• GEN Facebook
    Facebook Pagelike Widget

มุมมองจากห้องมุม: จิตสำนึกนั้นหนา ล้ำค่ายิ่งกว่าทอง

“…ลาก่อน ท่านนักย่องเบา กลับไปหาหนังสือ และโซฟาของท่าน ปลูกต้นไม้ แล้วเฝ้ามองมันเติบโต หากมากคนให้คุณค่าแก่บ้านเหนือกว่าทองคำ โลกนี้จะเป็นที่อันเริงรื่นกว่านี้นัก”

เป็นประโยคสุดท้ายของธอริน โอเคนชีลด์ ราชันย์ใต้ขุนเขา บุตรแห่งเธรน บุตรแห่งธรอร์ ผู้นำของชนเผ่าดวาร์ฟ (คนแคระ) ที่กล่าวต่อบิลโบ แบ็กกินส์ ขณะตนนอนจมกองเลือดอยู่บนยอดเนินเรเว่นฮิลล์

เหตุใด ธอริน ทายาทแห่งเอเรบอร์ ผู้นำพากลุ่ม 13 ดวาร์ฟ ผจญภัยต่อสู้ฝ่าอุปสรรคมากมาย จนชิงเอเรบอร์ หรือขุนเขาเดียวดาย ภายใต้การยึดครองของมังกรไฟสม็อกกลับคืนมาได้ จึงต้องมาพบจุดจบเช่นนี้?

และสำนึกได้เช่นนี้?

บิลโบ ธอริน และคณะคนแคระแห่งเอเรบอร์

(1)
ธอริน ได้สมญา โอเคนชีลด์ หรือโล่ไม้โอ๊คจากสงครามอาซานูลไบซาร์ ศึกที่เขานำทัพหนึ่งของชนดวาร์ฟต่อสู้กับทัพชนเผ่าออร์ค (มาร) ที่ทวารบูรพาแห่งมอเรีย ธอรินสู้จนโล่ของตนพังพินาศ ต้องคว้าเอากิ่งไม้โอ๊คที่ตกอยู่กับพื้นมาใช้เป็นโล่แทน และสามารถตัดแขนซ้ายของอาซ็อกผู้นำทัพออร์คขาด เป็นเหตุให้ทัพออร์คต้องถอยร่นไป

เหตุการณ์นั้น เกิดขึ้นหลังจากธอรินและพวก ถูกมังกรไฟสม็อกยึดบ้านยึดเมือง ยึดอาณาจักร ยึดสมบัติ ยึดทองคำไปครอบครองสิ้น ธอรินและพวกกลายเป็นคนบ้านแตกสาแหรกขาด ระหกระเหินไปทั่ว ครั้นไปขอให้แธรนดูอิล ราชันย์แห่งชนเอลฟ์ (พราย) แห่งป่าเมิร์กวู้ดช่วย ก็ถูกปฏิเสธโดยไร้เยื่อใย

ต่อมา ธอรินตามพ่อและปู่มาทำศึกอาซานูลไบซาร์ แม้ธอรินจะกำชัยเหนืออาซ็อก แต่นั่นก็หลังจากธรอร์ปู่ของเขาถูกอาซ็อกสังหาร และเธรนพ่อของเขาหายสาบสูญไป

ธอริน นอกเหนือจากบ้านแตกสาแหรกขาดแล้ว ยังกลายสภาพเป็นเจ้าชายกำพร้า อพยพตนเองและพวกพ้องไปตั้งรกราก ณ เอเร็ด ลูอิน หรือขุนเขาสีฟ้า ยังชีพด้วยการทำเครื่องเหล็กขาย รอวันกลับไปชิงอาณาจักรเอเรบอร์ของตนคืนจากมังกรไฟสม็อก

จนวันหนึ่งในโรงเตี๊ยมที่เมืองบรี ธอรินพบกับพ่อมดแกนดาล์ฟ ได้รับแผนที่โบราณที่เธรนพ่อของเขาวาดขึ้นก่อนเสียชีวิต แผนที่ที่มีปริศนาประตูลับเข้าเอเรบอร์ ธอรินรวบรวมเครือญาติและสมัครพรรคพวกดวาร์ฟอีก 12 คน รวมตัวเขาเป็น 13 และรวมบิลโบ แบ็กกินส์ ชนเผ่าฮอบบิทเป็น 14 บวกกับพ่อมดแกนดาล์ฟเป็น 15 ออกเดินทางอันไม่คาดฝันจากหมู่บ้านไชร์ของบิลโบ ไปยังขุนเขาเดียวดาย-เอเรบอร์

เพื่อชิงบ้านชิงเมืองชิงสมบัติ โดยเฉพาะอาร์เคนสโตน อัญมณีประจำชนชาติดวาร์ฟ กลับคืนมาจากมังกรไฟสม็อก

