• GEN Facebook
    Facebook Pagelike Widget

บ่วงกรรมของคนแซ่โจ – มุมมองจากห้องมุม

(1)

”ข้ายอมทรยศคนทั้งใต้หล้า แต่ไม่ยอมให้ใครทรยศข้า” เป็นทุรประโยคอมตะจากปากของโจโฉ

ในสายตาผู้คนหลายหลาก โจโฉอาจจัดเป็นทรราชย์อันดับหนึ่งในแผ่นดินยุคสามก๊ก แต่สิ่งหนึ่งที่โจโฉอาจอยากกระทำแต่มิได้ลงมือกระทำ คือชิงราชสมบัติจากพระเจ้าเหี้ยนเต้แห่งราชวงศ์ฮั่น

 

พระเจ้าเหี้ยนเต้แห่งราชวงศ์ฮั่น

 

นั่นอาจมิใช่เพราะโจโฉเป็นคนดีมาแต่ไหน โจโฉอาจเห็นการเป็นวุยอ๋อง มหาอุปราชผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน อ้างพระราชโองการฮ่องเต้ได้ทุกประการ มีอำนาจท่วมดินล้นฟ้าอยู่แล้ว หาต้องออกหน้ามานั่งบัลลังก์มังกรเองไม่ จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม โจโฉจากโลกนี้ไปเมื่อวัย 66 ปีโดยมิได้สัมผัสบัลลังก์มังกร ตายไปด้วยความทรมานจากการป่วยเป็นโรคประสาท มีอาการปวดหัวตลอดเวลา กระทั่งเชิญหมอฮัวโต๋ หมอเทวดาแห่งแผ่นดินมารักษา หมอฮัวโต๋จะรักษาโดยการผ่าศีรษะโจโฉหวาดระแวงเกรงหมอฮัวโต๋คิดทำร้ายไม่ยอมให้รักษา อีกทั้งยังจับหมอเทวดาไปจองจำจนสิ้นชีวิตในคุก

 

หมอฮัวโต๋

 

โจโฉอาจอยู่ไม่ถึงวัยนั้น และหน้าประวัติศาสตร์จีนอาจไม่มียุคสามก๊ก หากขาดบุตรชายคนโตจากนางเล่าซีภรรยาคนรองนามโจงั่ง

โจงั่งตามโจโฉไปทำศึกกับเตียวสิ้ว เตียวสิ้วยอมสวามิภักดิ์รับโจโฉเข้าเมือง โจโฉผู้มักมากในกามคุณไปหลงนางเจ้าซือ อาสะใภ้เตียวสิ้วจนถูกเตียวสิ้วคิดสังหาร โจโฉทุลักทุเลหนีหัวซุกหัวซุน เดชะบุญได้โจงั่งบุตรกตัญญูมาต้านทหารเตียวสิ้วไว้ โจโฉหนีไปได้แต่โจงั่งเป็นศพอยู่ที่นั้น

โจโฉยังมีภรรยาคนที่สามนามนางเปียนซี ผู้ให้กำเนิดบุตรชายแก่โจโฉอีก 4 คนนาม โจผี โจเจียง โจสิด และโจหิม

และโจผี บุตรชายคนที่สองของโจโฉนี่เอง ที่อาจนับเป็นทรราชย์อันดับหนึ่งในแผ่นดินที่แท้จริง

 

โจผี จักรพรรดิแห่งแคว้นวุย

 

สิ่งที่โจโฉมิกล้าลงมือกระทำ โจผีกล้ากระทำ

โจผีไม่เพียงพอกับตำแหน่งวุยอ๋อง มหาอุปราชผู้สำเร็จราชการแผ่นดินที่สืบทอดต่อจากโจโฉผู้พ่อ ลงมือกระทำการจ้วงจาบหยาบช้า ปลดพระเจ้าเหี้ยนเต้ออกจากราชบัลลังก์ สิ้นสุดราชวงศ์ฮั่นที่สืบทอดกันมายาวนานกว่า 400 ปีนับแต่นั้น

โจผีในวัย 33 ปราบดาภิเษกตั้งตัวเองเป็นพระเจ้าวุยบุ๋นเต้ ฮ่องเต้พระองค์แรกแห่งราชวงศ์วุยในปี พศ. 763

