• GEN Facebook
    Facebook Pagelike Widget

คนเผาเมือง : จากวันนั้นจวบวันนี้ -มุมมองจากห้องมุม-

(1)
เพลิงนรกเริ่มต้นจากย่านการค้าใจกลางเมือง

ด้วยแรงลมแห่งคิมหันตฤดูกอปรกับโครงสร้างอันเป็นเชื้ออย่างดี เร่งเร้าให้เปลวเพลิงลามลุกไปทั่วเมืองอย่างรวดเร็ว จากนั้น เปลวเพลิงดั่งสัตว์ร้ายมีชีวิต ผลาญทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้ามันตลอดหกวันเจ็ดคืน

 

 

กว่ามหาอัคคีภัยจะมอดลง กว่าร้อยละ 70 ของมหานครก็เหลือแต่ซาก

“…มันคืออัคคีภัยที่เลวร้ายที่สุดที่โรมเคยประสบ มันเริ่มต้นที่เซอร์คัสในบริเวณเชิงเขาพาลาไทน์ ด้วยแรงลม มันลามลุกไปทั่ว ไม่ว่าจะคฤหาสน์ที่ล้อมรอบด้วยกำแพง ไม่ว่ามหาวิหาร ไม่ว่าสิ่งกีดขวางใดก็ไม่สามารถหยุดยั้งมัน เมื่อเริ่มต้น เพลิงผลาญในพื้นที่ราบอย่างไม่บันยะบันยัง จากนั้น มันลามขึ้นสู่เนินเขาก่อนจะวกกลับไปล้างผลาญพื้นที่ราบอีกครั้ง ใครต่อใครจะพยายามหยุดยั้งมันด้วยวิธีใดก็ไม่เป็นผล

ถนนอันคดเคี้ยวและผังเมืองที่ผิดเพี้ยนยิ่งเหมือนจะยั่วยุให้เปลวเพลิงคืบหน้าไปไม่หยุดหย่อน

สตรีผู้กรีดร้องอย่างตื่นตระหนก เด็กและคนชราผู้มิอาจช่วยเหลือตัวเอง ชาวบ้านผู้ไม่สนใจใครนอกจากคิดเอาตัวรอดแต่ผู้เดียว พลเมืองดีผู้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือคนเจ็บป่วย ไม่ว่าใครต่อใครต่างเหมือนเติมเชื้อไฟให้ความโกลาหล ยามฝูงชนหันหลังไปมอง เปลวเพลิงอันคุกคามหากไม่พวยพุ่งขึ้นต่อหน้าก็จะโอบล้อมพวกเขาไว้ แม้พวกเขาวิ่งหนี เปลวเพลิงยังตามต่อ กระทั่งย่านที่ห่างไกลออกไปก็ไม่พ้น

ในที่สุด เมื่อฝูงชนหมดทางหนี พวกเขาเกาะกลุ่มกันอยู่บนถนนแคบเล็ก ไม่ก็นอนหมดอาลัยตามท้องทุ่ง บางคนที่สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไม่เว้นแม้กระทั่งอาหารประทังชีวิตเลือกที่จะยอมตายทั้งๆที่พอมีทางหนี นั่นรวมไปถึงคนที่ไม่สามารถช่วยคนที่ตนรักให้พ้นจากกองไฟโลกันตร์ได้ ไม่มีใครหน้าไหนกล้าที่จะเผชิญหน้ากับมหาอัคคี

ความพยายามจะดับไฟยังถูกขัดขวางด้วยน้ำมือของเหล่าคนโฉด คบเพลิงถูกขว้างเข้าไปในกองเพลิงอย่างเปิดเผยด้วยน้ำมือเหล่าชายฉกรรจ์ที่ตะโกนร้องว่าได้รับคำสั่งมา พวกมันอาจได้รับคำสั่งมาจริง หรือมันอาจจะอยากปล้นสดมภ์โดยไม่มีใครขัดขวาง หรือไม่ก็ทั้งสองอย่าง

ในวันที่หก แผ่นดินราบเรียบไม่เหลือสิ่งใดให้ผลาญเผา เพลิงนรกมอดลงตรงตีนเนินเอสควิลีน แต่ก่อนความพรั่นพรึงจะจางหาย ก่อนความหวังจะฟื้นคืน เปลวเพลิงกลับลุกขึ้นอีกและลามเลียไปถึงส่วนเปิดโล่งแห่งมหานคร คราวนี้แม้ชีวิตที่สูญเสียจะน้อยกว่าแต่ความวินาศของมหาวิหารและสถานการค้ากลับหนักหนาสาหัสกว่า

จาก 14 เขตของเมือง มีเพียง 4 ที่เหลือรอด 3 เขตราบเป็นหน้ากลอง อีก 7 เหลือแต่ซากยับเยินไม่มีชิ้นดี…”

กล่าวกันว่าระหว่างมหาอัคคีผลาญเผาแผ่นดิน มีผู้เห็นเนโร จักรพรรดิแห่งโรมัน ดีดพิณร้องเพลง จ้องมองความหายนะของมหานครของตนเองอย่างเพลิดเพลินอยู่ ณ ราชวังของตนบนเนินเขาพาลาไทน์

