• GEN Facebook
    Facebook Pagelike Widget

เพลง 1812 Overture โดย Tchaikovsky ความลับเบื้องหลังเสียงปืนใหญ่แห่งรัสเซีย

 

เพลง 1812 Overture โดย เป็นบทเพลงที่ Tchaikovsky แต่งขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ ระลึกถึง เหตุการณ์ใน สงคราม Napoleonic Wars ซึ่ง รัสเซียจากการนำของซาร์ อเล็กซานเดอร์ที่ 1  มีชัยเหนือฝรั่งเศส จักรพรรดินโปเลียนที่ 1 ในยุคที่ ฝรั่งเศสไล่ล่าอาณานิคมในยุโรปอย่างสุดโต่งเพื่อต่อสู้กับ สหราชอาณาจักร(อังกฤษ)  

 

 

ทั้งนี้ ความพิเศษ ของเพลง 1812 Overture โดย Tchaikovsky มีการถูกระบุว่า มีการนำ “เสียงปืนใหญ่” มาประกอบเพลง แทน เสียงกลองในบางช่วงตอนที่สำคัญอีกด้วย 

 

เพลงนี้มีคุณค่าในทางประวัติศาสตร์สมัยใหม่มาก เหตุเพราะเพลงดังกล่าวนั้นถูกใช้เป็นสัญลักษณ์สำคัญของประวัติศาสตร์สงครามที่เปลี่ยนแปลงระบบโลกเก่าซึ่งอยู่ในยุค ทาสและการล่าอาณานิคมเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของชาติมหาอำนาจอย่างสหราชอาณาจักรและฝรั่งเศสไปอย่างสิ้นเชิง

 

 

(โดยย่อ) สืบเนื่องจาก การเปลี่ยนแปลงการปกครองของฝรั่งเศส(ปฏิวัติฝรั่งเศส)ในปี 1789 นำพาประเทศฝรั่งเศสสู่การปกครอง แบบ สาธารณรัฐ ซึ่งเป็นการโค่นล้มราชวงศ์ บูร์บง ด้วยการประหารโดยกิโยติน โดยกลุ่มผู้นำปฏิวัติ   แต่การปฏิวัติครั้งนั้นดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ผิดพลาด เพราะดูเหมือนว่าจะมันจะนำพาเข้าสู่ประวัติศาสตร์ที่คนฝรั่งเศสไม่อยากจดจำนั้นคือยุค”แห่งความสับสน”ที่มีระยะเวลาเพียงสั้นๆ ( Reign of Terror) ภายใต้การนำของ โรแบสปิแยร์ ( Maximilien Robespierre)

 

 มักซีมีเลียง ฟร็องซัว มารี อีซีดอร์ เดอ รอแบ็สปีแยร์

(Maximilien François Marie Isidore de Robespierre)

 

 

 

อดีตผู้หนึ่งในนำการปฏิวัติระบอบการปกครองสู่สาธารณรัฐและได้ผลักดันตัวเองขึ้นสู่อำนาจ เขาเป็นผู้ซึ่งหลงใหลในอำนาจและได้สร้างลัทธิ นับถือเทพีแห่งเหตุผล (Cult of the Supreme Being) เพื่อผลักดันให้ตนเองมีอำนาจสูงสุดในการปกครองทางและทางธรรมแบบเผด็จการเบ็ดเสร็จและผู้ใดที่มีท่าทีขัดต่ออำนาจของเขาก็จะถูกสั่งประหาร โดยทันที  แต่สุดท้ายก็ถูกสั่งประหารด้วยกิโยตินในปี 1794 หลังพบว่า มีส่วนในการใส่ร้าย ราชวงศ์บูร์บง จนทำให้พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 สวรรคตด้วยกิโยตินในการปฏิวัติก่อนหน้านี้

 

 

จึงทำให้ ประเทศฝรั่งเศสกลับมาเป็นระบบกษัตริย์อีกครั้ง โดยการนำของจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 ในปี 1804 และเปลี่ยนแปลงการปกครองสู่ ระบอบจักรวรรดินิยม (ในระหว่าง ปี 1793-1801 ฝรั่งเศส ทำสงคราม กับสหราชอาณาจักร)

 

(จักรพรรดินโปเลียนที่ 1) นโปเลียน โบนาปาร์ต

 

(จักรพรรดินโปเลียนที่ 1) นโปเลียน โบนาปาร์ต

 

สืบเนื่องจาก นโปเลียน เดิมทีเป็นทหารและนักการทูตในระบบกงสุลที่เก่งกาจ เมื่อดำรงตำแหน่งเป็น จักรพรรดินโปเลียนที่ 1  จึงมีแนวคิดที่ฟื้นฟูระบบทาส เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของอาณานิคม โพ้นทะเลของฝรั่งเศสในระหว่างการทำสงครามกับสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นช่วงการแข่งการล่าอาณานิคม (ซึ่งกว่าจะเลิกทาสได้ใช้เวลาถึงปี 1848) ทั้งนี้ ,จักรพรรดินโปเลียนที่ 1มีความเชื่อว่า ” สันติภาพอย่างถาวรจะมีได้ ต่อเมื่อปราบสหราชอาณาจักรลงได้เท่านั้น จึงทำสงครามทางทะเลกับสหราชอาณาจักรเป็นครั้งที่สอง ตั้งแต่ปี 1804 เป็นต้นมา จนกระทั่งยุติในปี 1814 ซึ่งเป็น ช่วงที่ จักรพรรดินโปเลียนที่ 1 มีการนำ ปรัชญา “จิตวิญญาณแห่งโลก”ของเฮเกล ในการนำไปใช้ในการปกครอง 

