• GEN Facebook
    Facebook Pagelike Widget

เลาะ บ้าน ผ่าน เวียง: เลาะงานหนังสือในเวียงเจียงใหม่

พาเลาะบ้านเลาะทุ่งนามาหลายตอนแล้ว วันนี้ขอนำพาผู้อ่านเปลี่ยนบรรยากาศไปเข้าเวียงกันสักหน่อยนะครับ

เชียงใหม่ช่วงวันที่ 29 มิถุนายน – 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 มีงานกิจกรรมที่น่าสนใจมากงานหนึ่งคือ ‘เชียงใหม่ บุ๊คแฟร์’ โดยสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันแล้ว ณ เชียงใหม่ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต สถานที่จัดงานถือว่าสะดวกสบายต่อการเดินทาง ที่จอดรถกว้างขวาง ภายในฮอลล์ขนาดใหญ่เปิดแอร์เย็นฉ่ำ เหมาะกับการเดินเลือกซื้อเลือกชมหนังสือเป็นยิ่งนัก

 

ร้านหนังสือบ้านนอกที่เล็กมากๆ อย่าง ‘บ้านเหนือ หนังสือและภาพถ่าย’ ของผม บังเอิญว่าได้ติดขบวนกลุ่มก๊วนผู้ทำมาหากินในแวดวงหนังสือไปร่วมออกบู๊ธขายหนังสือกับเขาในครั้งนี้ด้วย ขณะเดียวกัน สำนักพิมพ์ใหญ่ๆ จากบางกอกก็ขึ้นมาออกบู๊ธในงานมหกรรมหนังสือครั้งนี้กันแทบครบทุกสำนัก เรียกว่าเป็นรองก็แค่งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติที่กรุงเทพฯ เลยเทียวล่ะ ซึ่งทุกบู๊ธล้วนขนหนังสือดีๆ มาลดราคาสำหรับหนอนหนังสือได้ซื้อกลับไปนอนอ่านที่บ้านกันอย่างจุใจ ฝ่ายผู้จัดงานก็สรรหากิจกรรมต่างๆ และหลากหลาย ไว้ให้พ่อแม่พี่น้องที่เข้ามาในงานได้ผ่อนคลายและร่วมสนุกกันอย่างเต็มที่

 

 

ในบ่ายวันหนึ่งมีการประกวดเด็กน้อยเล่านิทานบนเวที หนูน้อยคนหนึ่งอายุราว 6-7 ขวบ แต่งตัวอย่างกับตัวการ์ตูนน่ารักขึ้นจับไมโครโฟนเล่านิทานเรื่องผี เสียงเจื้อยแจ้วของเธอสะกดผู้คนแทบทั้งฮอลล์ หนูน้อยท่องจำเรื่องราวได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง แม้นิทานเรื่องผีของเธอจะไม่สามารถทำให้บรรดาผู้ใหญ่รู้สึกกลัว แต่มันก็สร้างรอยยิ้มให้กับผู้คนที่ได้ฟังและคอยเอาใจช่วยให้เธอเล่าเรื่องไปได้ตลอดรอดฝั่ง ซึ่งสุดท้ายเธอก็ทำได้ นิทานของเธอจบลง เสียงปรบมือดังก้องไปทั้งฮอลล์ ผมยืนปรบมืออยู่ภายในบู๊ธ และนึกคิดไปว่า ประสบการณ์เล็กๆ บนเวทีของหนูน้อยในวันนี้ จะซึมซ่านเข้าไปในสักส่วนของดีเอ็นเอของเธออยู่บ้างหรอก ขณะที่วาบความคิดหวนไปถึงคำพูดของอัจฉริยะบุคคลแห่งศตวรรษที่ 20 อย่าง อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ที่เคยบอกว่า อยากให้เด็กเติบโตและฉลาด พ่อแม่ควรให้พวกเขาอ่านเทพนิยายและฝึกให้พวกเขาเล่านิทาน..

นี่ใช่ไหมคือการฝึกฝนด้านจินตนาการ ซึ่งสำคัญในระดับเดียวกับการปลูกฝังให้วิชาความรู้ด้านต่างๆ กับพวกเขา

 

