• GEN Facebook
    Facebook Pagelike Widget

สมัยสงครามเย็น เมืองไทยไม่กระทบจริงหรือ? ตอนที่ 3 : รัชกาลที่ ๙ กับประชาชน

ตามชายแดน ทหาร ทหารพราน ตชด.มีหน้าที่รบกับ พคท. ตรงกลางคือชาวบ้าน อย่างที่ยกตัวอย่างมาในตอนก่อนๆ ได้คุยกับราษฎรแถวชายแดนอีสาน พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ต้องดีกับทั้งคู่ ทั้งรัฐและพคท.ไม่งั้นจะโชคร้ายและถึงตายเอาง่ายๆ

สภาพบ้านเมืองถนนหนทางยังเป็นดินลูกรัง จนถึงไม่มีถนน เพราะฉะนั้นแค่นึกภาพเมืองหลวง ราษฎรก็นึกไม่ออกแล้ว โทรทัศน์เครื่องแรกเข้ามาสมัยจอมพลป. กว่าจะกระจายไปให้คนชายแดนได้มีโทรทัศน์ดู ก็หลายสิบปีต่อมา

ใครเคยอ่านเรื่องผู้ใหญ่ลีกับนางมา จะพอนึกภาพออก เพราะชาวนาชาวไร่ทั่วไป แค่ทรานซิสเตอร์ก็หรูแล้ว เพลงผู้ใหญ่ลีตีกลองประชุม จึงไม่ได้ไร้สาระซะทีเดียวหรอก
……………………..

พื้นที่ห่างไกล ขาดแคลน ทุรกันดารสุดๆพวกนี้ นายกรัฐมนตรีไทยสมัยนั้น จนถึงสมัยนี้และสมัยต่อไป อาจยังไม่เคยไปด้วยซ้ำ แต่รัชกาลที่ ๙ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงไปถึง

ภาพยนตร์ส่วนพระองค์ที่เคยเห็น ถ้ามองให้ลึกซึ้งสักนิดก็จะเข้าใจ ขนาดรถยนต์ยังท่อไอเสียหลุด ผู้ที่ตามเสด็จหลายคน เจอฝุ่นแดง หัวแดง หน้ามอมไปตามๆกัน
บางพื้นที่ ต้องลุยน้ำลงไปครึ่งคัน บางแห่ง ฮ.ลงจอดแล้ว แต่ต้องต่อด้วยการเดินเขา เมื่อเสด็จฯไปสำรวจดินพรุที่ภาคใต้ ต้องขอแรงชาวบ้านพายเรือเข้าไปดูพื้นที่ ภาพถ่ายออกมาสวยๆ แต่ในความจริงเหนื่อย และเหนื่อย เป็นแบบนี้แทบทุกวัน ต่อเนื่องเป็นเวลาหลายสิบปี

Credit: http://welovethaiking.com/blog/ประวัติศาสตร์-ณ-บึงบัวบา/

………………………………

รัชกาลที่ ๙ ท่านเสด็จฯอีสานครั้งแรก ช่วงนั้นทรงมีพระชนมายุราว 30 เศษ ไปที่ไหนราษฎรก็ขอน้ำ เขามีนาแต่ไม่มีน้ำ ส่วนหนึ่งเพราะสภาพภูมิประเทศ ส่วนหนึ่งเพราะความเจริญของถนน ทำให้การบุกรุกป่ามากขึ้น ฝนฟ้าไม่ตกตามฤดูกาล หรือตกก็หายหมด ดินเก็บน้ำไม่ได้ โดยเฉพาะดินอีสาน

ส่วนภาคเหนือ ทรงเจอเรื่องปลูกฝิ่น ทำไร่เลื่อนลอย การไปทรงเยี่ยมชาวเขานี่ พระองค์ท่านต้องทรงฟิตร่างกายก่อน ฝึกเดินก่อน เพราะไม่มีถนน ต้องเดินป่าแบบไม่มีทาง กว่าจะถึงหมู่บ้านชาวเขา ผู้ติดตามต่างก็หอบซี่โครงโยนไปตามๆกัน

พล.ต.ต.สุชาติ เผือกสกนธ์ เคยเล่าให้ฟังว่า ตอนแรกตามเสด็จขบวนพระเจ้าอยู่หัว เดินตามพระองค์ท่านไม่ไหว เพราะเสด็จพระราชดำเนินเร็ว เลยย้ายมาตามขบวนสมเด็จพระนางเจ้าฯ เพราะคิดว่าทรงเป็นผู้หญิงคงจะสบายกว่า แต่ที่ไหนได้ เหนื่อยกว่าเพราะเสด็จพระราชดำเนินเร็วมาก
พวกข้าราชการผู้ใหญ่ในพื้นที่ แม้กระทั่งผู้ว่าราชการจังหวัด นั่งหอบอยู่กลางดอยกันเป็นแถว เพราะไม่คุ้นกับการเดินทางทุรกันดารแบบนี้ มีบ้าง บางครั้งที่ทรงเหนื่อยมาก จนต้องรับสั่งขอเกลือ แต่ทำไมขอเกลือก็ไม่ทราบเหมือนกัน เหนื่อยๆน่าจะเป็นน้ำตาลหรือเปล่า