การที่โจผีตั้งตัวเป็นฮ่องเต้ เปิดโอกาสให้เล่าปี่ตั้งตัวเป็นพระเจ้าเจียงบู๊เต้ ฮ่องเต้แห่งแผ่นดินจ๊กก๊ก และซุนกวนตั้งตัวเป็นพระเจ้าตังง่อต้าเต้ ฮ่องเต้แห่งง่อก๊ก แผ่นดินจีนมีฮ่องเต้สามพระองค์แบ่งอาณาจักรกันปกครอง เกิดเป็นสภาพสามก๊กขึ้นอย่างแท้จริง

โจผี มีความสามารถในการรบ อีกทั้งยังเก่งในการประพันธ์กาพย์กลอนกวี นัยว่าสืบทอดความสามารถและพรสวรรค์นี้มาจากบิดา อีกทั้งยังชมชอบภรรยาผู้อื่นเฉกเช่นบิดา ยามโจผีอายุ 17 ปีไปรบศึกอ้วนเสี้ยว ได้ชัยไม่พอ ยังได้นางเอียนสีภรรยาม่ายของอ้วนฮีบุตรชายอ้วนเสี้ยวมาเป็นภรรยาอีกด้วยทั้งที่นางเอียนสีแก่กว่าตนถึง 5ปี

อีกสองความเลวที่โจผีรับถ่ายทอดมาจากโจโฉคือความหวาดระแวงและความเหี้ยมโหด วันพระราชทานเพลิงศพโจโฉ โจหิมน้องคนสุดท้องร่วมบิดามารดา รั้งตำแหน่งเจ้าเมืองเซียวหวย ไม่มาร่วมพิธี โจผีสั่งทหารไปจับโจหิมมาลงโทษ โจหิมกลัวความผิดและความโหดเหี้ยมของโจผีพี่ชาย จึงผูกคอตายอยู่ที่ตำหนัก

ฝ่ายโจเจียงน้องชายคนรองจากโจผีเป็นเจ้าเมืองเอียนเหลง ยอมสวามิภักดิ์มาร่วมพิธีแต่โดยดี ได้เป็นเจ้าเมืองต่อไป โดยไม่ไขว่คว้าหาตำแหน่งแก่งแย่งกับโจผีที่เมืองหลวง จึงรักษาศีรษะไว้บนบ่าได้

แต่คนที่โจผีคิดอยากกำจัดที่สุดคือน้องสามนามโจสิด

 

โจสิด

 

โจสิดฉลาดจัดเข้าขั้นอัจฉริยะ เล่าขานว่าอายุเพียง 10 ขวบสามารถท่องจำบทกวีได้กว่าหนึ่งแสนบท หรือกล่าวกันว่าหากผู้คนทั่วไปมีปัญญาหนึ่งส่วน โจสิดกลับมีปัญญาถึงสิบส่วน

ด้วยความฉลาดปราดเปรื่อง โจสิดจึงเป็นบุตรชายคนโปรดของโจโฉ และโจสิดยังรู้จักเอาใจบิดาโดยแต่งกวีสรรเสริญโจโฉอยู่เนืองเนือง แต่ความเป็นศิลปินของโจสิดที่เอาแต่ร่ายบทกลอน ดื่มสุรา เที่ยวเสเพล ไม่สนใจกิจการบ้านเมือง เป็นเหตุให้โจโฉกระอักกระอ่วนใจหากจะตั้งโจสิดเป็นรัชทายาท ครั้นนำความไปปรึกษากุนซือกาเซี่ยง กาเซี่ยงตอบว่า”ข้าคิดถึงตระกูลเล่าเปียวและอ้วนเสี้ยวที่ตายหมดแล้วทั้งคู่” หมายถึงหากมิตั้งบุตรชายคนโตเป็นรัชทายาทจะเกิดการเข่นฆ่ากันเองเหมือนสองตระกูลนั้น

โจโฉจึงตัดสินใจตั้งโจผีเป็นรัชทายาท โดยหารู้ไม่ว่ากาเซี่ยงเป็นคนของโจผี

และโจผีเมื่อมีอำนาจแล้ว ก็ไม่พ้นที่จะเข่นฆ่าพี่น้องร่วมสายโลหิตอยู่ดี

กำหราบโจเจียง กำจัดโจหิม เหลือเพียงโจสิดเป็นผงเคืองตาชิ้นเขื่อง—โจสิดที่ผองชนรักใคร่ชื่นชม กลับเป็นภัยให้โจผีหวาดระแวงว่าโจสิดคิดชิงบัลลังก์มังกร

