• GEN Facebook
    Facebook Pagelike Widget

The Road To เลือกตั้ง ตอน ผู้สมัครเขตไหนแพ้ VOTE NO โดนโละยกแผง

คุณเคยได้ยินคำตัดพ้อทางการเมืองที่ว่า “อำนาจของประชาชนมีเพียงไม่กี่นาที แค่ตอนเข้าคูหากาบัตร แล้วไปหย่อนบัตรเท่านั้น” หรือไม่ นั่นคือเสียงสะท้อนที่บอกชัดว่าคำว่าประชาธิปไตยที่ถูกอ้างกัน เสียงของประชาชนดูจะไม่ค่อยมีความหมายเท่าที่ควร บางครั้งแม้แต่โอกาสที่จะได้เลือกคนดีๆ ที่เป็นที่พอใจยังไม่มี เพราะบางครั้งปัจจัยของการเลือกผู้สมัคร ส.ส. ของแต่ละพรรคการเมือง อาจไม่ตรงกับความต้องการของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในเขตนั้น แต่มันไม่มีทางเลือก หากพื้นที่นั้นถูกยึดครองโดยผู้มีอิทธิพล จนคู่แข่งและหัวคะแนนของพรรคคู่แข่งไม่กล้าลงสมัคร หรือไม่กล้าหาเสียงแข่งขันด้วย

ในการเลือกตั้งที่ผ่านๆมา เวลาเราไม่พอใจผู้แทนที่พรรคการเมืองส่งมาสักคน หรือ กรณีเขตเลือกตั้งใดมีผู้สมัคร ส.ส. แค่พรรคเดียว คนเดียว ไม่มีทางเลือก บางคนก็ระบายออกด้วยการฉีกบัตร ซึ่งมีความผิดมีโทษถึงติดคุกหากทำโดยจงใจ หรือแอบเขียนด่าลงในบัตรลงคะแนน ซึ่งไม่ได้อะไรเลยนอกจากบัตรเสียอีก 1 ใบ

ต่อมาเริ่มมีบทบัญญัติกฎหมาย ให้มีการเพิ่มช่องกาไม่ประสงค์ลงคะแนน หรือช่อง vote ‘NO’ แต่ก็…กาไปเถอะ มีแต่ตัวเลข ไม่มีผลในทางปฏิบัติ พรรคการเมืองที่หวังที่นั่ง ส.ส.ก็ขอแค่ชนะ เอามาเฟีย เจ้าพ่อ ผู้มีอิทธิพลมาลง ขอแค่มีคะแนนมากพอก็ได้เป็น ส.ส. ไม่ต้องแคร์คนไม่เลือกเลยแม้แต่น้อย

 

กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. ในยุคต่อมา ได้กำหนดว่าเขตเลือกตั้งใดไม่มีคู่แข่ง คือมีคนลงสมัครเพียงแค่คนเดียว ผู้สมัครผู้นั้นต้องได้เสียงไม่น้อยกว่า 20% ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในเขตนั้น ถึงจะมีสิทธิ์เป็น ส.ส.ได้ นี่ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ทำไว้แก้ปัญหาผู้มีอิทธิพล ข่มขู่ผู้สมัครพรรคอื่นจนไม่กล้าลงแข่ง

 

แต่มาตรการนี้ก็ล้มเหลว เพราะต่อให้การเลือกตั้งครั้งนั้น ผู้สมัครไม่ได้คะแนนเกิน 20% พอ กกต.เปิดรับสมัครใหม่ คนเดิมก็ลงสมัครได้อีก ใช้อิทธิพลได้อีก จนการเลือกตั้งยืดเยื้อ เสร็จพวกซื้อเสียง

 

หรือง่ายกว่านั้น จ้างใครก็ได้ พรรคการเมืองไหนก็ได้ ที่อาจตั้งขึ้นเพื่อรับจ้างโดยเฉพาะ ให้ส่งผู้สมัครลงไปสักคน อาจเป็นแม่บ้าน คนรถ หรือเสมียนของพรรค แค่นั้นก็ตัดปัญหา ซึ่งนั่นแปลว่า หลักเกณฑ์ 20% แต่เดิม กลายเป็นช่องโหว่ที่นักการเมืองพันธุ์แสบเจาะได้แล้วนั่นเอง

แต่การเลือกตั้งต่อไปนี้ ผู้ร่างกฎหมายใช้วิธีบัญญัติให้การโหวต ‘NO’ มีฤทธิ์ เพราะต่อให้ผู้สมัครพรรคไหนได้ที่ 1 แต่ถ้าคะแนนที่ได้มาต่ำกว่าเสียง โหวต ‘NO’ ผู้นั้นก็หมดสิทธิ์เป็น ส.ส. แถมถูกห้ามลงสมัครซ้ำอีกในการเลือกตั้งครั้งนั้น แปลว่าพรรคต้องเฟ้นหาคนใหม่ หาคนที่ประชาชนในเขตนั้นยอมรับ และเป็นการตัดวงจรของผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ในที่สุด ยิ่งถ้าเป็นผู้มีอิทธิพลที่ทำผิดกฎหมาย ก็จะหมดช่องทางอาศัยตำแหน่งทางการเมืองปกป้องการทำผิดกฎหมายของตนเองอีกแล้ว

เมื่อผู้ร่างกฎหมายเขา ‘ติดอาวุธ’ ให้กับผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งแล้ว ต่อจากนี้ไป การแสดงความไม่พอใจต่อการเลือกตั้ง ก็ไม่จำเป็นต้องไปชุมนุมประท้วง ปิดหน่วยเลือกตั้ง ตามผู้ยุแยงอีกแล้ว และผลคะแนนการกาโหวต ‘NO’ ที่ปรากฏออกมา จะเป็นประชาธิปไตยที่จับต้องได้ จะได้ไม่ต้องถูกผู้หวังผลทางการเมืองโฆษณาชวนเชื่อเกินจริงจูงใจให้เกิดข้อกังขา ก่อให้เกิดความเกลียดชังระหว่างคนไทยด้วยกัน จนบานปลายอย่างที่เคยเป็นมา
………………………………………

อ่านบทความ “The Road To เลือกตั้ง” ในตอนก่อนหน้านี้ได้ที่

ตอนที่ 1 Roadmap To เลือกตั้ง 4 Step หลัก สู่การจัดตั้งรัฐบาลประชาธิปไตย
http://genonline.co/2018/05/30/roadmap-to-election-thailand/

ตอนที่ 2 The Road To เลือกตั้ง ตอน ใครคือผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง
http://genonline.co/2018/06/06/right-to-votes/

ตอนที่ 3 The Road To เลือกตั้ง ตอนคุณสมบัติของผู้สมัคร ส.ส.
http://genonline.co/2018/06/15/assembly-man-specification/

ตอนที่ 4 The Road To เลือกตั้ง ตอน เลือก ส.ส. เห็นว่าที่นายกฯ
http://genonline.co/2018/06/29/prime-minister-i-choose-you/

ตอนที่ 5 The Road To เลือกตั้ง ตอน การมี Primary Vote ทำอย่างไร? เพื่ออะไร?
http://genonline.co/2018/07/09/primary-vote/

ตอนที่ 6 The Road to เลือกตั้ง ตอน บัตรเดียวได้ ส.ส. สองระบบ เลือกอย่างไร คำนวณวิธีไหน
http://genonline.co/2018/07/23/the-road-to-election/

…………………………………
บทความ: นามนั้นสำคัญไฉน ความจริงสิสำคัญกว่า