• GEN Facebook
    Facebook Pagelike Widget

เรื่องเล่าวันออกกอง -เพชรน้ำหนึ่ง ศรีวรรธนะ-

การเลือกตั้งผ่านไปได้หลายวันแล้ว แต่กระแสความร้อนแรงยังไม่จบสิ้น เราเองผู้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งก็ยังหวั่นใจอยู่ว่า บัตรเลือกตั้งที่เราได้กาเลือกตั้งไปนั้นจะสามารถนำพาชัยชนะมาให้กับพรรคที่เราต้องการเลือกหรือเปล่า ก็คงจะต้องดูกันต่อไป … ท่ามกลางการฟาดฟันดิสเครดิตฝ่ายตรงข้าม ด้วยการให้สัมภาษณ์ทางสื่อต่างๆอย่างเมามัน ขณะเดียวกันในทางลับคงจะมีการเจรจาผลประโยชน์อย่างหนักหน่วงเพื่อจับกลุ่มเป็นฝ่ายรัฐบาลให้ได้

ฉันเองเป็นประชาชนตาดำๆธรรมดา ไปใช้สิทธิ์ตามหน้าที่แล้วก็ได้แต่เฝ้ารอดูและแอบลุ้นอยู่ในใจว่าฝ่ายที่เราชื่นชมอยู่นั้นจะรวมกลุ่มและจัดตั้งรัฐบาลได้หรือเปล่า คิดว่าหลายคนก็คงติดตามข่าวอย่างตาไม่กระพริบกันเลยทีเดียว

นอกจากการเฝ้าดูเกมการเมืองอย่างใจจดจ่อแล้ว สิ่งที่ฉันต้องทำอย่างหนักหน่วงในช่วงนี้คือการ “ออกกอง” คำว่าออกกองมันเป็นภาษาที่รู้กันเองของกลุ่มคนบันเทิงผลิตรายการโทรทัศน์ ฉันก็เป็นหนึ่งในคนกลุ่มนั้น … มันหมายถึงการออกไปถ่ายทำรายการทีวีตามสถานที่ต่างๆ … การออกกองในช่วงเวลาหน้าร้อนนี้ ช่างเป็นอะไรที่ทรมานทรกรรมคนพิการอย่างฉันมากมาย อากาศร้อนสำหรับคนพิการจากการบาดเจ็บทางไขสันหลังนั้น จะร้อนมากกว่าคนทั่่วไป เพราะเราสูญเสียการควบคุมอุณหภูมิ เส้นประสาทส่วนนั้นได้โดนทำลายและเสียหาย ทำให้อุณหภูมิในร่างกายของเราแปรปรวนตามภูมิอากาศ อย่างช่วงนี้อุณหภูมิประมาณ 38 – 39 องศาเซลเซียส อุณหภูมิของฉันแทนที่จะ 37 องศาเหมือนคนทั่วไปก็จะร้อนขึ้นไปเป็น 38-39 องศาเหมือนอุณหภูมิรอบข้าง

ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาการกดดันว่าจะต้องออกกองบ่อยมากเพื่อให้ส่งงานทันเวลาตามที่ลูกค้ากำหนด … ขุ่นขา …. ฉันนี้ต้องซื้อพัดลมตัวเล็กส่วนตัวไว้เป่าตัวเองตลอดเวลา ถ้าวันไหนใส่เสื้อผ้าที่มีส่วนเว้าช่วงหัวไหล่ ส่วนเว้าตรงนั้น *ไหม้* นะฮะ

2 วันก่อนนี้ค่ะ ฉันไปออกกองที่ “ย่านกุฎีจีน” จอดรถที่วัดกัลยาณมิตรแล้วค่อยๆ เดินเลาะเข้าซอยไปที่โบสถ์ซางตาครู้ส ถ้าคนไม่รู้จักทางมันก็ไม่ได้ใกล้นาจา …. แล้วอย่างที่บอกว่าเป็นการลัดเลาะเข้าซอย เพราะฉะนั้นหนทางจึงมีความคับแคบ ผู้คนแถวนั้นเขาจะปลูกบ้านติดกันแน่นเรียงไปตามเส้นทาง แต่ที่ประทับใจฉันคือหนทางเส้นเล็กคดเคี้ยวที่ผ่านหน้าบ้านของผู้คนย่านนั้นสะอาดเอี่ยมมาก!! เดินมาอีกนิดนึงจึงถึงบางอ้ออ๊ออ๋อ … เขามีถังขยะวางเรียงรายแยกประเภทขยะเปียก ขยะแห้ง ขยะขวด อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย พี่น้องลุงป้าน้าอาแถบนั้นน่าจะให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีจึงทำให้ชุมชนย่านนั้นน่าเดินท่องเที่ยวมาก

