องบินน้ำที่ลงจอดในน้ำไม่ได้บ้าง แต่นีลก็รอดมาได้ทุกครั้ง ในการเป็นนักบินทดสอบ นีลได้ขับเครื่องบินมาแล้วกว่า 200 รุ่น

 

ภาพ cnet.com

 

นีลได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการ “ส่งคนสู่อวกาศให้เร็วที่สุด–Man in Space Soonest” ของกองทัพอากาศในปี 1958 ถัดมาอีก 2 ปีได้เป็นหนึ่งในคณะนักบินอวกาศที่ร่วมเป็นที่ปรึกษาโครงการยานอวกาศสำหรับใช้งานทางทหาร และในปี 1962 ได้ติดหนึ่งในหกของนักบินอวกาศที่จะได้ขับยานจริงหากสร้างสำเร็จ

 

แต่ฝันของนีลไม่ได้อยู่ที่นี่ นาทีนั้น นีลจ้องเขม็งไปที่ NASA-National Aeronautics and Space Admistration-นาซ่า-องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ

 

เพราะห้วงเวลานั้น นาซ่าใกล้จะประกาศรับสมัครนักบินอวกาศรุ่น 2 สำหรับโครงการอพอลโล แต่กว่าใบสมัครของนีลจะส่งไปถึงดันเลยเวลาที่กำหนด โชคยังดีที่เพื่อนคนหนึ่งที่นีลสนิทด้วยตอนทำงานที่ฐานทัพเอ็ดเวิร์ดส์เห็นใบสมัครของนีล เลยแอบทำไม่รู้ไม่ชี้ยัดใบสมัครไปในกองที่ส่งทันให้ ไม่งั้นป่านนี้คนอื่นคงดังแทนนีลไปแล้ว

 

นีลได้รับแจ้งว่าได้เข้าร่วมโครงการนักบินอวกาศของนาซ่าเมื่อวันที่ 13 กันยายน 1962

 

ภาพ cnet.com
Armstrong’s first flight,1966

 

นีลได้บินสู่อวกาศครั้งแรกกับโครงการเจมินี 8 เมื่อ 16 มีนาคม 1966 ในฐานะนักบินควบคุมโดยมี เดวิด สก๊อต เป็นนักบิน ภารกิจคือนำยานเจมินีไปประกบกับยานอวกาศไม่มีคนขับเอจินา และมีการเดินในอวกาศโดยสก๊อต แผนวางไว้ทั้งหมด 75 ชม.และบิน 55 รอบ ภารกิจแรกสำเร็จในช่วงต้นแต่มีปัญหาทำให้ต้องแยกตัวจากกันและบินกลับโลกก่อนกำหนด ทำให้สก๊อตไม่มีโอกาสออกไปเดินในอวกาศ

 

ภารกิจสุดท้ายของนีลกับโครงการเจมินี คือเจมินี 11 ในฐานะนักบินควบคุมสำรอง คอยเป็นพี่เลี้ยงและคอยสอนให้นักบินอีกทีหนึ่ง คราวนี้ภารกิจสำเร็จสมบูรณ์แบบ แต่นีลไม่ได้บินไปด้วย

 

แล้วก็มาถึงโครงการอพอลโล

ภาพ NASA
Apollo 1 Crew , 1967 

 

(3)

โครงการอพอลโล ก็ไม่ต่างกับโครงการอื่นๆ ที่กว่าความสำเร็จจะมาถึงความผิดพลาดย่อมเกิดขึ้นก่อน อพอลโล 1 ไฟลุกไหม้นักบินอวกาศทั้งสามเสียชีวิต กว่าจะมาถึงอพอลโล 11 นาซ่าผ่านอะไรมามากมาย กระทั่งการทดลองยานลูนาร์โมดูล ยานที่จะใช้ลงจอดบนดวงจันทร์ นีลก็เกือบเอาชีวิตไม่รอด ต้องดีดตัวหนีออกมา กล่าวกันว่าถ้านีลดีดตัวออกมาช้ากว่านั้นเพียง 0.5 วินาที ป่านนี้ก็มีชื่อคนอื่นไปเหยียบดวงจันทร์เป็นคนแรกแล้วเช่นกัน

 

นีลได้รับเลือกให้เป็นผู้บังคับการอพอลโล 11 ในวันที่ 23 ธันวาคม 1968 หลังจากได้ทำหน้าที่ผู้บังคับการสำรองของอพอลโล 8 ในทีมขึ้นสู่อวกาศของเขาคือ เอ็ดวิน “บัซซ์” อัลดริน ผู้บังคับยานลูนาร์โมดูล และผู้บังคับยานแม่ ไมเคิล คอลลินส์

 

ภาพ cnet.com
Armstrong gets ready to put on his spacesuit helmet ahead of the Apollo 11 launch,1969

 

วันที่นาซ่าตัดสินใจเลือกให้นีลเป็นมนุษย์คนแรกที่ได้เหยียบดวงจันทร์คือในเดือนมีนาคม 1969 ปัจจัยหลักมาจากสองสาเหตุ ข้อแรกคือนีลเป็นปุถุชนสามัญคนหนึ่ง ไม่ได้มีอีโก้สูงเกินมนุษย์ธรรมดาทั่วไป ไม่ได้มีความอยากจะดีเด่นดังเกินใคร และข้อที่สองคือในฐานะผู้บังคับการ นีลสมควรที่จะได้รับเกียรตินี้

 

เหตุผลนี้ได้รับการเปิดเผยภายหลัง เหตุผลแรกที่นาซ่าบอกในงานแถลงข่าวคือยานลูนาร์โมดูลจะเปิดทางขวาคือฝั่งผู้โดยสารที่นีลนั่งอยู่ นีลต้องออกมาคนแรกไม่งั้นคนขับจะออกมาไม่ได้

ภาพ NASA
The launch of Apollo 11 ,1969

 

วันที่ 20 กรกฎาคม 1969 อพอลโล 11 ทะยานขึ้นสู่ห้วงอวกาศ ถัดจากนั้นอีกหนึ่งวัน นีล อาร์มสตรองกลายเป็นมนุษย์คนแรกที่ได้เหยียบดวงจันทร์

 

ภาพ NASA
A footprint, one of Buzz Aldrin’s, left behind on the Moon.

 

And the rest is history-และที่เหลือก็คือประวัติศาสตร์

 

มาปีนี้ ครบรอบ 49 ปีของวันประวัติศาสตร์ หนึ่งก้าวน้อยสำหรับมนุษย์ นำมาซึ่งไม่รู้กี่ก้าวกระโดดมหึมาสำหรับมนุษยชาติแล้ว

ภาพ NASA
Back to Buzz Aldrin. Armstrong can be seen here, too, if you look closely: reflected in the mirror-like visor of Aldrin’s spacesuit.

 

 

(4)

จากความใฝ่ฝัน จากความมุมานะพยายาม จากความตั้งใจจริง และจากความอ่อนน้อมถ่อมตน ทำให้สามัญชน นีล อาร์มสตรอง กลายเป็นวีรบุรุษของชาวอเมริกันและของคนทั้งโลก

 

ใครก็ตาม อยากให้โลกทั้งโลกจดจำในทางที่ดีงาม มีแต่คนแซ่ซ้องสรรเสริญยามเมื่อตนจากไป อย่าลืมศึกษาประวัตินีล อาร์มสตรอง

………………………….

 

บทความ : โชนแสง (นามแฝง)