• GEN Facebook
    Facebook Pagelike Widget

รัชกาลที่ 9 กับ ราษฎรจากนราธิวาส

วันนี้ไม่มีอะไรมาเล่า แต่จะถ่ายทอดบทสัมภาษณ์ (เมื่อพ.ศ.2549) นายกลม เทพพรหม เกษตรกรหมู่บ้านโคกอิฐ-โคกใน จ.นราธิวาส ผู้เคยช่วยเข็นเรือพระที่นั่งทรงงานเรื่องดินเปรี้ยว ตรงไปตรงมาจากคนพื้นที่ ไม่มีการปรุงแต่ง
……….
ถาม : วันที่พี่ได้ไปเข็นเรือถวายในหลวง (รัชกาลที่ 9) เป็นมายังไงคะ
ตอบ : ตอนที่ในหลวงเสด็จฯ มาที่นี่ ..ตอนแรกผมไม่กล้าที่จะเข้าไปถามเหมือนกัน พอดีมีผู้ช่วย (ไม่แน่ใจว่าผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหรือผู้ช่วยนายอำเภอ) แกมาบอกให้ผมเข้าไปถาม ผมไปบอกทหาร ทหารก็บอกว่าให้ชาวบ้านเข้าไปถามเองดีกว่า ผมก็เลยเข้าไป

ผมบอกว่า อยากทราบว่าจะเสด็จฯ หรือไม่เสด็จฯ ที่โคกอิฐ โคกใน หรือพื้นที่ตรงนี้ (ตรงที่สัมภาษณ์) พระองค์ก็ถามว่า ทำไมถึงมาถาม ผมว่า ถ้าพระองค์เสด็จฯ ผมจะได้เอาเรือไปรอ เพราะว่ารถผ่านไม่ได้ มันเป็นช่วงฤดูฝน ในหลวงก็พยักหน้า ผมก็เลยหามเรือที่บ้านไปตั้งรอ

 

หลังจากเสด็จฯ ไปหมดโคก หมดที่ที่ชาวบ้านอยู่ แล้วก็เสด็จฯ กลับมา เข้ามาทางหลังบ้านผม ตอนนั้นถนนนี่ไม่มีเลย เมื่อกลับมาถึงบ้านผู้ช่วย ผมเอาเรือไปรออยู่แล้ว พระองค์ก็ประทับที่เรือ ขึ้นจากเรือ ก็ไปโคกอิฐ ผมก็รออยู่ที่เรือ

จนค่ำ ผมรอนานแล้วก็เลยตามไป พบพระองค์ประทับอยู่ที่ที่เขาว่าเป็นที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นเมืองเก่าโบราณ ที่ประมาณไร่หนึ่งได้ ตอนที่เสด็จฯ กลับมาลงเรืออีก ก็มืดแล้วประมาณทุ่มกว่าๆ
………….
ถาม : แล้วตอนนั้นพี่ไม่กลัวเหรอเข้าไปถามท่านน่ะ
ตอบ : ผมไม่กลัวอยู่แล้ว ผมไม่ได้ทำผิดอะไรต้องไปกลัวอะไร ไม่กลัวอยู่แล้ว
ถาม : เข้าไปใกล้ๆ แล้วยังไงคะ ทรงดุหรือใจดี
ตอบ : ใจดีอยู่แล้ว คนระดับในหลวงแล้ว ดุได้ยังไง
………
ถาม : มีรับสั่งอะไรกับพี่หรือเปล่า
ตอบ : จำไม่ค่อยได้แล้ว (เท่าที่จำได้) รับสั่งกับผมว่า ถนนไม่ค่อยมีใช่ไหม ผมว่า มีแต่เป็นรอยรถพอผ่านได้นิดๆ พระองค์รับสั่งกับผมว่า น่าจะมีโทรทัศน์ดู หรือมีทีวีดูข่าวสารพวกนี้ ผมบอกว่า ถ้าจะดูโทรทัศน์ต้องใช้แบต(เตอรี่) ตอนนั้นไฟฟ้าก็ไม่มี ไม่มีอะไรเลย เป็นบ้านนอก ความเจริญไม่มีเลย จะไปไหนก็ลุยโคลนตั้งแต่บ้านเลย โชคดีที่พอคึกฤทธิ์เป็นนายกฯ มีการสร้างถนน พอทำขึ้นแล้ว 2 ปีให้หลัง พังเหมือนเดิม ต้องเข็นรถไปมา ช่วงที่เสด็จฯ มีรถแทรกเตอร์มาช่วยดันดิน พอให้รถผ่านได้นิดๆ หน่อยๆ

 

หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช นายกรัฐมนตรีไทย คนที่ 13

………
ถาม : รับสั่งคุยกับพี่ แล้วยังไงต่อคะ
ตอบ : หลังจากนั้นทางอำเภอ ทางจังหวัดมาทำถนนใหม่ แต่ยังไม่มีไฟฟ้าเลย ต่อมา พอสมเด็จเสด็จฯ มา (หมายถึง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9) ตอนนั้นผมเป็นคนบ้าทุกอย่าง อยากได้ไฟฟ้า ผมบอกชาวบ้านว่า ถ้าสมมติว่าสมเด็จเสด็จฯ กลับมาถึง เราจะต้องรวมชาวบ้านไว้ก่อน จะขอไฟฟ้า พอดี มีผู้ช่วยคนหนึ่งที่อยู่โคกในมาบอกว่า ไม่ต้องขอแล้ว ขอให้เรียบร้อยแล้ว ได้แน่ ประมาณ 2-3 เดือนให้หลังก็มีไฟฟ้ามา

