• GEN Facebook
    Facebook Pagelike Widget

ญี่ปุ่น กับ สังคม 5.0 นโยบายชีวิตแห่งวันพรุ่งนี้

เราอาจจะเคยได้ยิน คำว่า สังคม 5.0 มาบ้างแล้ว จากการที่ประเทศญี่ปุ่น ประกาศนโยบาย สังคม5.0 เมื่อกลางปีที่แล้ว  (2018) แต่หลายๆคนอาจจะยังไม่เข้าใจ อะไรคือสังคม 5.0 วันนี้เราจะมาแกะนโยบาย สังคม 5.0 หรือที่เรียกว่า ญี่ปุ่น 5.0 กันครับ

นโยบายญี่ปุ่น 5.0 นั้นถูกประกาศโดย นาย ชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรี แห่งประเทศญี่ปุ่น โดยมองว่า สังคม 5.0 เป็นนโยบายที่ตอบโจทย์กับ “โลกาภิวัตน์(3.0)”  ที่ล่วงเลยมาถึง ยุคหลัง “นวัตกรรม(4.0)” ที่ทุกสิ่งทุกอย่างขับเคลื่อนไปด้วยทรัพยากรมนุษย์ และวัฒนธรรมประจำชาติ ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีค่ามากที่สุดของชาวญี่ปุ่น  

แต่ปัจจุบันสังคมญี่ปุ่นกำลังประสบปัญหาจำนวนประชากรที่ลดลง บวกกับผู้สูงวัยที่เพิ่มจำนวนขึ้นถึง 10 ล้านคน แปลว่ากำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุนั้นเอง

รัฐบาลญี่ปุ่นจึงมองเห็นถึงการพัฒนาประเทศในศตวรรษที่ 21 ว่าจะมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีไปสู่การเป็นกำลังแรงงานหลักของชาติทดแทนกำลังคนที่สูญเสียไปเนื่องจากการขาดแรงงานประชากรวัยรุ่นนั่นเอง

เมื่อประชากรลดลง ญี่ปุ่นจึงมองไปที่เทคโนโลยี Robotics และ IoT มาทดแทนกำลังคนในวัยทำงาน ประกอบกับการก้าวสู่สังคมผู้สูงวัยสมบูรณ์แบบ 100% อีกทั้งสัดส่วนของประชากรเพศหญิงในระบบเศรษฐกิจที่เริ่มมีบทบาทมากขึ้น การสร้างงานและสร้างอาชีพใหม่ๆ ให้ผู้สูงวัยและกลุ่มสุภาพสตรีรุ่นใหม่จึงมีความสำคัญในสายตารัฐบาลญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก

ตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ประเทศญี่ปุ่นก้าวหน้าไปสู่สังคม 5.0 ได้อย่างรวดเร็วนั้นก็คือ การพัฒนาสานต่อ BIG DATA ที่เกิดในช่วงหลังยุค “นวัตกรรม(4.0)” ที่ทำให้งานระบบราชการสามารถเข้าถึง “ข้อมูลพลเมืองส่วนกลาง” และการสานต่อกำลังการทำงานด้วยการทดแทนแรงงานด้วยระบบหุ่นยนต์แบบ online โดยใช้ ระบบ IoT(Internet of thing) ที่ถูกพัฒนามาตั้งแต่ปีก่อนหน้าปี 2017 มานานแล้ว

 

 

แล้ว IoT(Internet of thing) คืออะไร?

รื้อฟื้นกันหน่อยครับ  Internet of Things (IoT) คือ “อินเตอร์เน็ตในทุกสิ่ง” หมายถึง การที่อุปกรณ์ต่างๆ สิ่งต่างๆ ได้ถูกเชื่อมโยงทุกสิ่งทุกอย่างสู่โลกอินเตอร์เน็ต ทำให้มนุษย์สามารถสั่งการควบคุมการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ ผ่านทางเครือข่ายอินเตอร์เน็ต เช่น การเปิด-ปิด อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า (การสั่งการเปิดไฟฟ้าภายในบ้านด้วยการเชื่อมต่ออุปกรณ์ควบคุม เช่น มือถือ ผ่านทางอินเตอร์เน็ต) รถยนต์ โทรศัพท์มือถือ เครื่องมือสื่อสาร เครื่องมือทางการเกษตร อาคาร บ้านเรือน เครื่องใช้ในชีวิตประจำวันต่างๆ ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต เป็นต้น

ดังนั้น “นวัตกรรม(4.0)” ที่มีอยู่นั้นจะถูกจัดเป็นเพียง “เครื่องมือ- พาหนะ” ในการเดินทางไปสู่ ญี่ปุ่น5.0 เท่านั้น

 

 

ลองจินตนาการดูสิครับว่า ในสังคม5.0 เราอาจจะได้พบเจออะไรบ้าง?