(2)
หนทางสู่ขุนเขาเดียวดายนั้นไม่ง่ายเลย

ธอรินและคณะ เจอทั้งสามทรอลล์ (ยักษ์) ที่ไม่ได้เชิญพวกเขากินข้าวมื้อเย็น แต่จะจับพวกเขามาเป็นมื้อเย็นของพวกมัน ถูกออร์คและวาร์ก หมาปิศาจพาหนะของมันไล่กัดไล่ล่ากระเจิดกระเจิง ต้องหลบเข้าไปในบ้านลึกลับซึ่งเปิดเผยในที่สุดว่าเป็นของเบออร์น ผู้สามารถแปลงร่างเป็นหมียักษ์อันดุร้าย ผู้ไม่ชอบหน้าดวาร์ฟเท่าไรนัก

โชคดีที่เบออร์นเป็นชนเผ่าแปลงร่างที่ถูกออร์คฆ่าล้างเผ่าพันธุ์จนหลงเหลืออยู่เป็นคนสุดท้าย จึงยอมช่วยให้พวกเขารอดมาได้อย่างทุลักทุเล

ในความโชคร้ายมีความโชคดี ก่อนหน้านั้นบิลโบตกไปในสระในถ้ำในขุนเขา พบกับกอลลัมและชิงแหวนวิเศษใส่แล้วหายตัวได้มา ต่อมาคณะ 15 พบกับเอลรอนด์ ผู้นำแห่งเอลฟ์ ที่ริเวนเดลล์ เอลรอนด์ช่วยไขปริศนาแผนที่ โดยหากต้องการไขประตูลับ จะต้องไปให้ถึงเอเรบอร์ในวันที่แสงสุดท้ายแห่งวันแห่งดูรินฉายมาจับรูกุญแจ

นั่นทำให้คณะ 15 มิอาจเดินอ้อมป่าเมิร์กวู้ด ป่าที่เคยมีนามว่ากรีนวู้ด-ป่าเขียวชอุ่ม แต่ถูกอิทธิพลชั่วของจอมมารร้ายซอรอนครอบงำจนกลายเป็นป่าผีสิง หลงเหลือพื้นที่ดีงามแต่เพียงเล็กน้อย ต้องฝ่าป่าผีสิงนี้ไป มิเช่นนั้นมิอาจทันแสงสุดท้ายนั้น

พ่อมดแกนดาล์ฟมีภารกิจอื่นปลีกตัวไป ก่อนจะย้ำคณะที่เหลือทั้ง 14 ว่าให้เดินตามเส้นทางเท่านั้น ห้ามออกนอกเส้นทางเป็นอันขาด

และสิ่งที่คณะทำก็คือ—เดินออกนอกเส้นทาง

ป่าผีสิงเขาวงกตหลอกหลอนทั้งดวาร์ฟทั้งฮอบบิทจนวิงเวียนออกนอกเส้นทาง ดวาร์ฟติดใยแมงมุมยักษ์ใกล้ถูกจับกินเป็นอาหาร โชคดีที่บิลโบมาช่วยไว้ทัน แต่ความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก หนีแมงมุมปะพราย

ธอรินและพวก ถูกเอลฟ์แห่งเมิร์กวู้ดภายใต้การนำของแธรนดูอิล คู่แค้นของธอรินจับขังกรง และเป็นบิลโบอีกนั่นแหละ ที่ใช้แหวนวิเศษหายตัวได้มาช่วยชิงกุญแจจากทหารยามเอลฟ์ขี้เมามาไขกุญแจกรงขัง

แล้วทั้งดวาร์ฟทั้งฮอบบิทก็มุดตัวเข้าไปในถังไวน์เปล่า กลิ้งหลุนๆมาตามแม่น้ำ หนีออกจากเงื้อมมือของเอลฟ์แห่งเมิร์กวู้ดมาจนได้

มาโผล่เอาที่เลกทาวน์ นครทะเลสาบที่เห็นขุนเขาเดียวดายอยู่ไม่ไกลตา

และที่นั่น ธอรินขอยืมอุปกรณ์อาวุธยุทโธปกรณ์จากชาวบ้านชาวประมงในเมือง เพื่อไปต่อสู้ชิงบ้านชิงเมืองชิงสมบัติคืนจากมังกรไฟสม็อก โดยสัญญาว่าจะแบ่งสมบัติให้ชาวนครทะเลสาบหากทำสำเร็จ

คำสัญญานี้ คือจุดเริ่มต้นแห่งจุดจบของธอริน

(3)
ณ ตีนขุนเขาเดียวดาย ธอรินและคณะไขปริศนาประตูลับเอเรบอร์สำเร็จ เปิดเข้าไปสู่อาณาจักรใต้ขุนเขาของชนชาวดวาร์ฟ บ้านเกิดเมืองนอนที่ถูกมังกรไฟสม็อกชิงไป แต่ทรัพย์สมบัติมหาศาลยังอยู่กับมังกรไฟตัวร้ายนั้น