ส่วนภาคใต้ ปัญหาหลักคือเรื่องดินพรุ เป็นแสนๆไร่ ชาวบ้านค่อนข้างอดอยากเพราะปลูกอะไรไม่ขึ้น ข้าวก็ปลูกไม่ได้ บางช่วงมีการระบาดของโรคเท้าช้างอีกต่างหาก

ทรงเก็บข้อมูลต่างๆไว้ คล้ายๆไปสำรวจภาพรวมก่อน แล้วหลังจากนั้นก็กลายเป็นกิจวัตร ที่ทุกปีจะไปประทับเวียนตามพระตำหนักเหนือ ใต้ ตะวันออกเฉียงเหนือ แห่งละราวสามเดือน เพื่อลงลึกปัญหา ด้วยการออกทรงงานไปตามพื้นที่ต่างๆ

………………………………

วิธีการทรงงานของรัชกาลที่ ๙ ทรงเริ่มจากความต้องการของคนในพื้นที่ ตามด้วยข้อมูลระนาบกว้างและลึก
ข้อมูลมาจากไหน มาจากปากชาวบ้าน ผู้นำชุมชน เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ
บวกกับข้อมูลที่ทรงศึกษาเพิ่มเติม (ทั้งไทยและต่างประเทศ) จากผู้รู้ จากการอ่าน จากงานวิจัย จากประสบการณ์ส่วนพระองค์
ที่สำคัญที่สุด ทุกแห่ง ทุกโครงการ จะเสด็จฯไปดูพื้นที่จริงตลอด

……………………………………

เราได้เห็นในข่าวพระราชกรณียกิจ เสด็จพระราชดำเนิน ทรงถ่ายรูป ทรงชี้โน่นชี้นี่ นั่นคือทรงทำงาน ข่าวนาทีเดียว แว้บๆๆไปแล้ว แต่เวลาจริงที่ทรงอยู่ตรงนั้น สามสิบนาทีขึ้นไป จนถึงมากกว่าสามสี่ชั่วโมงต่อแห่ง วันหนึ่งก็ไม่ได้เสด็จฯที่เดียว บางแห่งมีทาก มีไร แดดร้อน ฝนตก มีสารพัด

เมื่อประมวลข้อมูลทั้งหมดทั้งปวง และทรงทราบว่าราษฎรต้องการอะไรแล้ว ก็มาวางแผนกับคนทำงานที่เกี่ยวข้อง เช่น นายช่างชลประทาน
ที่คุ้นหน้าคือคุณปราโมทย์ ไม้กลัด ท่านนี้เป็นนักเรียนทุนอานันทมหิดล จบมารับราชการที่กรมชลประทาน เข้าใจว่าทำงานถวายได้ดี ก็เลยทรงเรียกใช้บ่อย เหมือนคุณประเสริฐ สมะลาภา ที่ทำงานถวายเกี่ยวกับน้ำท่วมและจราจรของกทม.

เรื่องคนทำงานถวายนี่ก็สำคัญ ไม่ใช่ทุกคนจะสนองพระราชดำรินะ บางคนสั่งไปแล้ว ไม่ได้งาน ท่านก็ไม่ได้เอาผิดอะไร แต่ก็มีที่กริ้ว เพราะผ่านไปหลายปียังไม่ได้ทำอะไรจนเกิดน้ำท่วมหนักซ้ำสอง นั่นคือที่หาดใหญ่
อันนี้ก็เรื่องยาว ละไว้ก่อน เพราะฉะนั้น จะเห็นคนที่ตามเสด็จใกล้ชิด เวลาทรงงานประจำๆไม่กี่คน

“นายช่าง” ผู้ติดตามถวายงานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙

 

คุณประเสริฐ สมะลาภา ผู้ที่ทำงานถวายเกี่ยวกับน้ำท่วมและจราจรของกทม.

…………………………………….

หลายครั้งที่ราษฎรเปลี่ยนใจ วันที่รับเสด็จบอกว่าอยากได้น้ำ ก็ทรงร่วมกับคนทำงานถวายอื่นๆคิดโครงการขึ้นมา แต่โครงการนั้น บังเอิญทำให้เสียที่ดินไปบ้าง หรือเสียประโยชน์บางอย่าง ราษฎรเกิดจะไม่เอาแล้ว ที่รับปากวันที่เสด็จฯมา ก็รับไปอย่างนั้น

พอเจ้าหน้าที่ถวายรายงาน รับสั่งว่า “เขาไม่อยากให้เราทำ เราก็ไปทำที่อื่นก็ได้”
แล้วก็เสด็จฯไปที่อื่นต่อไป ศึกษากันใหม่ ไปคิดโครงการกันใหม่ เพราะแต่ละแห่ง สภาพพื้นที่ ความต้องการไม่เหมือนกัน ก็เป็นเช่นนี้มาโดยตลอด อันนี้เรื่องย่อๆเกี่ยวกับงานแหล่งน้ำของรัชกาลที่ ๙

……………………………………….

นักข่าวต่างชาติที่ขอตามเสด็จ ได้เขียนไว้ในบทความของเขา ความว่า เมื่อเสด็จฯกลับจากเยี่ยมราษฎรก็ค่ำแล้ว พวกที่ตามเสด็จ กะปลกกะเปลี้ยไปพักผ่อน แต่พระองค์ท่านยังทรงงานต่อ เตรียมตัวสำหรับจุดที่จะไปต่อในวันรุ่งขึ้น

………………………………………………………
บทความ: ปัณฑา สิริกุล