เวลานั้นคือคืนวันที่ 18 กรกฎาคม พศ.607 ณ กรุงโรม มหานครแห่งจักรวรรดิโรมันอันเรืองโรจน์

 

(2)
นักประวัติศาสตร์ แตกความเห็นเป็นหลายกระแสกรณีเนโรเผาบ้านตนเอง บ้างก็ว่าเนโรต้องการทำลายกรุงโรมโดยส่งกลุ่มคนที่แสร้งเมาไปเผากรุง บ้างก็ว่าเนโรเป็นบ้า คลุ้มคลั่ง ส่งกลุ่มคนไปเผากรุงโรมอย่างเปิดเผย

 


แนโร เกลาดิอุส ไกซาร์ เอากุสตุส แกร์มานิกุส หรือที่รู้จักในนาม เนโร
จักรพรรดิองค์ที่ 5 แห่งจักรวรรดิโรมัน

 

ไม่ว่าความจริงจะเป็นเช่นไร เนโรถูกจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์มานานแสนนานว่าเป็นหนึ่งเดียวที่สั่งเผาบ้านเกิดเมืองนอนของตนเอง

จนกระทั่งวันนั้น…

(3)
เพลิงนรกเริ่มต้นจากย่านการค้าใจกลางเมือง

ด้วยแรงลมแห่งคิมหันตฤดูกอปรกับโครงสร้างอันเป็นเชื้ออย่างดี เร่งเร้าให้เปลวเพลิงลามลุกไปทั่วอย่างรวดเร็ว จากนั้น เปลวเพลิงดั่งสัตว์ร้ายมีชีวิต ผลาญทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า

“…เมื่อเริ่มต้น เพลิงผลาญเพียงพื้นที่เดียวอย่างไม่บันยะบันยัง จากนั้น เพลิงลุกขึ้นอีกที่บริเวณใกล้เคียง ก่อนจะผลาญพื้นที่อีกสองแห่งที่อยู่ไกลออกไป และแพร่กระจายไปอีกมากมาย ใครต่อใครจะพยายามหยุดยั้งมันด้วยวิธีใดก็ไม่เป็นผล
ความพยายามจะดับไฟยังถูกขัดขวางด้วยน้ำมือของเหล่าคนโฉด ระเบิดเพลิงถูกขว้างเข้าไปในกองเพลิงอย่างเปิดเผยด้วยน้ำมือเหล่าชายฉกรรจ์ชุดดำผูกผ้าแดง เสียงปืนดังสนั่นสวนทางออกมาเพื่อไม่เปิดโอกาสให้สายน้ำถูกฉีดใส่เพื่อดับเพลิงพิโรธ พวกมันอาจได้รับคำสั่งมา หรือมันอาจจะอยากปล้นสดมภ์โดยไม่มีใครขัดขวาง หรือไม่ก็ทั้งสองอย่าง

ชีวิตอาจจะสูญเสียไปไม่มากนัก แต่มหาอาคารสถานการค้ากลับหนักหนาสาหัสกว่า หลายอาคาร เหลือแต่ซากยับเยินไม่มีชิ้นดี
แต่ที่บอบช้ำหนักหนาสาหัสที่สุด คือจิตใจของคนทั้งชาติ…

กล่าวกันว่าระหว่างมหาอัคคีผลาญเผาแผ่นดิน มีผู้เห็นอดีตคนไทยสันดานเนโร ดีดพิณร้องเพลง จ้องมองความหายนะของมหานครของตนเองอย่างเพลิดเพลินอยู่ ณ แหล่งกบดานอันไม่เป็นที่เปิดเผย

เวลานั้นคือบ่ายวันที่ 19 พฤษภาคม พศ.2553 ณ กรุงเทพมหานครแห่งประเทศไทยอันเรืองโรจน์

 

 

(4)
ในอนาคต นักประวัติศาสตร์ศาสตร์อาจแตกความเห็นเป็นหลายกระแสกรณีอดีตคนไทยสันดานเนโรเผาบ้านตนเอง บ้างก็ว่าอดีตคนไทยสันดานเนโรต้องการทำลายกรุงเทพโดยส่งกลุ่มคนไปเผากรุงด้วยความเคียดแค้น บ้างก็ว่าอดีตคนไทยสันดานเนโรเป็นบ้า คลุ้มคลั่ง ส่งกลุ่มคนไปเผากรุงเทพอย่างเปิดเผย

ไม่ว่าจะเป็นเช่นไร อดีตคนไทยสันดานเนโรถูกจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ไทยแล้วว่าเป็นหนึ่งเดียวที่สั่งเผาบ้านเกิดเมืองนอนของตนเองได้ เพียงเพราะไม่ต้องการให้คนไทยมีความสุข เพียงเพราะต้องการให้คนไทยต้องทนทุกข์ทรมาน

เพียงเพราะต้องการให้คนไทยทั้งชาติมารับบาปกรรมที่อดีตคนไทยสันดานเนโรก่อเอาไว้แต่เพียงผู้เดียว

 

 

บทความ : โชนแสง(นามแฝง)
Illustrator : Rawin Jarureangsri