• GEN Facebook
    Facebook Pagelike Widget

สนทนากับสฟิงซ์ – โคตรไคโร 8

กาลเวลาให้กำเนิดสรรพสิ่งและกลืนกินสรรพสิ่งอย่างจริงแท้ หนึ่งพันปีต่อมา หลังการสลักหินรูปสฟิงซ์ พายุทะเลทรายก็โหมพัดนับครั้งไม่ถ้วน จนถูกกลบฝังอยู่ในทรายโผล่มาแค่ส่วนหัว จึงมีตำนานเล่าขานสืบต่อกันมาว่า เจ้าชายธุสโมซิสฝันว่าสฟิงซ์ขอให้พระองค์ขุดรูปปั้นนี้ขึ้นมาจากทะเลทราย แล้วจะดลบันดาลให้พระองค์ได้เป็นฟาโรห์ที่ยิ่งใหญ่ ฟังดูเหมือนติดสินบนชอบกล แต่เจ้าชายก็ทรงทำตาม ต่อมาได้ขึ้นครองอียิปต์เป็นฟาโรห์ธุสโมซิสที่ 4 แห่งราชวงศ์ที่ 18 และนับเป็นฟาโรห์ผู้เกรียงไกรพระองค์หนึ่ง

 

แต่น่าเสียดายว่าหลังยุคฟาโรห์ธุสโมซิสที่ 4 สฟิงซ์ก็ถูกทรายทับกลบจนมิดอีกครั้ง และหนนี้ยาวนานนับพันปี จนกระทั่งได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่จนเห็นเต็มตัวอีกครั้งในปี ค.ศ. 1886 ส่วนจมูกบุบบี้ไม่ได้เกิดจากสารละลายดั้งแต่อย่างใด หากบิ่นแตกมานานแล้ว โดยไม่มีใครรู้ว่าทำไมจมูกถึงหักหายไป

เคยมีการสันนิษฐานว่าทหารของนโปเลียนใช้สฟิงซ์เป็นเป้าซ้อมยิงปืน แต่ปรากฏหลักฐานภาพวาดเก่าแก่เมื่อ 400 ปีก่อน แสดงให้เห็นว่าสฟิงซ์จมูกแหว่งมานานแล้ว แถมยังมีบันทึกของชาวอาหรับที่ยืนยันว่าใบหน้าสฟิงซ์ถูกทำลายในคริสต์ศตวรรษที่ 14 ซึ่งเป็นเวลาก่อนหน้ายุคสมัยของนโปเลียนหลายร้อยปี

 

นักท่องเที่ยวทุกคนจากไปเมื่อแสงสนธยาทอประกายนุ่มนวลฉาบร่างแห่งบรรพกาล แสงสุดท้ายอาบไล้ร่างเป็นสีทองอร่าม ทอประกายเรืองรองท่ามกลางทะเลทราย นึกถึงวันที่สร้างสฟิงซ์เสร็จใหม่ๆ สีสันคงอลังการกว่านี้มาก โดยเฉพาะส่วนที่เป็นพระพักตร์ฟาโรห์ สายลมและแสงแดดที่สาดฉายนับพันปีลบรอยลวดลายและเส้นสีเหล่านั้นจนสิ้น แต่กระนั้นก็ไม่ได้ทำให้คุณค่าเลือนหายแต่อย่างใด สฟิงซ์ยังครองความยิ่งใหญ่เหนือกาลเวลามาจนถึงปัจจุบัน

 

ยามราตรีมีการแสดง Sound & Light Pyramid Giza ทุกคืน โดยมีการบรรยายเป็นภาษาอังกฤษตอนหนึ่งทุ่มตรง ใช้เวลาแสดงประมาณ 45 นาที จะว่าไปแล้วก็ไม่มีอะไรมาก แต่ถ้าตัวฤทธิ์คนไหนอยากชมก็ต้องจ่ายอีก 100 ปอนด์อียิปต์ หรือประมาณ 185 บาท ส่วนมากไกด์จะลากบรรดาตัวฤทธิ์ไปร้านขายของที่ระลึกเพื่อกินค่าน้ำอีกที ประมาณว่าฆ่าเวลาก่อนพาไปกินมื้อค่ำ สินค้าหลอกขายตัวฤทธิ์ที่นิยมซื้อหากันคือพวกน้ำหอม กระเป๋าเงินหนังอูฐ พรมทอมือ ตุ๊กตาอูฐ ภาพวาดบนกระดาษปาปิรุส กล่องมุกลวดลายอาหรับ คาร์ทูช จี้เงินสัญลักษณ์ต่างๆ และผ้าพันคอฝ้าย บอกเลยว่าสินค้าพวกนี้เมดอินไชน่าทั้งสิ้น

