• GEN Facebook
    Facebook Pagelike Widget

“เนย์ปิดอว์ แปลว่าอะไร?” ผมถามทีมงานขณะอยู่ในเมืองที่ถูกถามคำแปลนั้น

“เดี๋ยวไปถามให้ครับ” ทีมงานตอบแล้วหายไปสักพักก่อนจะกลับมาพร้อมคำตอบ “แปลตรงตัวว่า Capital คือเมืองหลวงครับ”

“มันจะตั้งชื่อเมืองหลวงได้ตรงไปตรงมาอะไรอย่างนั้น” ผมนึกในใจ ก็อุตส่าห์สั่งย้ายเมืองหลวง อพยพหน่วยงานราชการพร้อมข้าราชการทั้งหมดมาสร้างเมืองใหม่กลางป่ากลางทุ่งที่ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่มาก่อนทั้งที ทำไมไม่หาชื่อเท่ๆเก๋ๆประดับบารมีของคนที่เคยใหญ่คับฟ้าพม่าอย่างท่านนายพลตานฉ่วยให้ใหญ่ยิ่งขึ้นไปอีกนะ

กรุงเนย์ปิดอว์
เครดิตภาพ: http://www.rangoonexpress.com/2016/07/how-to-pronounce-myanamars-capital.html

ผมมาได้คำตอบหลังกลับมาแล้วว่า ถ้าแปลกันตรงตัวจริงๆ เนย์ปิดอว์หรือที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า Nay Pyi Daw หรือ Nay Pyi Taw (ตัว T ของพม่าออกเสียงเป็นตัว D) นั้นแปลแนวท่านมุ้ยได้ว่า กรุงสุริยาราชธานี

ครับ ไม่ใช่แค่เมืองหลวงเฉยๆ แต่ตั้งแต่โบราณกาลมาสมัยพม่ายังมีพระมหากษัตริย์อยู่ คำๆนี้ใช้ต่อท้ายชื่อเมืองหลวง อย่างเช่นเมืองมัณฑะเลย์ซึ่งเป็นเมืองหลวงของราชวงศ์คองบอง ราชวงศ์สุดท้ายของพม่าก่อนจะเสียเมืองให้อังกฤษ เดิมชื่อกรุงยาดานาบองราชธานี หรือ Yadanabon Naypyidaw ถ้าเป็นตามนี้ กรุงหงสาวดีราชธานีที่เรารู้จักกันดี ก็น่าจะเรียกในภาษาพม่าว่า Hanthawaddy Naypyidaw ได้เช่นกัน (เวลาพม่าทอดคำจากภาษาบาลีสันสกฤต หรือกระทั่งภาษาพม่าเองเป็นภาษาอังกฤษ ตัวเขียนกับคำอ่านมันจะขัดกับความรู้สึกเราค่อนข้างมาก นอกจาก T อ่าน D ที่ว่าแล้ว Th ดันอ่าน S และ Y คือ R ไม่เข้าใจเหมือนกัน)