เลี่ยงจราจรที่ติดขัดในยามเช้าด้วยการทำงานกันที่บ้านผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต 5 จี และมีออนไลน์ออฟฟิศทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก, เราอาจจะได้พูดคุยกับตู้เย็นที่ช่วยเราปรุงอาหารทำให้เราประหยัดเวลาในการเรียนรู้เรื่องเฉพาะทางบางเรื่อง, ไม่แค่ซื้อขายผ่านอินเตอร์เน็ต แต่การรับพัสดุสินค้าที่เราสั่งซื้อจากออนไลน์นั้นก็ยังรับจากหุ่นโดรนหน้าบ้านที่มีความแม่นยำรวดเร็วกว่าระบบไปรษณีย์แบบเดิม, การศึกษายังสามารถทำได้ที่บ้านผ่านระบบออนไลน์และส่วนมากเป็นการศึกษาเชิงศิลปะวัฒนธรรมและจิตวิญญาณมากกว่าการศึกษาเพื่อแข่งขันกับหุ่นยนต์ที่มนุษย์ชนะได้ยาก, เนื่องจากมีผู้ใช้รถยนต์ส่วนตัวน้อยลงก็จะมีการเดินทางโดยรถบัสไฟฟ้าสาธารณะแบบไร้คนขับที่จะทำให้ขนส่งทางถนนรวดเร็วและเที่ยงตรงคล้ายรถไฟขึ้นไปอีก, การแพทย์บางชนิดจะสามารถให้คำปรึกษารวมไปถึงจ่ายยาผ่านระบบออนไลน์ได้ หรือ การทำนาด้วยคันไถอัตโนมัติที่จะสามารถทำงานหนักแทนประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง ความสะดวกสบายเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้จากการสอดประสานกันระหว่างหุ่นยนต์และข้อมูลพลเมืองส่วนกลางทั้งนั้น

 

แต่อุปสรรคภายนอกที่จะขัดขวาง การพัฒนาประเทศไปสู่สังคม 5.0 ของประเทศญี่ปุ่นนั้นก็ยังมี ก็คือการก่อการร้ายทางคอมพิวเตอร์ที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ในการขัดขวางกิจกรรมทางคอมพิวเตอร์ และภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นบ่อยกว่าพื้นที่ส่วนอื่นของโลก

 

ส่วนอุปสรรคภายใน ก็ยังมีอีก 5 ประการได้แก่

 อุปสรรคแรก คือปัญหาของระบบราชการญี่ปุ่น ที่ต่อไปนี้ ทุกกระทรวง ทบวง กรม ต้องเกิดการปฏิรูปการบริหารหน่วยงานของรัฐทั้งหมด ด้วยการเชื่อมต่อกระบวนการทำงานด้วย IoT(Internet of thing)

 

 อุปสรรคที่สอง คือปัญหาทางข้อกฎหมาย การเร่งปรับปรุงข้อกฎหมายทุกระดับให้สอดคล้องกับการใช้ระบบ A.I. รวมไปถึงการส่งเสริมการเปิดเผยข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้เป็นสาธารณะ โดยเฉพาะการแก้ไขประเด็นทางกฎหมายที่เอื้อต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติหรือรถยนต์ไร้คนขับ รถยนต์ไฟฟ้า Drone Robotics 3D

 

 อุปสรรคที่สาม คืออุปสรรครายทางของการพัฒนาด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม อาทิ ปรับปรุงภาษีวิจัย ด้วยการผลักดันงบวิจัย 1% ของ GDP ให้มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะงานการวิจัยเกี่ยวกับ ปัญญาประดิษฐ์

 

 อุปสรรคที่สี่ คือประเด็นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ตามปรัชญาใหม่ของ Japan 5.0 ที่ระบุว่า ต้องทำให้ประชาชนทุกคนเป็น “มนุษย์ผู้มีความคิดอิสระ และร่วมมือกันสร้างสิ่งใหม่ๆ ด้วยการเชื่อมโยงความรู้แขนงต่างๆ เข้าด้วยกัน”

โดยการสร้างความรู้และสมรรถนะให้กับเยาวชน ตั้งแต่ชั้นอนุบาล ประถม และมัธยม รวมถึงส่งเสริมให้คนพร้อมเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยเฉพาะการสร้างแรงงานมีฝีมือ และวัฒนธรรม พร้อมกับสร้างสภาพแวดล้อมใหม่ ให้เกิดเสน่ห์ดึงดูดมันสมองของตนเอาไว้ ไม่ให้ไหลออกไปยังต่างแดน

 