 

คิดหรือว่าไกด์ผีผอมซูบดูดบุหรี่จัดอย่างบังคาหลิด จะยอมพลาดโอกาสในการกินค่าน้ำตามธรรมเนียม หลังจากทักทายสฟิงซ์แล้ว คาหลิดก็ขมีขมันลากไปร้านที่ว่าทันที ซึ่งในไคโรมีโรงงานใหญ่ๆ อยู่หลายแห่ง ร้านแห่งแรกที่พาไปคือร้านน้ำหอม ซึ่งบอกเลยว่าทางร้านโก่งราคาเอาไว้สูงมาก ขนาดราคาต่อแล้วยังถือว่าแพง ต้องหักคอต่อรองแบบต่อแล้วต่ออีกจนกว่าบังจะหน้าบึ้ง นั่นแหละคือราคาที่เราสมควรจ่าย

ใครที่นึกไม่ออกลองนึกภาพเวลาเราไปเมืองจีนแล้วจะต้องแวะไปโรงงานผลิตบัวหิมะหรือผลิตชาอะไรทำนองนี้นั่นแหละ พอไปถึงฝูงบังก็ออกมาต้อนรับอย่างดี โดยจะถามว่าจะดื่มอะไร แนะนำให้ดื่มน้ำมะม่วงกล่อง เพราะปลอดภัยที่สุด แถมอร่อยเป็นบ้าเป็นหลัง อร่อยทุกยี่ห้อเลยก็ว่าได้

 

ในฐานะที่เคยเดินทางซำเหมาแบกเป้ฝ่าดงตีนมาแล้วทั้งในและต่างประเทศ ทั้งในพระนครและต่างจังหวัด บอกได้คำเดียวว่า หากสามารถฝ่าด่านพ่อค้าสามชาตินี้ได้ถือว่าครบถ้วนกระบวนหลักสูตร นั่นคือพ่อค้าจีน พ่อค้าอินเดีย และพ่อค้าอียิปต์ ทั้งนี้จำเป็นต้องอาศัยกลเม็ดเด็ดพรายและกลยุทธ์มากมายในการต่อรองจนได้ของดีและราคาถูกที่สุดมาไว้ในครอบครอง

 

ก่อนเผชิญหน้ากับดงบัง ต้องเรียนรู้วิทยายุทธ์แห่งการหูหนวกตาบอดเสียก่อน แค่ย่างเท้าออกมานอกโรงแรมที่พัก ก็จะถูกรุมล้อมด้วยบรรดาอาบังทั้งหลาย หากต่อปากต่อคำหรือตอบคำถาม รับรองได้ว่าพวกนี้ตามตื้อไม่หยุดหย่อน ขอให้ใช้สายตาอำมหิตพิชิตบัง แล้วทำหน้ามึนมองผ่านไปเหมือนเสียงนกเสียงกา เก็บรอยยิ้มสยามไว้ใช้ที่อื่น เพราะขืนโปรยยิ้มรอบๆ ราวมิสยูนิเวอร์ส รับรองได้ว่าวันนั้นทั้งวันไม่ต้องไปไหน เพราะเหล่าดงบังจะแห่แหนและคอยจับโน่นจับนี่แต๊ะอั๋งตลอดเวลา

ในกรณีที่เป็นผู้หญิง อย่าเพิ่งยิ้มผยองภูมิใจว่ามีเพศผู้มารุมตอม ต่อให้อ้วนล่ำดำเตี้ยหน้าเพลี้ยสิวปรุ บังก็จะตามทึ้ง ขอให้ได้แตะนิดแตะหน่อยก็ยังดี พ่อค้าอียิปต์เป็นคนตรงไปตรงมาแทบทุกคน เพราะแสดงความหื่นอย่างเปิดเผย ข้อแนะนำ ควรใส่เสื้อผ้ามิดชิดและรัดกุม หากโดนลวนลาม ให้ตะโกนดังๆ แล้วพุ่งไปหาตำรวจท่องเที่ยว อย่ามัวเหนียมอายหรือดีใจที่จะได้ผัวแขกโดยประมาท

อีกข้อต้องห้ามคือห้ามหยิบเงินเยอะๆ ให้พ่อค้าเห็น ไม่งั้นพ่อค้าจะไม่ยอมลดราคาให้และยังเกาะติดราวกับว่าเราคือคนดัง ขีดเส้นใต้เน้นตัวโตสีแดงว่า “อย่าให้พ่อค้าอียิปต์เห็นเงินอย่างเด็ดขาด” โดยเฉพาะเงินสกุลดอลลาร์ เพราะพวกนี้จะไม่ยอมซื้อขายเป็นเงินปอนด์อียิปต์ แต่จะขอเงินดอลล์แทน