ย้อนกลับมาดูบรรยากาศงานหนังสือเชียงใหม่ บุ๊คแฟร์ ครั้งที่ 3 กันต่อ เท่าที่สังเกตจากช่วง 3 วันแรก (ก่อนเขียนต้นฉบับชิ้นนี้) จะเห็นความตื่นตัวของบรรดานักอ่านทางเหนือ (หมายรวมถึงชาวเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียง) มีมากกว่าปีที่ผ่านมา นักอ่านมาเดินในงานเยอะมาก ทุกเพศทุกวัย ที่มาเดี่ยวๆ ก็เยอะ บ้างมาเป็นครอบครัว บ้างมาเป็นกลุ่ม ทั้งวัยนักเรียน วัยนักศึกษา วัยทำงาน ส่งให้บรรยากาศงานหนังสือคึกคักอย่างมีความหวัง ทั้งในด้านจุดมุ่งหมายในเรื่องส่งเสริมการอ่าน ทั้งในด้านการส่งเสริมการขายเพื่อการดำรงอยู่ของแวดวงสื่อสิ่งพิมพ์กระดาษ กระนั้น วันแรกๆ เท่าที่สอบถามหลายๆ บู๊ธ แม้จะส่งเสียงคล้ายกันในเรื่องยอดขายที่ไม่ค่อยเดินเหมือนจำนวนนักอ่าน แต่ก็ถือเป็นนิมิตหมายอันดี อย่างน้อยจำนวนผู้คนก็เป็นสัญญาณในทางบวก ผมเชื่อว่า สินค้าทุกสิ่งอย่าง มันต้องใช้เวลาดู เวลาเลือก ก่อนจะตัดสินใจซื้อ ซึ่งหนังสือก็ไม่ต่างไปจากนี้ หากแต่สิ่งสำคัญคือ ในเรื่องส่งเสริมการอ่านนั้น กิจกรรมครั้งนี้น่าจะบรรลุผล

 

 

การอ่านมีประโยชน์อย่างไร คนบ้านนอกบ้านนาความรู้ต่ำอย่างผมคงไม่อาจแนะนำได้ แต่ขอนำเรื่องที่เคยบันทึกถึงประโยชน์การอ่าน ที่เคยได้ฟัง ได้สนทนากับครูอาจารย์ผู้ซึ่งได้รับการนับถือยกย่องในสังคม มาเล่าสู่กันฟังสักเล็กน้อย เผื่อจะเป็นสาระสำหรับนักอ่าน รวมถึงนักอยากเขียนทั้งหลายด้วย โดยเป็นประสบการณ์การอ่านของศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ และอดีตนายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย อย่าง ชมัยภร แสงกระจ่าง โดยท่านบอกว่า การอ่านนับเป็นสิ่งสำคัญมาก มันจะเป็นพื้นฐานของชีวิตในวันข้างหน้า

 

อาจารย์ชมัยภรบอกว่า แม้อาชีพของท่านจะเป็นนักเขียน แต่ก็ขอยืนยันว่าเป็นนักอ่านมาตลอดชีวิต แม้ปัจจุบันก็ยังเป็นนักอ่านอยู่ เห็นหนังสือทีไรมันเกิดอาการอยาก อยากอ่าน อยากรู้ว่าข้างในมันเป็นอย่างไร ยิ่งเห็นสีสัน เห็นหน้าปกของหนังสือนี่เหมือนยังไม่ได้ดูละคร มันค้างใจอยู่อย่างนั้น ต้องหาวิธีเอามันมาอ่านให้ได้ และอารมณ์ที่อยากอ่านนั้น ยังทำให้เกิดการตกแต่งขึ้นภายในของผู้อ่านด้วย หมายถึงว่าขณะที่อ่านและภายหลังจากการอ่าน เรื่องราวต่างๆ มันได้เติมเสริมแต่งเรื่องนั้นๆ ตามมา ทำให้ได้มาเขียนหนังสือโดยอัตโนมัติในที่สุด

 

ถึงอย่างนั้น การอ่านไม่ได้หมายความว่าไม่เลือก การสร้างประสบการณ์การอ่านถือเป็นสิ่งจำเป็น เพราะจะช่วยให้เรารู้จักเลือกได้ว่าอะไรคือสิ่งที่เราควรจะอ่านต่อไป ไม่ใช่เพื่อหาความรู้ความบันเทิงเท่านั้น แต่การอ่านอาจมีความหมายต่อชีวิตเรา การอ่านที่ดีย่อมพัฒนาไปในเรื่องคุณภาพ มากกว่าการอ่านเอาปริมาณมากเข้าว่า..

 

แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม งานมหกรรมหนังสือแห่งเวียงเจียงใหม่ นับว่าได้สร้างบรรทัดฐานและประสบการณ์ทางการอ่านให้กับผู้คนในต่างจังหวัดขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง ยิ่งในปัจจุบัน สถานการณ์การอ่านที่คลอนแคลน และการเสพหนังสือที่เปลี่ยนไป ยิ่งต้องช่วยกันรณรงค์ให้สังคมตื่นตัวต่อการอ่านให้มากขึ้น โดยเฉพาะหน่วยงานภาครัฐ ต้องตื่นตัวและให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างถึงที่สุด

 

…………………………
บทความ: ประยูร หงษาธร

Illustrator: Rawin Jarureangsri

เครดิตภาพ หอมจำปูน: https://www.facebook.com/หอมจำปูน-Hom-Champun-Delivery-1202749116441208/