อุปสรรคที่ห้า คือสร้างการยอมรับทางสังคมที่ให้คนญี่ปุ่นทุกรุ่นตระหนักถึงยุคหุ่นยนต์ที่มีปัญญาประดิษฐ์ อันเป็นเสมือนแรงงานที่เข้ามาทดแทน แรงงานที่ขาดไปในสังคมญี่ปุ่น การทำงานระหว่างคนและหุ่นยนต์ เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนเป็นอย่างมาก

 

 

แม้ว่าในสังคมการ์ตูนญี่ปุ่นชุด โดราเอม่อน และ วัฒนธรรมเกมคอมพิวเตอร์นั้นจะทำให้คนจากทั่วโลกมองว่า ญี่ปุ่นเป็นประเทศเจ้าแห่งเทคโนโลยีและนวัตกรรมซึ่งดำรงชีวิตอยู่ร่วมกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมอันเกี่ยวข้องกับหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ได้เป็นอย่างดี ก็ตาม

 

แต่ในความเป็นจริงแล้ว สังคมญี่ปุ่นยังมีความแตกแยกทางสังคมอยู่มาก แค่ลูกครึ่งต่างชาติที่มีสายเลือดญี่ปุ่น ก็ยังไม่ได้รับการยอมรับในสังคมที่มีความหวาดกลัวการถูกกลืนชาติและแรงงาน ดังนั้นการจะทำให้ชาวญี่ปุ่นมีความมั่นใจในหุ่นยนต์ที่กำลังเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนั้นเป็นเรื่องที่ท้าทายมากๆ

________________________________________

ดังนั้น รัฐบาลยุคของญี่ปุ่นต้องเร่งให้ความรู้กับสังคมในประเด็นความสัมพันธ์ของมนุษย์กับเครื่องจักรหรือ A.I. ให้ลึกซึ้งลงไปถึงระดับปรัชญาชีวิต ไม่ว่าจะเป็นคำถามที่ว่า อะไรคือคำจำกัดความของความสุข, มนุษย์, ความคิด, จิตวิญญาณ?

 

 

เรื่องนี้อาจจะสอดคล้องกับการนำเสนอของสื่อ อย่างภาพยนต์และวีดิโอเกมที่สื่อสารถึงคนรุ่นใหม่ เช่น เกมอย่าง Detroit: become human และภาพยนตร์เรื่อง Alita: battle angel  ที่ว่าด้วยเรื่องราวของ ความขัดแย้งระหว่างหุ่นยนต์และมนุษย์ในสังคม 5.0 ที่เป็นสังคมทาสแบบใหม่ซึ่งใช้หุ่นยนต์เป็นผู้รับใช้เป็นเรื่องปรกติ และเรื่องราวแบบ Science Fiction เชิงอุปมาอุปมัย ระหว่าง หุ่นยนต์ที่มีสมองเป็นมนุษย์และมนุษย์ที่มีสมองเป็นหุ่นยนต์…ใครมีชีวิตและจิตวิญญาณมากกว่ากัน?

 

 

ปัจจุบัน การที่จะทำให้ญี่ปุ่น 4.0 สู่ญี่ปุ่น 5.0 ให้สำเร็จนั้น จำต้องเอาชนะอุปสรรคเฉพาะภายในประเทศของตนเองให้ได้นั่นก็คือ

1) การสร้างพื้นที่ไร้การแข่งขัน เพื่อหลอมรวมบริษัทห้างร้านต่างๆ เปลี่ยนจากการแข่งขันทางธุรกิจให้กลายเป็นความร่วมมือ (แนวคิดเรื่องเครือข่ายบริษัทแห่งชาติจึงกลายเป็นเรื่องสำคัญ)

2) ไม่เพียงสร้างให้เกิดความร่วมมือระหว่างบรรษัทขนาดยักษ์ ทว่า ต้องรวมถึง SME และ Startupในแต่ละท้องถิ่นอีกด้วย

3) ปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่ โดยเน้นไปที่เด็กปฐมวัย เพิ่มความเท่าเทียมทางเพศ ขยายขอบเขตแนวคิดเรื่องจิตวิญญาณและความเสมอภาคของมนุษย์ รวมถึงรักษาเรื่องหน้าที่พลเมืองให้เข้มแข็ง

4) จุดที่ใหญ่ที่สุดคือ สร้างการยอมรับการมีอยู่ของเครื่องจักร ชี้ให้เห็นประโยชน์ของการเข้ามาทดแทนกำลังคนวัยทำงานที่หายไป แทนที่จะมองว่ามาทำให้มนุษย์ตกงาน

เมื่อเห็นรัฐบาลญี่ปุ่นที่เขาตระหนักถึงการมาถึงของ ยุคสังคม 5.0 แล้วนั้น แล้วประเทศไทย 4.0 ของเรา เตรียมพร้อมแล้วหรือยังเกี่ยวกับ สังคม 5.0 ที่กำลังจะมาถึงนี้

……………………………..

บทความ : Daily rorschach