โจผีถือตนว่าเป็นกวี จะกำจัดโจผีที่อาณาประชาชนยกย่องเป็นรัตนกวี ย่อมต้องหาวิธีเยี่ยงกวี

โจผีเรียกโจสิดเข้าเฝ้า สั่งให้โจสิดแต่งบทกวีจีนสี่วรรค วรรคละห้าพยางค์ รวมยี่สิบพยางค์ ให้เอ่ยถึงพี่น้องที่มิอาจฆ่ากันโดยห้ามเอ่ยคำว่าพี่น้อง

และต้องแต่งให้เสร็จในเจ็ดก้าว หาไม่ศีรษะโจสิดจะหลุดจากบ่า

นี่คือบทกวีที่เกิดขึ้นภายในเจ็ดก้าวของโจสิด

“ใช้เถาถั่วต้มถั่ว
ร่ำระรัวในเตา
ล้วนต่างเกิดร่วมเหง้า
ใยเล่าเผาผลาญกัน”

โจผีได้ฟัง ซาบซึ้งในบทกวี ลงจากบัลลังก์มังกร โอบกอดโจสิดไว้ ไม่อาจตัดใจสังหารน้องชายได้ลงคอ

แต่โจผี จะอย่างไรก็เป็นโจผี โทษตายอาจละเว้น แต่โทษเป็นยังคงมีทั้งที่โจสิดมิได้ทำผิดคิดร้าย

โจสิดถูกเนรเทศไปอยู่เมืองอันเหียงอันไกลโพ้น จนตรอมใจเสียชีวิตที่นั่นในปี พศ. 775 ด้วยวัยเพียง 40 ปี

แต่เวรกรรมนั้นมีจริง

 

(2)

โจผี ตั้งตัวเป็นฮ่องเต้ ครองราชย์ได้เพียง 7 ปีก็ป่วยตายในปี พศ. 769 ด้วยวัยเพียง 39 ปี ตายก่อนด้วยวัยที่น้อยกว่าโจสิดเสียอีก

ทายาทของโจผีที่เป็นฮ่องเต้นับจากนั้นมา จากโจยอย-บุตรชายก็สติวิปลาสอายุสั้นเพียง 33 ปี โจฮอง-บุตรบุญธรรมโจยอยก็เอาแต่ร่ำสุราเคล้านารีจนถูกถอดออกจากบัลลังก์ให้โจมอขึ้นแทน และสุดท้ายคือโจฮวน

กล่าวคือเมื่อสิ้นโจผี แผ่นดินราชวงศ์วุยก็ตกอยู่ในกำมือของตระกูลสุมา เริ่มจากสุมาอี้สืบต่อมาถึงสุมาสูบุตรคนโตและสุมาเจียวบุตรคนรองจนมาถึงสุมาเอี๋ยนบุตรสุมาเจียวตามลำดับ

สุมาเอี๋ยน ใช้วิธีเดียวกันกับโจผี ปลดพระเจ้าโจฮวนออกจากบัลลังก์และปราบดาภิเษกเป็นฮ่องเต้เสียเองนามว่าจิ้นบู๊เต้ ปฐมจักรพรรดิแห่งราชวงศ์จิ้น

ราชวงศ์วุยของโจผี สิ้นสุดในปี พศ. 808 อายุสั้นเพียง 45 ปี มีฮ่องเต้เพียง 5 พระองค์

(3)

วันนี้คนอย่างโจผีมีอีกมากมายในโลก หากมีญาณล่วงรู้ว่ากรรมที่ตนทำ จะกลับมาตามสนองตนและลูกหลานของตนในไม่ช้า โจผีในโลกปัจจุบันยังจะกระทำเช่นเดิมหรือไม่?

หรือโจผีในโลกปัจจุบัน รู้ทั้งรู้อยู่ก็ยังจะกระทำ

………………………………….

บทความ : โชนแสง(นามแฝง)
Illustrator : Rawin Jarureangsri