• GEN Facebook
    Facebook Pagelike Widget

วิ่ง..เอาหัวใจฝ่าสายฝนและหล่มโคลน – เลาะ บ้าน ผ่าน เวียง

ก่อนงานวิ่ง ฝนตกติดต่อกันมาสองวันสองคืน เว้นช่วงตกพอให้หายใจบ้างเป็นห้วงสั้นๆ ขณะเตรียมงานวิ่ง “รันลัดโต้ง ครั้งที่ 2” กับทีมงาน ก็อดเป็นกังวลไม่ได้ว่า ถึงวันงานวิ่งจริง ถ้าฝนยังตกกระหน่ำอยู่อย่างนี้ จะมีใครมาร่วมกิจกรรมสักกี่คนกันหนอ? (ตามอ่านเรื่องราวของงานวิ่ง รันลัดโต้ง ครั้งที่ 1 ได้ที่ http://genonline.co/2018/06/20/runchiangmairun/)

 

 

กิจกรรม รันลัดโต้ง หรือ วิ่งลัดทุ่ง ของร้านหนังสือที่เล็กมากๆ คือ “บ้านเหนือ หนังสือและภาพถ่าย” กับ “เฮือนชมออน” ร่วมกันจัดขึ้น โดยจุดประสงค์การจัดกิจกรรมไม่ได้ต่างไปจากครั้งก่อนหน้าซึ่งจัดไปเมื่อช่วงปลายเดือนพฤษภาคมของปีนี้ เพื่อหาเงินสมทบทุนสร้างสนามฟุตบอลของหมู่บ้านให้แล้วเสร็จโดยสมบูรณ์ ในครั้งที่สองนี้รูปแบบการจัดงานถูกขยายให้ใหญ่ขึ้น มีการเปิดรับสมัครนักวิ่งทั่วไป บวกกับโควตานักวิ่งในชุมชน รวมๆ แล้วก็ราว 400 คน โดยใช้ Route วิ่งเดิมเป็นหลัก จะเพิ่มเข้ามาก็ในส่วนของระยะมินิ ซึ่งพาไปแหวกดงหญ้าและทางดินริมทุ่งนาในสไตล์เทรลเบาๆ เป็นระยะเกือบๆ 500 เมตร ส่วนระยะฟันรันนั้น ยังคงวิ่งผ่านหมู่บ้านสองหมู่บ้านในลักษณะวนเป็นวงกลม แล้วค่อยวกกลับมาเข้าจุด Finish ที่หน้าร้านหนังสือบ้านเหนือฯ เช่นเดียวกับจุด Start นั่นเอง

 

 

กิจกรรมครั้งนี้มีเพื่อนชาวสันป่าตองเข้ามาช่วยเป็นทีมงานหลักอีกสองสามคน พร้อมเพื่อนจิตอาสาที่มาหยิบจับช่วยโน่นนี่นั่นตามจังหวะโอกาสว่างเว้นการงาน และบรรดาเด็กนักเรียนในหมู่บ้านซึ่งอยู่ในช่วงปิดเทอมก็นับได้เป็นสิบๆ คน ส่วนเหรียญและถ้วยรางวัล เพื่อนศิลปินนักปั้นเซรามิกจากแม่โจ้-สันทราย ยังคงยินดีปั้นให้ด้วยน้ำใจดีงามเช่นเดิม

สำหรับรูปแบบการจัดการ แม้เที่ยวนี้มีค่าสมัครวิ่งคนละ 200 บาท แต่นักวิ่งทุกคนก็ถือว่าได้ร่วมกันทำบุญ เพราะเมื่อหักค่าใช้จ่ายเล็กๆ น้อยๆ ออกไปแล้ว เงินทั้งหมดก็จะถูกส่งมอบต่อให้กับชุมชนต่อไป
… …

ค่ำคืนของวันที่ 23 ตุลาคม ก่อนการปล่อยตัวบรรดานักวิ่งร่วม 400 คนจะเริ่มขึ้นในเวลา 06.00 น. ผมลุกขึ้นมาเปิดประตูบ้านตอนตีสามกว่าๆ รู้สึกเพลียๆ ล้าๆ เหมือนจะเป็นไข้ คิดว่าน่าจะเป็นผลมาจากอาการหลับๆ ตื่นๆ เพราะเสียงฝนที่ตกแทบทั้งคืน