 

ภาพจาก Bangkokriver

 

ระหว่างทางที่เดินไปโบสถ์ซางตาครู้ส จะมีพี่น้องที่อาศัยในชุมชนแถบนั้นบอกทางเราตลอดทาง (เราหลงตลอดเวลาฮ่าๆๆ) รถมอเตอร์ไซค์ที่วิ่งสวนทางมาก็จะขับชลออย่างสุภาพเมื่อเจอวีลแชร์คันเบอเริ่มของฉัน เราก้มหัวให้กันแล้วเอ่ยขอโทษพร้อมๆกัน คันแล้วคันเล่า … สำหรับฉันแล้วอากาศร้อนในวันนั้นกลับทำให้ฉันยิ้มได้ด้วยน้ำใจคนไทยด้วยกัน เล็กๆน้อยๆ แต่มันมากมายมหาศาล

ฉันเดินมาจนถึงโบสถ์ซางตาครู้ส แต่ไม่ได้เข้าไปเยี่ยมชมภายในโบสถ์หรอกเพราะไม่ได้ขออนุญาตเอาไว้ก่อน ชื่นชมอยู่รอบๆ ตัวโบสถ์เท่านั้น แล้วจึงย้อนกลับมาที่พิพิธภัณฑ์กุฎีจีน ร้านกาแฟซึ่งอยู่ด้านหน้าดูน่านั่งแล้ว แต่เดินเลยเข้ามาด้านในจะประทับใจยิ่งกว่า บรรยากาศเก่าสมัยยังเด็กที่คุณปู่คุณย่ายังอยู่ย้อนกลับขึ้นมาในภาพความทรงจำอีกครั้งหนึ่ง เก้าอี้โยกของคุณปู่ซึ่งบัดนี้หาซื้อที่ไหนไม่ได้แล้ว ฉันมาเห็นอีกครั้งนึงที่บ้านหลังนี้ ทำให้คิดถึงคุณปู่ขึ้นมาจับใจ บ้านเก่าที่ถูกตกแต่งขึ้นมาเป็นพิพิธภัณฑ์นำของเก่าเก็บที่มีอยู่แล้วออกมาแบ่งปันให้ลูกหลานได้เชยชม ดูเรียบง่ายและเย็นสบาย …

 

ภาพจาก Bangkokriver

 

เมื่อเก็บภาพได้ครบทุกมุมแล้ว “ป้าตอง” เจ้าของพิพิธภัณฑ์ซึ่งมีบ้านอยู่ตรงกันข้ามได้เปิดบ้านให้ฉันผ่านสวนหลังบ้านเพื่อทะลุมาออกถึงวัดกัลยาณมิตรได้เลย ฉันเข็นวีลแชร์ไปตามเส้นทางซึ่งมีความกว้างพอดีคันไปอย่างช้าๆ ไม่นานก็ถึงวัดกัลยาณมิตร … ฉันขึ้นไปนั่งบนรถเปิดแอร์เย็นฉ่ำเป่าหน้า ย้อนนึกไปถึงชุมชนย่านกุฎีจีนที่น่ารักแห่งนี้ ความน่ารักของคนไทยมักซ่อนตัวอยู่ในชุมชนเก่าแก่ ความเอื้ออาทรแบบคนไทยยังปรากฏอยู่ในวิถีชีวิต เราไม่ต้องตั้งใจจะไปสัมผัส แต่ความรู้สึกแบบนี้มันจะมาสัมผัสเราเองอยู่เสมอ เหตุนี้หรือเปล่านะชาวต่างชาติถึงชอบมาเมืองไทย … อบอุ่นและอิ่มเอมใจ

ฉันเปิดโทรศัพท์มือถือขึ้นมาอีกครั้ง ข่าววิพากษ์วิจารณ์การเลือกตั้งขึ้นมาในหน้าฟีด ฉันก้มหน้าอ่านอย่างตั้งใจ … รถกองเริ่มเคลื่อนตัวออกจากวัดกัลยาณมิตรสู่เป้าหมายใหม่ ท่ามกลางความร้อนแรงของทั้งกระแสการเมืองและแสงแดด … ฉันยิ้ม

… นี่แหละชีวิตของฉันวันออกกอง …

……………………………………………..

-เพชรน้ำหนึ่ง ศรีวรรธนะ-