แต่ห่างกันหลายปีนะที่เสด็จฯ มา พ.ศ.จำไม่ได้เลยที่ในหลวง (รัชกาลที่ 9) เสด็จฯ มา แต่เสด็จฯ มาที่โคกอิฐ โคกในนี่สามครั้งแล้ว
………..
ถาม : พระองค์ท่านเสด็จฯ มาทำไมคะ
ตอบ : มาดูพื้นที่ เพราะว่าเมื่อก่อนที่นี้เป็นดินเปรี้ยวหมดเลย ดินเปรี้ยวจนบางคนที่มีญาติอยู่ทาง
อื่นไปหาที่ทำนาที่อื่นแล้ว เพราะทำไม่ได้ ที่แถวนี้เมื่อก่อนนี้หญ้ายังไม่มีเลย มีแต่ดินล้วนๆ เดินก็ไม่ได้ มันลื่น สมมติว่าไปเดินนี่หัวคะมำเลย

ถาม : ค่ะ?
ตอบ : ในหลวงมาคิดแก้ไขเรื่องดินเปรี้ยวให้คนแถวนี้ได้ทำนา ชาวบ้านแถวนี้ตอนนั้นบางคนไม่มีข้าวกินนะ เพราะว่าที่นาเสียหมดเลย บางคนมีที่ที่นี่แห่งเดียวแต่ก็ต้องย้ายออกไปทำที่อื่น อย่างผมนี่ เมื่อก่อนนี้ตรงที่ทำนาขึ้นอยู่ประมาณ 3 ไร่ได้มั้ง

หลังจากที่พระองค์เสด็จฯ มาครั้งที่ 1 ตอนนั้นชลประทานยังไม่มีเลย พระองค์ได้มาเห็นแล้วว่า ถ้าไม่มีชลประทานดินก็ดีขึ้นไม่ได้ เลยให้ชลประทานเข้ามา เสด็จฯ ครั้งที่ 2 คิดว่าชลประทานเริ่มเข้ามาแล้ว หลังจากที่ส่งน้ำได้ บางจุดเคยทำนา 2 ครั้ง หลังๆ นี่ชาวบ้านบอกว่าไม่ไหว เลยทำครั้งเดียว

ถาม : อ้าว ทำไม
ตอบ : เพราะว่านาจะไม่เหมือนภาคกลางโน้น ผมคิดแล้ว ไม่เกิน 10 ไร่ต่อครอบครัว ถ้าทำนาอย่างเดียวส่งลูกเรียนไม่ไหว ต้องไปหางานทำ มันได้(เงิน)ทุกวันใช่ไหม ทำนา 4- 5 เดือนถึงจะได้(เงิน) ส่วนใหญ่ไปหางานทำข้างนอก แต่ไม่ได้เข้าเมือง ทำแถวๆ บ้าน

 


……………
ถาม : แล้วเสด็จฯ ครั้งที่ 3 ล่ะพี่
ตอบ : ตอนเสด็จฯ ครั้งนี้ผมจำไม่ได้..เพราะว่าเมื่อก่อนเรื่องแบบนี้ไม่คิดว่าจะสำคัญอะไร เลยไม่ได้บันทึก…ตอนที่ในหลวงเสด็จฯ พ.ศ.เท่าไหร่ จำไม่ได้ ถ้าจะรู้ก็ต้องไปหาอ่านที่อำเภอ………

ถาม : แล้วตอนนั้นพี่คิดยังไง..ในหลวงจะมา
ตอบ : ก็ดีใจ ก่อนหน้านั้น (ก่อนเสด็จฯ โคกอิฐครั้งแรก) เคยไปรับเสด็จฯ ตอนน้ำท่วมหนักที่อำเภอด่านชัย ในหลวงเสด็จฯ ตากใบครั้งแรก คนมาเต็มหมดที่โรงเรียนตากใบ

ถาม : พี่ไปลำบาก แล้วไปทำไมละ
ตอบ : เพราะอยากจะเห็นบ้างแหละ เจ้าเมือง ตอนที่ท่านเสด็จฯ มาตอนนั้นอายุผมก็ประมาณ 16,17 ปีมั้ง
…….
ถาม : ไฟฟ้าก็ไม่มี คมนาคมก็ไม่มี แล้วพี่รู้จักในหลวงได้ยังไง
ตอบ : ก็รู้จักบ้างแหละ ไม่ใช่ว่าพอทางไม่สะดวก ไฟไม่มี แล้วไม่รู้จัก ก็ต้องรู้จักอยู่แล้ว