ความจริงบรรยากาศเช่นนี้ควรจะเป็นช่วงเวลาของความสุขจากการได้นอนซุกผ้าห่มอุ่นๆ และหลับใหลท่ามกลางเสียงฝนหล่นใส่หลังคา หากแต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับเป็นความกังวลใจต่อสภาพดินฟ้าอากาศอันไม่เอื้ออำนวยต่อกิจกรรมกลางแจ้งเที่ยวนี้เป็นที่สุด แล้วก็คิดในใจอีกว่า ฝนตกขนาดนี้หากมีสักคนสองคนหลงมา เราก็จะออกวิ่งฝ่าสายฝนไปด้วยกัน หรือหากไม่มีมาเลยสักคน เราก็คงทำอะไรไม่ได้ ทุกสิ่งอย่างที่จัดเตรียมกันไว้ ต้องรับผิดชอบกันเอง ข้าวต้มสองหม้อใหญ่ๆ ไข่ต้ม ผลไม้ และเครื่องดื่มอื่นๆ ก็ต้องกินกันเอง กินให้พุงแตกตาย ประชดฟ้าฝนกันไปเลย..!!

ตีสี่หน่อยๆ เก่ง-กัลยาณมิตรผู้สมรู้ร่วมคิดมาถึง เขาเดินลุยน้ำเข้ามา เรามองหน้ากัน พยักหน้าให้กัน และพูดปลุกปลอบให้กำลังใจกัน มองเหตุการณ์เฉพาะหน้าให้เป็นเรื่องสนุก ทีมงาน-ฝ้าย เค ปอย พี่ตุ๊กตา เริ่มตื่นและทยอยมา พวกเราช่วยกันจัดเตรียมสถานที่ท่ามกลางสายฝนเท่าที่จะทำได้ ฝนยังคงตกต่อเนื่อง ไม่ว่าจะหาใครมาปักตะไคร้ก่อนหน้านี้ก็ไม่เป็นผล หนำซ้ำฝนกลับยิ่งกระหน่ำหนักขึ้นเรื่อยๆ

เวลาไหลผ่านจนตีสี่ปลายๆ นักวิ่งคนแรกเริ่มโผล่มาแล้ว สีหน้าของเขาดูกังวลกับสภาพสถานที่จัดงานอยู่ไม่น้อย ผมทักทายและพยายามพูดคุยให้เขารู้สึกผ่อนคลาย นักวิ่งคนที่สองปรากฏกาย สีหน้าเขาไม่ต่างจากคนแรก เราทักทายเช่นเดิม ภูกับรอง สองสามีภรรยา ศิลปินนักปั้นเซรามิกผู้เป็นกัลยาณมิตรจากแม่โจ้ ซึ่งคราวนี้ได้หอบข้าวต้มมัดมาช่วยงานด้วยก็มาถึงลานบ้านแล้วเช่นกัน นักวิ่งคนที่สาม ที่สี่ ที่ห้า..ที่ยี่สิบ..ที่ร้อย..และเพียงแค่ไม่กี่นาทีผ่าน บรรดานักวิ่งเกือบสี่ร้อยคนก็มาออกันเต็มลานหญ้าที่เจิ่งนองด้วยน้ำและท่ามกลางสายฝนยังโปรยพรำ.. ถึงขั้นนี้ ผมไม่เห็นสีหน้าใครสักคนจะกังวลกับสภาพอากาศ ฟ้าฝน และเส้นทางวิ่งที่แสนเฉอะแฉะซึ่งคงจะเต็มด้วยหลุมโคลนกันอีกแล้ว ทุกคนมีหัวใจดวงเดียวกัน คือ หัวใจของนักวิ่ง วิ่ง วิ่ง วิ่ง.. วิ่งไม่หวั่นแม้วันฝนมามาก..!

อย่างไรก็ตาม ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักตลอดดึกนั้น พอผู้คนมารวมกันมากขึ้นๆ สายฝนกลับค่อยๆ ราเม็ดลงไป กระทั่งหยุดตกเมื่อใกล้ถึงเวลาปล่อยตัว เหลียวมองสภาพนักวิ่ง บางคนเปียกปอน บางคนเอาถุงพลาสติกครอบหัว บางคนอยู่ในชุดกันฝน บางคนลื่นล้มก้นกระแทก น้ำโคลนเลอะไปทั้งตัว หลายคนไม่หวาดหวั่นและพร้อมลุยเต็มที่ หากแต่ที่ทุกคนมีเหมือนกันคือ รองเท้าวิ่งคู่งามได้เปื้อนเปรอะไปด้วยขี้โคลน ลามขึ้นมาทั้งแข้งขา ผู้ชายนั้นยังไม่เท่าไหร่ แต่นักวิ่งสาวๆ นี่สิน่าเอ็นดูเหลือเกิน!