ผมไม่รู้ว่าสาเหตุจริงๆที่ท่านนายพลตานฉ่วยสั่งย้ายเมืองหลวงจากย่างกุ้ง (Yangon คำนี้อ่านจริงน่าจะอ่านร่างกุ้งหรือที่เดิมเขียนว่า Rangoon นั่นแหละ) มาที่เนย์ปิดอว์คืออะไร เหตุผลทางการคืออยู่ใจกลางประเทศ เวลามีเหตุชนกลุ่มน้อยจะได้เข้าไปแก้ไขได้รวดเร็วกว่าจากย่างกุ้งที่อยู่ทางใต้ลงมา แต่ลึกๆแล้วผมว่าท่านนายพลตานฉ่วยต้องการแสดงแสนยานุภาพของตัวเองว่ายิ่งใหญ่เทียบเท่าวีรกษัตริย์แห่งพม่าในอดีต ที่ส่วนใหญ่แล้วเวลาตั้งราชวงศ์ใหม่จะย้ายหรือสร้างราชธานีขึ้นมาใหม่ อย่างน้อยสองในสามมหาวีรกษัตริย์ที่ชนพม่านับถือและมีอนุสาวรีย์ใหญ่ยักษ์อยู่ในค่ายทหารที่เนย์ปิดอว์ คือพระเจ้าอโนรธามังช่อ ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์พุกามราชวงศ์แรก และพระเจ้าอลองพญา ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์คองบองราชวงศ์สุดท้าย ต่างก็ตั้งราชธานีของตนเองขึ้นมาใหม่ทั้งสิ้น ส่วนอีกพระองค์ที่คนไทยเรารู้จักกันดีคือพระเจ้าบุเรงนอง (Bayinnaung แปลว่าพระเชษฐาธิราช Bayin คือกษัตริย์ Naung คือพี่ ผมเดาว่าคำนี้น่าจะอ่านว่าบาเรงนอง จากที่ Y อ่าน R และ In อ่าน Eng) แห่งราชวงศ์ตองอูนั้นไม่ได้ย้ายราชธานีด้วยพระองค์เอง เพราะกษัตริย์องค์ก่อนหน้าคือพระเจ้าตะเบ็งชเวตี้เพิ่งจะย้ายราชธานีจากกรุงตองอูมาเป็นกรุงหงสาวดีหยกๆ

อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ ในกรุงเนย์ปิดอว์
เครดิตภาพ: http://mm.geoview.info/naypyidaw_three_kings_statue,75205743p

แล้วเนย์ปิดอว์ยิ่งใหญ่สมเป็น ‘ราชธานี’ ของท่านนายพลตานฉ่วยจริงหรือเปล่า?

ถ้ามองเฉพาะความยิ่งใหญ่อลังการ ตอบทันทีเลยว่าใช่ เพราะความที่เริ่มต้นจากศูนย์ ไม่ได้ไปปรับปรุงเมืองที่มีอยู่แล้ว ทำให้กรุงเนย์ปิดอว์สามารถวางผังเมืองให้เป็นระเบียบเรียบร้อยเป็นอย่างดี ในเมืองแบ่งเป็นโซนต่างๆชัดเจน เช่นโซนที่อยู่อาศัยซึ่งมีหลายระดับ ตั้งแต่คฤหาสน์ของข้าราชการระดับบิ๊กๆทั้งหลาย หมู่บ้านข้าราชการที่มีครอบครัวแล้ว อพาร์ทเมนท์ข้าราชการโสด บ้านไม้ใกล้เคียงสลัมของทหารชั้นผู้น้อยที่ปลดประจำการแล้ว โซนโรงแรมที่มีโรงแรมสไตล์รีสอร์ท วิลล่าเรียงรายสองฟากฝั่ง โซนสำหรับกระทรวงและหน่วยงานราชการต่างๆ โซนช้อปปิ้ง โซนพักผ่อน มีกระทั่งพระมหาเจดีย์อุปตสันติที่จำลองพระมหาเจดีย์ชเวดากองของย่างกุ้งมา แต่สร้างให้เตี้ยกว่า 30 ซม. แถมมีช้างเผือกตัวเป็นๆให้ดูอยู่หลายเชือก (ช้างเผือกอย่างที่เรารู้กันว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งบุญญาบารมีของพระมหากษัตริย์ในสมัยก่อน ที่เรารบกับพม่าหลายครั้งก็เพราะเจ้าช้างเผือกนี่แหละ) และสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือโซนทหารนั่นเอง

พระมหาเจดีย์อุปตสันติ กรุงเนย์ปิดอว์
เครดิตภาพโดย: DiverDave
https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Uppatasanti_Pagoda-01.jpg

