• GEN Facebook
    Facebook Pagelike Widget

เจริญขวัญ แพรกทอง บลาฮาสสกี้

สนทนากับสฟิงซ์ – โคตรไคโร 8

กาลเวลาให้กำเนิดสรรพสิ่งและกลืนกินสรรพสิ่งอย่างจริงแท้ หนึ่งพันปีต่อมา หลังการสลักหินรูปสฟิงซ์ พายุทะเลทรายก็โหมพัดนับครั้งไม่ถ้วน จนถูกกลบฝังอยู่ในทรายโผล่มาแค่ส่วนหัว จึงมีตำนานเล่าขานสืบต่อกันมาว่า เจ้าชายธุสโมซิสฝันว่าสฟิงซ์ขอให้พระองค์ขุดรูปปั้นนี้ขึ้นมาจากทะเลทราย แล้วจะดลบันดาลให้พระองค์ได้เป็นฟาโรห์ที่ยิ่งใหญ่ ฟังดูเหมือนติดสินบนชอบกล แต่เจ้าชายก็ทรงทำตาม ต่อมาได้ขึ้นครองอียิปต์เป็นฟาโรห์ธุสโมซิสที่ 4 แห่งราชวงศ์ที่ 18 ...

สนทนากับสฟิงซ์- โคตรไคโร 7

ดวงตาของสฟิงซ์เริ่มทอประกายเรืองๆ จากสีทรายด้านๆ มาเป็นสีประหลาด เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นสีใดสีหนึ่ง ราวผสมทุกเฉดสีในโลกเข้าด้วยกัน ฉันยืนมองสฟิงซ์ในระยะใกล้ที่สุดเท่าที่จะทำได้ เราสบตากันชั่วขณะ แล้วสฟิงซ์หัวเราะหึๆ พลางถามว่า     “เจ้าจะมาเซลฟี่กับข้าสินะ” โอ้โห..ทันยุคทันเหตุการณ์เสียด้วย คาดว่าตัวฤทธิ์ไม่ว่าชาติไหนภาษาไหนก็แวะมาถ่ายรูปคู่กับสฟิงซ์ทั้งนั้น ตั้งแต่เริ่มมีการประดิษฐ์กล้องเลยทีเดียว ...

สนทนากับสฟิงซ์- โคตรไคโร 6

      ภาพเบื้องหน้านั้นน่ามหัศจรรย์ที่สุด เมื่อแดดฉายก็เจิดจ้าแจ่มชัด แต่บางขณะกลับเลือนราง ขึ้นอยู่กับแสงมุมตกกระทบของพรายแดด ทะเลทรายฟุ้งฝุ่นทอตัวเป็นม่านบางเบา เมื่อใครบางคนควบอูฐผ่านไป ละอองธุลีทำให้ภาพสลักนั้นพร่าเลือนไปชั่วขณะ รูปเงาดูลึกลับราวกับยังคงเร้นปริศนาไว้     สฟิงซ์แห่งกีซ่าหมอบร่างอย่างสงบด้านข้างพีระมิดคาเฟร ซึ่งสร้างขึ้นโดยฟาโรห์คาเฟร พระราชโอรสของฟาโรห์คูฟูแห่งราชวงศ์ที่ ...

ภาพฉายวันวานของพระราชาผู้เป็นที่รัก

  ฉันไม่เคยลืมเช้าวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ.2559 เวลาหกโมงเช้า ตามเวลาอเมริกาเลยแม้แต่วินาทีเดียว ขณะกำลังนอนหลับสนิท เสียงโทรศัพท์ปลุกคนไกลบ้านผวาตื่น ไม่เคยมีใครโทรหาในยามเช้าตรู่เช่นนี้มาก่อน นาทีนั้นรู้สึกโมโหที่โดนปลุกแต่เช้า ยังไม่ทันจะพูดอะไร ผู้โทรมาเอ่ยเพียงสั้นๆ ว่า ...

สนทนากับสฟิงซ์- โคตรไคโร 5

มวลมหาพีระมิดแห่งกีซ่านั้นคือจุดขายอันดับหนึ่งของอียิปต์ เพราะตัวฤทธิ์ทุกชาติแห่แหนไปชื่นชมอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง ไม่เว้นแม้แต่ตัวฤทธิ์อาหรับเองก็แวะเวียนมาดูความมหัศจรรย์ระดับโลกเช่นกัน ดังนั้นใครที่หวังมาปลีกวิเวกโอมอ่านคาถาหาความศักดิ์สิทธิ์ หรือแสวงหามนตราบรรยากาศอันขรึมขลัง ขอแนะนำว่าอย่ามาช่วงบ่ายอย่างเด็ดขาด เพราะดูอย่างไรก็เหมือนตลาดนัดเทศบาลสาขากีซ่า ครึกครื้นขวักไขว่ไปด้วยตัวฤทธิ์นานาชาติ อียิปต์ตั้งอยู่บนสองฟากฝั่งแม่น้ำไนล์ ซึ่งแม่น้ำไนล์ถือเป็นแม่น้ำประหลาดสายหนึ่ง เพราะไหลจากใต้ขึ้นเหนือ แม่น้ำสายนี้เกิดจากการรวมตัวของแม่น้ำสายใหญ่ 2 สายคือแม่น้ำบลูไนล์ ...