และแล้ว เวลาปล่อยตัวก็มาถึง ทุกเท้าก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หวาดหวั่น เท้าขวาคือความมุ่งมั่น พร้อมข้ามผ่านทุกสิ่งโดยไม่คิดว่ามันคืออุปสรรค เท้าซ้ายคือความสนุกพร้อมสัมผัสประสบการณ์ใหม่บนทางวิ่งอีกสายซึ่งกำลังรออยู่ สองเท้ายังสอดประสานกับลมหายใจเข้าออก..ลมหายใจเข้าออกอันบอกให้รู้ถึงท่วงทำนองของหัวใจนักวิ่ง..หัวใจดวงซึ่งมีเฉพาะคนก้าวเท้าออกวิ่งเท่านั้นที่จะสัมผัสรับรู้

……..

“ขอบคุณเวลาที่ฝนพรำ อย่างน้อยก็ทำให้เราได้เห็นถึงความแตกต่าง..ว่ามันคุ้มค่าแค่ไหนที่เฝ้ารอ”..

กิจกรรมวิ่งรันลัดโต้ง ครั้งที่ 2 ซึ่งจัดโดยคนธรรมดากลุ่มเล็กๆ เมื่อทุกคนกลับเข้าสู่จุด Finish ทุกสิ่งอย่างที่เกิดขึ้นและผ่านมาในเช้านั้น จึงกลายเป็นความงามท่ามกลางสายฝนและหล่มโคลนที่ควรค่าต่อการจดจำครั้งหนึ่ง..

..คงไม่มีอะไรบรรยายได้ดีเท่าสีหน้าและรอยยิ้มของพวกเราที่ได้ตื่นและฝ่าสายฝนกระหน่ำตั้งแต่ค่อนดึก มาร่วมกันสร้างความหมายดีๆ ในเช้าวันธรรมดาวันหนึ่งด้วยการ วิ่ง..

 

 

..เราไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นหัวจิตหัวใจนักวิ่งมากมายขนาดนี้ แต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นในเช้าวันที่ 23 ตุลาคมก็ทำให้เราเชื่อว่า หัวใจนักวิ่ง แข็งแกร่งและอ่อนโยนอยู่ในทีเพียงใด..

..แข็งแกร่งต่ออุปสรรคอันเกิดจากฝนฟ้า และดินโคลนเลอะเทอะเปรอะเปื้อน

..ขณะเดียวกันก็อ่อนโยน โอนอ่อน ถ้อยทีและเอื้ออาทรซึ่งกัน

..เรื่องราวและความรู้สึกนี้มีอยู่เต็มลานบ้านหลังเล็กๆ หลังหนึ่ง ที่เฉอะแฉะไปทุกพื้นที่

..หวังว่าพี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ นักวิ่งทุกคน จะจดจำเรื่องราวและบรรยากาศพิเศษที่พวกเราได้ร่วมกันสร้างเอาไว้ไปอีกนาน

 

 

…….
*หมายเหตุ กิจกรรมวิ่ง “รันลัดโต้ง ครั้งที่ 2” เพื่อหารายได้สร้างสนามฟุตบอลหมู่บ้าน บ้านแม่กุ้งบก ต.สันกลาง อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ หลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้ว ได้ส่งมอบเงินบริจาคจำนวนทั้งสิ้น 30, 000 บาท (สามหมื่นบาทถ้วน) ให้กับชุมชน

…………………………….
บทความ : ประยูร หงษาธร
Illustrator : Rawin Jarureangsri

เพื่อนศิลปินนักปั้นเซรามิกจากแม่โจ้-สันทราย ยังคงยินดีปั้นให้ด้วยน้ำใจดีงามเช่นเดิม

    สำหรับรูปแบบการจัดการ แม้เที่ยวนี้มีค่าสมัครวิ่งคนละ 200 บาท แต่นักวิ่งทุกคนก็ถือว่าได้ร่วมกันทำบุญ เพราะเมื่อหักค่าใช้จ่ายเล็กๆ น้อยๆ ออกไปแล้ว เงินทั้งหมดก็จะถูกส่งมอบต่อให้กับชุมชนต่อไป