แต่ด้วยฝีปากของบิลโบ และฝีมือของเหล่าดวาร์ฟ ร่วมด้วยช่วยกันขับไล่สม็อกออกจากขุนเขาเดียวดายได้สำเร็จ มังกรไฟบินออกไปพร้อมความแค้นที่เชื่อว่าชาวบ้านชาวประมงแห่งนครทะเลสาบเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือเหล่าดวาร์ฟ

ธอรินชิงบ้านชิงเมืองชิงสมบัติของดวาร์ฟกลับคืนมาได้ แต่ชาวบ้านชาวประมงแห่งนครทะเลสาบกำลังจะเสียบ้านเสียเมืองเสียสมบัติ

แรงแค้นผลักให้สม็อกบินตรงดิ่งไปยังนครทะเลสาบเบื้องหน้า ไฟแค้นแน่นสุมอกก่อนจะถูกปลดปล่อยเป็นเปลวไฟบรรลัยกัลป์ออกจากปาก เผาผลาญบ้านเมืองทรัพย์สมบัติของนครแห่งทะเลสาบจนพินาศย่อยยับแทบหมดสิ้น

เปลวไฟนรกจากปากมังกรร้ายพ่นเข้าใส่เมืองไม่หยุดหย่อน ผู้คนหนีตายไม่คิดชีวิต ความตายนั้นยุติธรรม เล่นงานไม่เลือกหน้าว่าจะเป็นเด็กทารก ผู้ใหญ่ หนุ่มสาว เฒ่าชรา

โชคยังดีที่นครทะเลสาบยังมีบาร์ด นายขมังธนู

บาร์ด สืบเชื้อสายมาจากราชันย์แห่งเดล นครหน้าขุนเขาเดียวดายที่ถูกทำลายไปเมื่อครั้งมังกรไฟสม็อกบุกยึดเอเรบอร์ ครั้งนั้น บรรพบุรุษของบาร์ดพลาดโอกาสสังหารมังกรไฟสม็อก ทำได้เพียงยิงลูกศรดำถากเกล็ดมังกรหลุดไปเท่านั้น

แต่เกล็ดที่หลุดไปนี้เผยจุดอ่อนให้บาร์ด นายขมังธนูใช้ลูกศรดำดอกสุดท้ายยิงทะลุถึงเนื้อ สังหารมังกรไฟสม็อกร่วงจากฟ้าดับอย่างน่าอนาถได้ในที่สุด

มังกรไฟตายแล้ว ข่าวแพร่กระจายออกไปในทันที

มังกรไฟตายแล้ว แต่ชาวบ้านชาวประมงตายไปมากกว่า บ้านเมืองทรัพย์สมบัติสูญหายมลายสิ้น

บาร์ดรวบรวมชาวบ้านชาวประมงที่เหลือรอดชีวิต สมทบกับทัพเอลฟ์ของแธรนดูอิลที่ตามมายามทราบข่าวมังกรไฟตายแล้ว มุ่งหน้าไปยังขุนเขาเดียวดาย หมายขอส่วนแบ่งทรัพย์สมบัติของตนจากธอรินตามที่เคยได้รับคำมั่นสัญญา

แต่ที่พบ กลับเป็นประตูที่ปิดตาย

ธอริน ปฏิเสธสัญญาที่ตนเคยให้ไว้ที่นครทะเลสาบโดยไม่มีเยื่อใย
“สมบัติทั้งหลายแห่งเอเรบอร์เป็นของชนดวาร์ฟเท่านั้น ข้าจะไม่ขอแบ่งปันให้กับมันหน้าไหน” ธอรินกล่าวโดยไม่อาย
“ท่านเลือกที่จะทำสงครามเพียงเพราะสมบัติเช่นนั้นหรือ?” บาร์ดถามด้วยความงุนงง
“แน่นอน ข้าเลือกสงคราม” คือคำตอบสุดท้ายจากธอริน ราชันย์ใต้ขุนเขา บุตรแห่งเธรน บุตรแห่งธรอร์

เหตุใด ชายชาติดวาร์ฟผู้หยิ่งทระนงดำรงคุณธรรม จึงกลายสภาพเป็นทุรชนคนโลภเช่นนี้?