ถาม : รู้จักยังไงอยากรู้ รู้จักตั้งแต่เด็กอย่างนี้เหรอ
ตอบ : จะให้บอกยังไง บอกไม่ถูก ก็เคยดู เคยเห็นที่ตากใบ

ถาม : แล้วอยู่ไกลไหมที่ไปเห็นท่านนี่
ตอบ : ไกลพอสมควร เพราะว่าผมเข้าไปถึงเที่ยงแล้ว บางคนไปรอตั้งแต่มืด
………….
ถาม : พี่ใช้ประโยชน์จากศูนย์พิกุลทอง (ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ) บ้างหรือเปล่าคะ
ตอบ : ใช้อยู่แล้ว

ถาม : อะไรบ้างล่ะ
ตอบ : เป็นต้นว่าเมล็ดพืชที่มาหว่านในนา ปุ๋ยพืชสด แล้วก็หินปูนฝุ่นที่ทางศูนย์เขาเอามา นักวิชาการก็มาช่วยแนะนำทำแบบนั้นแบบนี้ ทางศูนย์ก็มาช่วยตลอด ไม่ใช่เฉพาะแต่ผม ช่วยทั้งหมู่บ้านเลย คนที่จะไม่ทำนาแล้ว จะยกร่องสวน ทางพิกุลทองก็มาช่วย

 

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

………..

ถาม : พี่ว่าในหลวงทรงทำอะไรให้กับประเทศไทยเยอะไหม
ตอบ : ของอย่างนี้ใครๆ ก็รู้อยู่แล้ว ถ้าไม่มีในหลวง ผมว่าประเทศไทยเราอยู่ยาก แต่เดี๋ยวนี้ (ปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนใต้) ทั้งที่มีในหลวงอยู่ เดือนที่แล้วไปที่ศูนย์พิกุลทอง มีฝรั่งมาถามผมว่า ถ้าให้ในหลวงแก้ คุณคิดว่าแก้ได้ไหม ผมตอบว่า ผมคิดว่าแก้ได้ เพราะว่าในหลวงไม่ใช่หวังผลประโยชน์อะไรมากมาย หวังแต่ให้ชาวบ้านหรือประชาชนของพระองค์อยู่ดีกินดีอย่างเดียว ไม่ใช่คิดแตกแยก ผมคิดว่าแก้ได้ แต่เรื่องนี้มันก็ยากอยู่นะ อย่างเรื่องการเมือง ดูๆ แล้วไม่รู้ใครขัดผลประโยชน์ใคร
………

ถาม : อย่างคำว่าเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ถ้าเปรียบกลับไปตอนที่ในหลวงเสด็จฯ มาตั้งศูนย์พิกุลทอง หรือมาทำอะไรที่นี่ พี่ว่าเป็นตัวอย่างความเข้าใจการพัฒนาหรือเปล่า
ตอบ : คิดว่าเป็นแบบนั้นแหละ แต่เข้าใจหรือไม่เข้าใจ ผมคิดว่าอยู่ที่คนนำนโยบายมาทำเท่านั้นแหละ ในหลวงตรัสแล้ว คนที่นำมาแก้ จะแก้ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์หรือไม่ ผมก็ไม่รู้ครับ ส่วนใหญ่แล้ว คิดถึงแต่ผลประโยชน์อย่างเดียว ไม่คิดมาแก้ มันก็ติดๆ ขัดๆ กันอยู่

ถาม : เอ้า แล้วพี่ว่าในหลวงทำเป็นตัวอย่างได้ไหมละ?
ตอบ : ทำได้ ในหลวงทำได้ แต่ในหลวงทำคนเดียวไม่ได้ ต้องทำกันหลายคน คนที่รับนโยบายมา จะทำให้หรือไม่ทำอยู่ที่ตรงนั้น ถ้าสมมติว่ารับมาแล้วทำทุกอย่างที่รับมา ไม่มีปัญหา คนแรกอาจจะดี คนที่สองก็เหมือนยาในขวด เขย่ามันเรื่อยๆ พอคนสุดท้ายยาก็จางแล้ว สรรพคุณมันก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ชาวบ้านเหมือนคนรับยาคนสุดท้าย ตัวยาหมดตั้งแต่คนที่สามที่สี่แล้ว มีแต่ยาลอยขวด เขย่าๆ แล้วมีแต่น้ำ

 


…………..
ถาม : คำถามสุดท้ายแล้ว พี่เก็บเรือ (เรือที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเคยประทับ) ไว้ทำไม
ตอบ : เรือต้องเก็บไว้ เพราะว่าถ้ามีน้ำมากๆ ก็ต้องใช้

ถาม : อ๋อ ไม่ได้เก็บไว้เป็นอนุสรณ์เหรอ
ตอบ : ไม่ถึงกับขนาดนั้น
(คำถามสุดท้าย ใส่มาเพื่อให้พิจารณาว่าชาวบ้านหลายคน เขาก็มีวิจารณญาณเป็นของตัวเอง ไม่ได้รักเจ้าจนเสียสติ และก็ไม่ได้รักเจ้าเพราะฟังโฆษณาข้างเดียว)
…………………….
ปัณฑา สิริกุล สัมภาษณ์
Illustrator : Rawin Jarureangsri