• GEN Facebook
    Facebook Pagelike Widget

AI (Artificial intelligence) คือ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือระบบสมองจักรกลอัจฉริยะ ซึ่งจะเป็นกลไกที่สำคัญอย่างมากในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการทำธุรกิจ การทำอุตสาหกรรมต่างๆ หรือแม้แต่การบริหารหน่วยงานของรัฐ ก็จะต้องมี AI เป็นส่วนช่วยเพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการบริหารการจัดการให้มีประสิทธิภาพ

คนที่พอมีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์และบรรดาเกมเมอร์ทั้งหลาย ก็คงจะพอรู้เรื่อง AI ไม่มากก็น้อย แต่ AI ก็ไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่ เพราะมันถูกพัฒนามานานหลายสิบปี จนมีระบบการคิดวิเคราะห์ และการตัดสินใจที่ชาญฉลาดคล้ายกับมนุษย์ มันสามารถ ‘คิด’ แก้โจทย์ต่างๆได้ มันสามารถ ‘มองเห็น’ จดจำ แยกแยะ บ่งบอกสิ่งต่างๆได้ ยิ่งไปกว่านั้น มันสามารถ ‘ได้ยิน’ และ ‘โต้ตอบ’ กับมนุษย์ได้อีกด้วย

 

 

วลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin; Влади́мир Пу́тин) ประธานาธิบดีรัสเซีย กล่าวว่า “ใครเป็นผู้นำในด้าน AI จะเป็นผู้ครองโลก” ซึ่งสิ่งที่ท่านปูตินพูดมา ก็สอดคล้องกับแผนการพัฒนา AI ของประเทศมหาอำนาจ ตัวอย่างเช่น นโยบายสังคม 5.0 ของญี่ปุ่น (Society 5.0) ที่นำระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (BIG DATA) จากช่วงหลังยุค ‘นวัตกรรม 4.0’ มาใช้ร่วมกับเทคโนโลยีหุ่นยนต์ (Robotics) และระบบการเชื่อมโยงอินเตอร์เน็ต IoT (Internet of Things) เพื่อช่วยให้กิจวัตรประจำวันและธุรกิจต่างๆของชาวญี่ปุ่น มีความสะดวกรวดเร็วและแม่นยำมากยิ่งขึ้น

 

 

เช่นเดียวกับรัฐบาลประเทศจีน ที่มีแผนยุทธศาสตร์ตั้งเป้าไว้ว่า จีนจะเป็นผู้นำด้าน AI ภายในปี 2030 โดยมีบริษัท Baidu และบริษัท Tencent ที่จะให้ความร่วมมือกับรัฐบาลจีน ในการพัฒนาระบบ AI และล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้ สำนักข่าวซินหัวและบริษัทโซวโก่ว (Sogou) ของจีน ก็ได้เผยโฉมของ “ซิน เสี่ยวเมิ่ง” (Xin Xiaomeng) ผู้ประกาศข่าว AI หญิงคนแรกของโลก หลังจากที่ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวซินหัวและบริษัทโซวโก่วประสบความสำเร็จในการสร้าง ผู้ประกาศข่าว AI ชายคนแรกของโลก เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2561

 

 

นอกจากนั้นแล้ว บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ข้ามชาติ เช่น Apple, Google, Microsoft, Amazon, LINE, และ Huawei ก็ยังคงพัฒนาระบบ AI ของตนเองอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการแข่งขันกันอย่างรุนแรง ในการพัฒนาศักยภาพ AI เพื่อรองรับสินค้าและบริการที่มีคุณภาพสูง ไม่ว่าจะเป็นผู้ช่วยบนมือถือ, ผู้ช่วยภายในบ้าน, และ AI วิเคราะห์การถ่ายภาพ เป็นต้น

 

 

ส่วนในบ้านเรานั้น จะเห็นได้ว่า มีบริษัทเอกชนไทยหลายบริษัท ที่ใช้ระบบ AI และพัฒนาระบบ AI ให้ได้ซึ่งความต้องการของลูกค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธนาคารหลายเจ้า ที่มีการนำระบบ AI มาวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้บริการของลูกค้า และนำเสนอบริการที่เหมาะสำหรับลูกค้าแต่ละคน