(3)
“เป็นเพราะไข้มังกร” บาลิน หนึ่งใน 13 ดวาร์ฟบอกกับบิลโบ—จะเรียกมันว่าอะไรก็ตาม มันคือความโลภที่เข้าครอบงำจิตใจ

จากเจ้าชายดวาร์ฟที่มีทรัพย์สมบัติพร้อมทุกสิ่งแล้วต้องสูญเสียทุกอย่าง บ้านแตกสาแหรกขาด ปู่ตายพ่อหายสาบสูญ จนหวนคืนกลับมาผงาดในฐานะราชันย์ใต้ขุนเขา พร้อมทรัพย์สมบัติเงินทองมากมายมหาศาล ใช้ไปเจ็ดชั่วโคตรชั่วลูกชั่วหลานไม่มีวันหมดสิ้น

แทนที่ธอรินจะพึงพอใจในฐานะของตน มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่คนรอบข้าง ทำตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ กลับทรยศทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยกระทำ ทรยศทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยกล่าว ทรยศทุกสิ่งทุกอย่างที่ตนเคยเป็น

 

“ไข้มังกร”

วีรชนเช่นธอรินยังกลายสภาพเป็นเช่นนี้ได้ แล้วหากเป็นทุรชนเล่า จะมิยิ่งชั่วช้าสามานย์กว่านี้อีกหลายเท่าหรือ?

ความโลภของธอรินให้กำเนิดสงคราม หนึ่งทัพมนุษย์ของบาร์ด หนึ่งทัพเอลฟ์ของแธรนดูอิล หนึ่งทัพดวาร์ฟของ-เดนตีนเหล็ก ญาติจากขุนเขาเหล็กที่ยกมาช่วย หนึ่งทัพออร์คของอาซ็อก หนึ่งทัพออร์คของบอล์ก-สมุนของอาซ็อก—หรือชนรุ่นหลังขนานนามว่า ‘สงครามห้าทัพ’ อันระบือลั่นสนั่นมัชฌิมภพ

เบื้องแรก ด้วยความโลภและความหวาดระแวง ธอรินสั่งพวกให้นิ่งเฉย นั่งดูทั้งห้าทัพห้ำหั่นกันล้มตาย โดยตนนั่งดูดายไม่ไยดี เพื่อนพ้องจะว่ากล่าวตักเตือนใดก็ไร้ผล

จนในที่สุด ธอรินรู้สึกตนขึ้นมาได้ ว่าที่บาดเจ็บล้มตายมากมายเบื้องนอกเอเรบอร์นั่น คือชนร่วมเผ่าพันธุ์ คือผู้ที่เขาบิดพลิ้วคำสัญญา คือผู้บริสุทธิ์ที่ต้องจบสิ้นชีวิตเพราะสาเหตุเดียว—ความโลภโมโทสันของตนเอง

ธอรินถือดาบวิ่งนำหน้า 12 ดวาร์ฟตามมาติดๆ จากธอรินผู้โลภโมโทสัน กลับไปเป็นธอริน ราชันย์ใต้ขุนเขา บุตรแห่งเธรน บุตรแห่งธรอร์คนเดิม

และธอรินก็ทำสำเร็จ สังหารอาซ็อกผู้นำออร์คลงได้ สงครามห้าทัพสิ้นสุด—โดยแลกมาด้วยชีวิตของเขาเอง

“…ลาก่อน ท่านนักย่องเบา กลับไปหาหนังสือ และโซฟาของท่าน ปลูกต้นไม้ แล้วเฝ้ามองมันเติบโต หากมากคนให้คุณค่าแก่บ้านเหนือกว่าทองคำ โลกนี้จะเป็นที่อันเริงรื่นกว่านี้นัก”

เป็นประโยคสุดท้ายของธอริน โอเคนชีลด์ ราชันย์ใต้ขุนเขา บุตรแห่งเธรน บุตรแห่งธรอร์ ผู้นำของชนเผ่าดวาร์ฟ

 

“ I must leave it now. Farewell.”

(4)
ธอริน อาจจะเป็นเพียงตัวละครในนิยาย เดอะ ฮอบบิท ของ เจ.อาร์.อาร์.โทลคีน แต่เราสามารถพบเจอคนเช่นธอรินได้มากมายในชีวิตจริง

และหลายคน มิกลับตัวกลับใจเช่นธอริน

ผู้บริหารองค์กรบางคนที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน กระทำการฉ้อโกงด้วยความโลภโมโทสัน กระทำการอุกอาจฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ครั้นถูกจับได้สมควรถูกลงโทษ กลับออกมายืนยันว่าตนมิได้กระทำผิด

ธอรินตายไปแล้ว ก่อนตายยังสำนึกผิดและทำคุณไถ่โทษต่อส่วนรวม

ผู้บริหารฉ้อโกงยังไม่ตาย  ผู้บริหารฆ่าสัตว์ตัดชีวิตยังไม่ตาย ยังลอยหน้าลอยตาบริหารต่อ ไม่คิดจะทำคุณใดต่อส่วนรวม

โลกนี้จะเป็นที่อันรื่นเริงกว่านี้นัก หากว่า…

_____________________________
บทความ: โชนแสง (นามแฝง)