 

อีกเรื่องที่ต้องระวังคือ เวลาพ่อค้าหรือเด็กอียิปต์คนไหนยัดของใส่มือ อย่ารับมาเพราะเกรงใจ หากไม่อยากได้และไม่อยากซื้อ เพราะพ่อค้าพวกนี้จะไม่ยอมรับคืนและยัดเยียดขายให้เราจนได้ ที่สำคัญคือต้องภาษาอังกฤษดีพอที่จะตอบโต้พ่อค้า ไม่งั้นพวกนี้จะพูดให้เรางง ต้องโต้กลับเสียงแข็งแบบไม่ยอม และต้องนับเงินทอนทุกครั้ง เพราะส่วนมากแล้วจะตุกติกทุกคน เวลาอยากได้อะไร ต้องต่อราคามหาโหดไว้ก่อนแบบว่าต่อลงมาให้เกินครึ่ง จากนั้นก็ใช้เทคนิคเดียวกับการซื้อของที่เมืองจีนคือ ทำเป็นเดินออกจากร้าน สักพักพ่อค้าก็จะวิ่งตามมาเสนอในราคาที่เราต้องการเอง

 

เอาล่ะ..เรียนรู้หลักการรับมือพวกดงบังพ่อค้าแขกแล้ว ก็ถึงเวลาลงภาคสนามกันเสียที เริ่มจากไกด์จะต้อนตัวฤทธิ์ไปนั่งหน้าแฉล้มในร้านขายน้ำหอม ซึ่งจะมีใบรายการมาให้เราดูว่ามีกลิ่นอะไรบ้าง มีทั้งกลิ่นดอกไม้และกลิ่นที่บังคิดขึ้นมาเอง กลิ่นยอดนิยมที่สุดสำหรับคนไทยคือ กลิ่น “ความลับจากทะเลทราย” หรือ Secret of Desert ซึ่งบังคนขายรับรองแข็งขันว่า กลิ่นนี้ได้ผลชะงัดนักแล เพราะเป็นกลิ่นฟิโรโมน ทาแล้วจะได้ผัวทันที แต่ไม่รับรองว่ามาโดยประมาทหรือเมา หรือสำหรับคนที่แต่งงานแล้ว พอทาปุ๊บ ผัวจะทิ้งเมียน้อยกลับมาตายรังในห้านาที โปรดเชื่อมั่นในกลิ่นหอมของร้านไอ ยูโน๋วววว์ ว่าแต่ยูน่ะมีผัวหรือยังน่ะ ตบท้ายด้วยการทำหน้าหื่นประกอบการถาม

 

นอกจากนี้ยังมีกลิ่นอื่นๆ ที่ตั้งชื่ออย่างกิ๊บเก๋ เช่น กลิ่นเนเฟอร์ตีตี กลิ่นคลีโอพัตรา กลิ่นฮัตเชปสุต ส่วนน้ำหอมคุณผู้ชายก็จะเป็นชื่อฟาโรห์ระดับท็อป เช่น กลิ่นรามเสส นึกแล้วก็สงสัยว่ากลิ่นรามเสสนี่เป็นกลิ่นกายของฟาโรห์รามเสสตอนยังมีชีวิตอยู่หรือตอนเป็นมัมมี่แล้ว

 

พ่อค้าน้ำหอมจะมีเทคนิคว่า ซื้อกี่ขวดแล้วแถมขวดน้ำหอมสวยๆ ให้ อยากบอกว่าอย่าได้หลงกล เพราะควรซื้อเฉพาะตัวน้ำหอมที่บรรจุขวดแก้วแข็งแรงมาเท่านั้น หากอยากได้ขวดสวยๆ ที่เห็นในโฆษณา ควรแยกซื้อต่างหาก หาได้ถมเถในตลาดยอดนิยมอย่างตลาดข่าน เอล คาลิลี่ ที่ไคโรหรืออดใจไปซื้อที่ตลาดในเมืองลักซอร์จะได้ราคาถูกกว่ามาก อย่าเพิ่งตาโตช็อปจนหมดตัวตั้งแต่วันแรกที่ไปตามร้านเหล่านี้ โดยเฉพาะร้านขายภาพวาดบนกระดาษปาปิรัส ซึ่งราคาโคตรแพงมหาแพง เพราะบวกค่าโน่นนี่จิปาถะไว้เรียบร้อยโรงเรียนบังแล้ว (โปรดอ่านต่ออาทิตย์หน้า)

…………………………………………
บทความโดย : เจริญขวัญ แพรกทอง บลาฮาสสกี้
Illustrator : Aonnta Boonnam