สนทนากับสฟิงซ์- โคตรไคโร 4

พีระมิดเบื้องหน้าคือความอลังการแห่งสถาปัตยกรรมโบราณ หากย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่ก่อสร้าง เสียงที่ได้ยินนาทีนี้คงไม่ใช่เสียงตัวฤทธิ์ตะโกนกู่สู่กัน    หากแต่เป็นเสียงถอนใจ เสียงสนทนา  และเสียงตะโกนของนายช่างผู้คุมงาน    สุ้มเสียงเหล่านั้นเชื่อมโยงกาลเวลา..จากอดีตสู่ปัจจุบัน และยังคงสั่นไหวในหัวใจผู้มาเยือน ฉันเดินตรงไปยังฐานพีระมิดแห่งกีซ่า    เอนร่างพิงหินก้อนมหึมา เงี่ยหูฟังเสียงกระซิบแห่งห้วงกาล แล้วใจก็ลอยล่องย้อนกลับไปหลายพันปีก่อน ลำแสงสุดท้ายแห่งอาทิตย์อัสดงสาดฉายทั่วแท่นบรรทมของฟาโรห์ ร่างที่นอนสงบนิ่งอยู่บนเตียงสูดลมหายใจเป็นครั้งสุดท้าย ...

สนทนากับสฟิงซ์- โคตรไคโร 3

  เทพรา..สุริยเทพทอแสงนุ่มนวลละมุนละไมสีชมพูอ่อนหวานในเบื้องแรก แล้วเปล่งประกายเจิดจ้ายามสาย แว่วเสียงสวดอาซานสะท้อนออกมาจากทุกซอกหลืบในไคโร ถ้อยคำอันความศักดิ์สิทธิ์ลอยล่องทุกอณูอากาศ เอิบอาบอวลซ่านสู่หัวใจ ไม่มีอะไรจะวิเศษไปกว่ากาแฟอาหรับสักแก้ว ขณะฟังเสียงสาธนามนตราแห่งโลกโบราณ จากระเบียงห้องพักที่สามารถมองเห็นพีระมิดได้อย่างชัดเจน   ไหนๆตีนก็เหยียบยืนบนแผ่นดินไอยคุปต์แล้ว จะต้องไปนมัสการสิ่งมหัศจรรย์ของโลกให้ได้เป็นอันดับแรก นั่นคือมหาพีระมิดและสฟิงซ์ที่กิซ่า ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากไคโร ...

สนทนากับสฟิงซ์- โคตรไคโร 2

ระหว่างที่เทพฮอรัสกำลังร่อนลงสู่ดินแดนไอยคุปต์    น้ำตาเจ้ากรรมไหลพรากไม่ขาดสาย ห้ามอย่างไรก็กลั้นไม่อยู่ ที่เคราะห์ร้ายกว่านั้นคือ สจ๊วตแอร์อียิปต์ดันหย่อนตัวมานั่งตรงหน้าพอดี  รายนี้หน้าตาคมคายผิวขาวสะอ้าน ไรหนวดเคราเขียวจางๆ ดูดีมีสกุลรุนชาติ หมอนี่นั่งมองหญิงหน้าแปลกน้ำตาไหลอาบหน้าอย่างแปลกใจ แต่ไม่ปริปากถามอะไรให้ต้องเอ่ยคำอธิบายเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงนนทบุรี อย่าหวังว่านี่คือพระเอกนิยายรักหวานแหววที่วางขายเกลื่อนตามท่ารถบขส. ที่จะสบตาปิ๊งแล้วรักกันปุ๊บปั๊บลั่นเปรี้ยง ต่อให้หล่อบาดใจอย่างไร มนุษย์ป้าก็ไม่อาจลาขาดจากหมูปิ้งได้อย่างแน่นอน ...

สนทนากับสฟิงซ์ – โคตรไคโร 1

          อ่านหนังสือนับร้อยครั้งหรือดูสารคดีผ่านจอนับพันหน  ยังไม่เท่ากับเดินทางไปสัมผัสด้วยตัวเอง โลกเผยตัวเบื้องหน้ารอคอยให้สัมผัสอยู่ทุกวัน   พยักหน้าให้วิญญาณนักผจญภัยไปลิ้มรสความหอมหวานของแผ่นดินอันมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ชักชวนให้ฟังสุ้มเสียงอันแตกต่าง  และเรียนรู้วิถีมนุษย์หลากเผ่าพันธุ์ แต่ละท้องถิ่นมีความเฉพาะตัว บ่งบอกความเป็นมาและอัตลักษณ์ได้มากกว่าหน้ากระดาษหรือภาพเคลื่อนไหวในจอ นัยน์ตาตัวอักษรนับหมื่นแสนไม่อาจบอกเล่าได้ดี เท่าการนั่งจิบเตอร์กิชคอฟฟี่รสเข้มข้นกลางตลาดข่าน เอล คาลิลี่ยามเย็น ท่ามกลางเสียงสวดอาซานสาธนาซึมซับทุกอณูอากาศ ...