ความอลังการของเนย์ปิดอว์เห็นได้ตั้งแต่ถนนหนทาง เพราะสร้างกันแบบมีทั้ง 4 เลน 6 เลน 8 เลน 10 เลน จนไปถึงนับเลนกันไม่ถูก เพราะมันกว้างยังกับรันเวย์สนามบิน อาคารรัฐสภาที่ยิ่งใหญ่ราวกับพระบรมมหาราชวัง มันใหญ่ขนาดต้องไปดูด้วยตาตัวเองถึงจะเข้าใจแจ่มแจ้งว่าใหญ่โตมโหฬารปานไหน สนามกีฬาซีเกมส์อีกหลากหลายสนาม นี่ไม่รู้ว่าในเขตทหารที่ห้ามชาวบ้านเข้าน่ะจะสร้างอะไรใหญ่โตไว้อีก

ถนน 20 เลน ในกรุงเนย์ปิดอว์
เครดิตภาพ https://www.reddit.com

ก็จะไม่ให้เนย์ปิดอว์ใหญ่โตอลังการเช่นนี้ได้อย่างไร เพราะอย่างที่ว่า เป็นบัญชาโดยตรงของท่านนายพลตานฉ่วยซะอย่าง ทุกภาคส่วนต้องจัดให้และจัดหนักเสียด้วย (ท่านนายพลตานฉ่วยเคยสั่งให้ย้ายโรงปูนทั้งโรงจากเมืองหนึ่งไปอีกเมืองหนึ่งเหตุเพราะดันปล่อยควันออกจากปล่องตอนท่านบินผ่านมาแล้วนะครับ) จะเห็นด้วยไม่เห็นด้วยอย่างไรก็ต้องทำ มีประโยชน์หรือไม่มีประโยชน์ก็ต้องทำ เริ่มต้นจากถนนใหม่จากย่างกุ้งไปเนย์ปิดอว์ความยาว 320 กม.ที่เป็นคอนกรีตล้วนๆไม่เสริมเหล็กหนา 50 ซม. บริษัทชั้นนำ 10 บริษัทแรก ไม่ว่าจะทำธุรกิจอะไรมาก่อนก็ตาม ได้รับการจัดสรรที่และถูกสั่งให้ลงทุนในธุรกิจโรงแรมให้ขึ้นพรึ่บเป็นสง่าราศีให้สมเป็นกรุงเนย์ปิดอว์ราชธานี

กรุงเนย์ปิดอว์ราชธานีของท่านนายพลตานฉ่วย ซึ่งปัจจุบันเป็นเมืองใหญ่อันดับ 3 ของพม่า รองมาจากย่างกุ้งและมัณฑะเลย์ (ประชากรตามลำดับไหล่ 4 ล้านกว่า 1 ล้านกว่าและ 9 แสนกว่า) จึงเป็นเมืองที่ถูกสร้างด้วยคำสั่ง ผู้คนที่มาอยู่ถูกบังคับให้มา ส่งผลให้แทนที่จะเป็นเมืองหลวงที่มีความเป็นเมืองหลวงอย่างแท้จริงเหมือนนานาอารยประเทศ กลายมาเป็นเมืองที่มีแต่เปลือกนอกที่สวยสดงดงาม แต่ขาดชีวิต ขาดจิตวิญญาณของความเป็นเมืองโดยสิ้นเชิง

ถนนสารพัดเลนที่เหมือนรันเวย์ให้เครื่องบินลงจอดได้ ไร้รถราวิ่งผ่าน เช้าๆมีคนต้อนฝูงควายเดินข้ามถนน ป้ายข้างทางที่เราเคยเห็นที่อื่นห้ามรถบรรทุกวิ่งบ้าง ห้ามมอเตอร์ไซค์วิ่งบ้าง ที่เนย์ปิดอว์มีป้ายห้ามเกวียนวิ่ง

 