 

เนื่องด้วยแนวคิดของอังกฤษที่จะกีดกันเรือสินค้าฝรั่งเศส จักพรรดินโปเลียนที่ 1 เลยพยายามจะบังคับให้เกิดการ “กีดกันภาคพื้นทวีป” โดยมีวัตถุประสงค์จะหยุดยั้งกิจกรรมทางการพาณิชย์ของอุตสาหกรรมอังกฤษ โปรตุเกส อันเป็นประเทศพันธมิตรของสหราชอาณาจักรมาเป็นเวลาช้านาน จึงกดดันสเปนให้โจมตีโปรตุเกสแต่ไม่สำเร็จเพราะกองทัพสหราชอาณาจักรเข้ามาช่วยเหลือสเปนผ่านทางโปรตุเกส ราวปี 1807-1808

 

 

…ต่อมา ประเทศรัสเซียโดยการนำของ ซาร์อเล็กซานเดอร์ที่ 1 ได้ปฏิเสธในการเข้าร่วมกับจักรพรรดินโปเลียนที่1ที่หวังจะโจมตีสหราชอาณาจักรในเวลานั้น จึงถูกกองทัพฝรั่งเศสรุกราน ในปี 1812 นั้นเอง ซึ่งกองทัพฝรั่งเศส บุกถึงกรุงมอสโกของรัสเซียในฤดูหนาว ซึ่งเวลานั้นกลับกลายเป็นเมืองร้างไร้ผู้คนก่อนที่จะถูกซ้อนแผนด้วยการวางเพลิงและระดมยิงด้วยปืนใหญ่ ตลอดช่วงสงคราม..จนทำให้ ฝรั่งเศส จำต้องถอยทัพด้วยความพ่ายแพ้ท่ามกลางฤดูหนาวเหน็บ เพราะสูญเสียทหารกว่า เกือบ 500,000 นาย มีเพียง 10,000+ นายเท่านั้น ที่รอดชีวิตจากการลอบโจมตีของรัสเซีย…

 

 

ความพ่ายแพ้นั้นส่งผลให้ พระมหากษัตริย์ยุโรปหลายพระองค์ได้แปรพักตร์จากฝ่ายจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 และร่วมทำกับรัสเซียใน สงครามนานาชาติ ปี 1814 ซึ่งมี รัสเซีย ออสเตรีย เยอรมนี สวีเดน (500,000 นาย) ปะทะกับกองกำลังฝรั่งเศสที่มีกำลังเพียงครึ่งเดียว (250,000 นาย)

 

 

เพลง1812 overture ของ ไชคอฟสกี้ จึงเป็นสัญลักษณ์ของชัยชนะและเสรีภาพที่มีต่อระบอบเผด็จการฝรั่งเศสจากระบบทาสในโลกเก่า (ยุคล่าอาณานิคมก่อนสงครามโลกครั้งที่1)…

 

เพลง 1812 overture จึงถูกนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์ในการต่อต้านเผด็จการ ตั้งแต่ในยุคpostmodern จนถึงปัจจุบัน

 1812 overture-Peter Tchaikovsky  เล่นโดย วงดุริยางค์ราชนาวีกาชาดคอนเสิร์ตกองทัพเรือเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ปี ค.ศ. 2011

 

(เพิ่มเติมเกี่ยวกับเพลง) เพลง 1812 overture ดังกล่าว ยังถูกตีความใหม่ โดยปรากฏในภาพยนตร์ เรื่องสำคัญ อย่าง V for Vendetta เพชฌฆาตหน้ากากพญายม ซึ่งถือเป็นการแสดงเชิงสัญลักษณ์ในภาพยนตร์ฉากสำคัญ ที่จูงใจให้ประชาชนที่ถูกกดขี่โดยนักการเมืองลุกขึ้นต่อต้านรัฐบาลอังกฤษเพื่อทำลายระบอบเผด็จการที่ครอบงำประเทศนั้นเอง
………………………………………….

อย่าลืมนะครับ ว่าสงครามปีค.ศ.1812 ที่รัสเซียได้รับชัยชนะจากการป้องกันการรุกรานของประเทศฝรั่งเศสนั้น อาจเป็นหนึ่งในแบบอย่างสำคัญในครั้งที่ฝรั่งเศส บุกประเทศ สยามในการล่าอาณานิคม ปี ค.ศ.1886 (เท่ากับปี ร.ศ.112 = พ.ศ.2429) จนสยามต้องเสีย ค่าประติมากรรมสงครามให้กับฝรั่งเศส ถึง 3 ล้านฟรังค์ เพื่อแลกกับการเสียกรุงฯ

 

 

 

ในปี ค.ศ.1897 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงต้อง เสด็จประพาสยุโรป และร่วมประกาศการเป็นพันธมิตรกับ พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่2 ผู้นำแห่งรัสเซียเวลานั้นเพื่อให้ ฝรั่งเศส ยอมยุติสงครามกับสยาม

 


 

 

 

 

อ้างอิง

http://en.wikipedia.org/wiki/French_invasion_of_Russia

 

http://www.myfirstbrain.com/student_view.aspx?ID=39

 

http://en.wikipedia.org/wiki/Maximilien_Robespierre

 

http://en.wikipedia.org/wiki/Cult_of_the_Supreme_Being

 

http://en.wikipedia.org/wiki/Chulalongkorn

 

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_1

http://iseehistory.socita.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538711154&Ntype=15 

http://en.wikipedia.org/wiki/1812_Overture

 

…………………..

บทความ : หนุมานใส่แว่น

Illustrator : Rawin Jarureangsri