ตัวอย่างเช่น กลุ่มบริษัท SCB Abacus ที่ใช้ระบบ AI ในการพัฒนาแอพฯ “SCB Easy” และใช้ระบบ AI ในการพัฒนา “สินเชื่อแม่มณีศรีออนไลน์” บริการสินเชื่อออนไลน์รายแรกของไทย เพื่อผู้ประกอบการ SME ที่มีร้านค้าหรือให้บริการบนแพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ (e-Marketplace) ของ LAZADA ผู้นำด้านอีคอมเมิร์ซของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

 

นอกจากนั้นแล้ว บริษัทเอกชนหลายแห่งก็ได้นำ Chatbot มาใช้ ซึ่งเป็นระบบ AI ที่จะคอยตอบคำถามและช่วยค้นหาสินค้าหรือบริการที่ลูกค้าต้องการ โดยที่ระบบ AI ของ Chatbot ยังจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากกว่านี้

 

 

ระบบโลจิสติกของไทย ก็มีความจำเป็นจะต้องนำระบบ AI มาใช้ เพื่อความรวดเร็วในการบริหารจัดการระบบโลจิสติก ตั้งแต่ขั้นตอนการหาแหล่งทรัพยากรสำหรับผลิตสินค้า, การผลิตสินค้า, การจัดเตรียมสต๊อกสินค้าในแต่ละพื้นที่, และการส่งสินค้าให้ถึงมือลูกค้า ซึ่งระบบ AI จะสามารถบริหารจัดการได้โดยอัตโนมัติ ตามความต้องการของลูกค้าและการคิดวิเคราะห์ข้อมูล จากพฤติกรรมการซื้อขายสินค้าในแต่ละช่วงเวลา

 

 

ด้านการศึกษาไทยเอง ก็สามารถใช้ประโยชน์จากระบบ AI ได้เช่นกัน ซึ่งจะช่วยแบ่งเบาภาระของครูผู้สอนได้ค่อนข้างมาก ตัวอย่างเช่น ระบบ AI สามารถช่วยในการตรวจการบ้านของนักเรียน และสามารถทำหน้าที่วัดประเมินผลคะแนน เพื่อแนะแนวนักเรียนแต่ละคนว่า วิชาไหนที่นักเรียกมีความถนัด และวิชาไหนที่นักเรียนควรศึกษาเรียนรู้เพิ่มเติม

 

 

หน่วยงานของรัฐก็สามารถ ใช้ระบบ AI ในการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ ตัวอย่างเช่น กรมสรรพากรสามารถนำระบบ AI มาวิเคราะห์พฤติกรรมการจ่ายภาษีของบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล

 

 

และในทางการแพทย์ ก็เริ่มมีการนำระบบ AI มาช่วยในการวินิจฉัยโรค ซึ่งโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ก็เป็นโรงพยาบาลชั้นนำอันดับต้นๆของไทย ที่มีเครื่องมือเทคโนโลยี IBM Watson สำหรับช่วยวิเคราะห์การรักษาโรคมะเร็ง

 

 

ในอนาคตอันใกล้ ประเทศไทยสามารถพัฒนาระบบ AI ในการประกอบกิจการในแต่ละอุตสาหกรรม ทั้งอุตสาหกรรมเทคโนโลยี, เกษตรกรรม, ธุรกิจอาหาร, และการท่องเที่ยว ซึ่งคนไทยไม่ควรมองแคบๆ ว่า AI เป็นเครื่องจักรกลที่จะมาแย่งงานของคนไทย แต่ควรจะมองอย่างเปิดกว้างว่า AI คือโอกาสที่ดีที่จะช่วยให้คนไทย สามารถบริหารการจัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในอนาคตที่กำลังจะเข้าสู่ยุค 5.0

ที่มา :
http://www.depa.or.th/th/article/techsauce-เทคโนโลยี-ai-กับ-localization-แบบไทยๆ-ปรับใช้ตรงไหนได้บ้างในอนาคต
http://genonline.co/2019/02/15/japan-tomorrow-social-5-0
https://www.scb.co.th/th/about-us/news/nov-2561/nws-sme-clickcash.html
https://www.broadbandtvnews.com/2019/02/24/chinas-xinhua-introduces-worlds-first-female-ai-news-anchor/
……………………………
บทความ: เสือน้อยในเมืองกรุง
Illustrator: Rawin Jarureangsri