เครดิตภาพ : SIPA via LesEchos.fr

ห้างสรรพสินค้าใหญ่โต มีแต่คนขาย ไม่มีคนเดิน ก็ในเมื่อประชากรส่วนใหญ่คือข้าราชการ ขืนมาเดินตอนกลางวันมีหวังเป็นเรื่อง

โรงแรมสไตล์รีสอร์ท วิลล่า สร้างเป็นบ้านหลังๆอยู่รายรอบทะเลสาบคนขุด หลังหนึ่งแบ่งเป็นห้องสูทสองห้องใหญ่จนวิ่งเล่นไล่จับได้ กลับมีคนพักแทบนับหัวได้ ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าจำนวนพนักงานจะมากกว่าแขกที่มาพักหรือเปล่า

ร้านอาหาร ภัตตาคาร วันไหนมีกรุ๊ปใหญ่เข้าต้องแจ้งล่วงหน้า จะได้สั่งวัตถุดิบให้ส่งขึ้นมาจากย่างกุ้ง ไม่งั้นไปถึงอาจจะไม่มีอะไรรับประทาน

เพราะกรุงเนย์ปิดอว์ราชธานีขาดผู้คน แม้ทางการพม่าอยากให้สถานทูตทั้งหลายย้ายไปที่นั่นก็ไม่มีใครไป เพราะขาดโรงเรียนนานาชาติที่จะรองรับลูกหลานทูตและเจ้าหน้าที่ต่างๆ คนที่ไปอยู่ ดูเหมือนส่วนใหญ่ไม่มีใครเต็มใจที่จะไป

กรุงเนย์ปิดอว์ราชธานี อาจเป็นสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจของใครบางคน แต่สำหรับผมแล้ว ความใหญ่โตโอ่อ่าอลังการนั้น ปกปิดสภาพเมืองที่ไร้ชีวิตไม่มิด ผมยินดีที่จะเจอรถติดฝุ่นตลบมอเตอร์ไซค์เต็มเมืองอย่างมัณฑะเลย์ ยินดีที่จะยอมนั่งรถนานๆเพราะถนนหนทางไม่ดีอย่างที่ชานเมืองย่างกุ้ง เพราะมัณฑะเลย์และย่างกุ้งเป็นเมืองที่เป็นเมืองจริงๆ มีผู้คนต่างตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากิน ชีวิตอาจขัดสนวุ่นวาย แต่จะอย่างไรก็ยังมีวิญญาณ มีความเป็นมนุษย์ให้เห็นอย่างเด่นชัด ผมเชื่อมาตลอดว่า สิ่งใดก็ตามที่มีแต่เปลือกนอกสวยหรูดูงดงาม แต่ข้างในกลวงหาสาระสติปัญญาไม่ได้ ไม่มีทางอยู่อย่างจีรังยั่งยืน

กรุงเนย์ปิดอว์ราชธานี กลายเป็นเมืองหลวงปลอมๆ ขาดจิตวิญญาณแห่งการเป็นเมือง ขาดผู้คนที่จะทำให้เมืองเป็นเมืองอย่างสมบูรณ์แบบ

และขาดสิ่งที่สำคํญที่สุดสิ่งหนึ่งไป

ราชธานีซึ่งจะเป็นราชธานีที่แท้จริงได้ ต้องมีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของไพร่ฟ้าข้าราชบริพารของราชธานีนั้นๆ เฉกเช่นกรุงรัตนโกสินทร์อันมีพระมหากษัตริย์ราชวงศ์จักรีเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจมาโดยตลอด

ไม่ว่ารัชกาลจะผลัดเปลี่ยนเวียนหมุนไปเช่นไร ในหลวงก็จะยังทรงเป็นในหลวงของปวงประชา เป็นสง่าส่งเสริมให้ราชธานีดำรงความเป็นราชธานีที่เปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณที่แท้จริงตราบนานเท่านาน

…………………………………………..
บทความ: โชนแสง (นามแฝง)