• GEN Facebook
    Facebook Pagelike Widget

มุมมองตลาดในยุคไทยแข็งแกร่ง ตลาดโลกคือแหล่งรายได้ไทย

โมเดลทางธุรกิจดั้งเดิม คือการทำการค้าขายสินค้าและบริการด้วยการใช้ทรัพยากรการผลิตจากภายในประเทศ ขายให้คนในประเทศ หรือ ส่งออกไปต่างประเทศเพื่อนำรายได้เข้าประเทศ เป็นโมเดลทางธุรกิจที่ดำเนินมาตั้งแต่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมจนกระทั่งเข้าสู่ยุคที่การค้าต่างประเทศเริ่มเฟื่องฟู การผลิตภายในประเทศเพื่อการส่งออกมีความได้เปรียบจากการที่มี Economy of Scale จากการผลิตทีละมากๆเพื่อการขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยการผลิตแล้วขนส่งไปยังประเทศปลายทาง เป็นการมองโลกภายนอกประเทศว่า เป็นเพียง”ตลาด”

 

 

วิกฤติการณ์ราคาน้ำมันในต้นยุคปี 70 ได้มีผลต่อความนิยมบูมในรถยนต์ญี่ปุ่นเกิดการผลิตเพื่อส่งออกไปทั่วโลกอย่างมากมาย จนกระทั่งในราวต้นปี 80 ค่าเงินเยนที่แข็งเริ่มกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้ Economy of Scale ในการผลิตในประเทศญี่ปุ่นไม่สามารถสร้างความได้เปรียบอีกต่อไป ประเทศญี่ปุ่นที่เคยใช้โมเดลการผลิตในประเทศแล้วทำการส่งออก ก็เริ่มหันมาเปลี่ยนมุมมองใหม่ด้วยการย้ายฐานการผลิตออกไปนอกประเทศ ใช้ปัจจัยการผลิตที่นอกประเทศ ตั้งแต่ คนงาน ที่ดิน วัตถุดิบ และขายคนในต่างประเทศนั้นเลย เช่นนิสสัน เริ่มไปผลิตที่เม็กซิโก ฮอนด้าเป็นรายแรกที่ผลิตในอเมริกาและตามมาด้วยโตโยต้า ที่กลายเป็นต้นแบบให้เครื่องใช้ไฟฟ้าของประเทศญี่ปุ่นนำไปใช้ในการออกไปผลิตและจำหน่ายในต่างแดน นำเงินเข้าประเทศญี่ปุ่นโดยแทบไม่ต้องพึ่งพากำลังซื้อ ตลอดจนปัจจัยการผลิตจากภายในประเทศเลย

 

 

แนวคิดการมองโลกว่า เป็นทั้ง “ตลาด” และ “แหล่งผลิต” กลายมาเป็น Norm และดัชนีชี้ความแข็งแกร่งของประเทศที่เจริญ เพราะการที่จะทำได้เช่นนั้น ประเทศนั้นๆ ต้องมีความแข็งแกร่งของการลงทุนภายในประเทศให้มีงานทำภายในประเทศสูง ที่ไม่ต้องอาศัยการลงทุนภายในประเทศเพื่อการสร้างตำแหน่งงาน และ การมีเงินทุนสำรองมากพอที่จะนำไปลงทุนในต่างประเทศได้อย่างมั่นคง

วันนี้ประเทศไทยก็กำลังเดินทางไปทิศทางนี้ Model นี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2537 โดยการก่อตั้ง EXIM BANK เพื่อสนับสนุนเงินทุนเพื่อการส่งออก จากวันนั้นถึงวันนี้ EXIM BANK ไม่ได้ทำหน้าที่แค่ส่งเสริมให้ทุนเพื่อแค่การส่งออก แต่ ส่งเสริมให้เอาเงินไปลงทุนในต่างประเทศด้วย ที่ตอนนี้ EXIM BANK มีสโลแกนว่า “สนับสนุนมากกว่าการส่งออก” เพราะ EXIM BANK กำลังเป็นส่วนนึงของการเปลี่ยนความคิดของคนไทยว่า “โลกเป็นทั้งตลาดและแหล่งผลิต” ที่จะนำรายได้เข้าประเทศ

วันนี้ความแข็งแกร่งของไทย ทั้งในด้านศักยภาพในการทำงาน การมีทุนสำรองในประเทศที่แข็งแรง กำลังผลักดันให้ไทยก้าวตามรอยประเทศชั้นนำทีละขั้น การออกจากประเทศ ไปทำการผลิต หรือ ประกอบกิจการในต่างแดนโดยใช้ปัจจัยการผลิตในต่างแดนได้เกิดขึ้นแล้ว ตัวอย่างโครงการขนาดใหญ่ที่ EXIM BANK มีส่วนร่วมผลักดันคือ โครงการ CrossRoads ของบริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) มูลค่า 120 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อให้บริษัทนำไปใช้ลงทุนในโครงการครอสโร้ดส์ (CROSSROADS) ซึ่งเป็นเมกะโปรเจกต์พัฒนารีสอร์ตและแหล่งท่องเที่ยวครบวงจรในสาธารณรัฐมัลดีฟส์ ในเฟสแรกประกอบด้วยรีสอร์ต 3 แห่งและทาวน์ชิป (Township) ที่มาพร้อมกับท่าเทียบเรือยอชท์ ร้านค้าปลอดภาษี บีชคลับ ร้านค้า และภัตตาคาร รวมถึงสถานที่จัดประชุมและนิทรรศการ

 

 

แนวทางนี้สอดคล้องกับแผนพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของรัฐบาลสาธารณรัฐมัลดีฟส์ที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจท่องเที่ยวให้ดึงดูดนักท่องเที่ยวมากขึ้น โดยเชื่อมโยงการท่องเที่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจ ส่งเสริมให้เกิดการขยายตัวของการค้า การลงทุน และการบริการ รองรับการท่องเที่ยว การประชุม ซึ่งเป็นทิศทางเดียวกับนโยบายของรัฐบาลไทยในการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้มองโลกเป็นทั้งตลาดและแหล่งผลิต เกิดเป็นเม็ดเงินใหม่ๆเข้าประเทศต่อไป

การพัฒนาการของประเทศอย่างมีขั้นมีตอนและมีระบบรองรับที่ได้วางแผนคิดการไว้นานแล้ว กำลังเกิดขึ้นอย่างเงียบๆ ที่หลายคนไม่ทราบและอาจคิดไปว่า ประเทศเราเดินหน้าอย่างไม่มีทิศทาง บางทีสิ่งดีๆ ที่มีในประเทศก็กำลังเผยตัวออกมาทีละน้อย แล้ว เราก็จะได้เห็นกันในเวลาอีกไม่นาน
………………………….
บทความ : GEN Writer
Illustrator : Rawin Jarureangsri