• GEN Facebook
    Facebook Pagelike Widget

หนึ่งสัปดาห์ หนึ่งคำถาม: ทำไมพวกเราถึงรักสถาบัน

คนรุ่นวัย 40 ขึ้นไปในปัจจุบันทุกคน… ล้วนเติบโตขึ้นมาด้วยรูปแบบคล้ายๆกัน

ตอนพวกเรายังเด็ก.. ไม่มีอินเตอร์เนต ไม่มีแทบเลท หรือคอมพิวเตอร์ส่วนตัว

… นอกจากเราวิ่งเล่น ปั่นจักรยาน ดีดลูกหิน เล่นทอยเส้นแล้ว ความบันเทิงที่เราพอจะหาได้ก็มีแค่วิทยุ โทรทัศน์ เเละติดตามข่าวสารจากหนังสือพิมพ์

ในตอนเย็นๆ ค่ำๆ เรามีเวลามากมาย เพราะถนนหนทางสมัยก่อนยังไม่มีรถยนต์ติดเป็นพรืด เป็นแพ ขนาดนี้… ห้างสรรพสินค้า มินิมอลล์ ผับ บาร์ ร้านกาแฟ ก็ไม่ได้มีทุกตรอกซอกซอยเท่าปัจจุบัน

หลังจากเลิกเรียน หรือเลิกงาน .. คนส่วนใหญ่จึงมุ่งหน้ากลับบ้าน ไม่เกิน 6 โมงเย็น ทุกคนในครอบครัวก็จะพร้อมหน้าพร้อมตากัน อาบน้ำ ทานข้าว แล้วก็นั่งหน้าจอโทรทัศน์พร้อมๆกัน

สองทุ่มของทุกๆวัน … สถานีโทรทัศน์ซึ่งเมื่อก่อนมีแค่สี่ช่อง คือ 3 5 7 9 ก็จะมีรายการข่าว และข่าวแรกของทุกๆค่ำคืนจะเป็นข่าวในพระราชสำนัก

หลายๆครอบครัว เรียกช่วงเวลานี้ว่า “ช่วงเวลาเข้าเฝ้า” และด้วยช่วงเวลาเข้าเฝ้าทุกๆวันเป็นเวลานับสิบๆปีนี้เอง ที่ทำให้เรารักและเทิดทูนพระราชวงศ์อย่างสุดหัวใจ

พวกเราได้เห็นพระราชกรณียกิจที่พระองค์ท่านทำทุกๆวัน ซ้ำเเล้ว ซ้ำเล่าจนชินตาเป็นเรื่องปกติ เมื่อก่อนไม่ค่อยคิดหรือติดตามว่ามีอะไรบ้าง รู้แค่ทุกพระองค์ทรง ทำ ทำ ทำ .. และทำอย่างไม่มีวันหยุด

ตื่นเช้ามาก็จะมีภาพ และข่าวตามหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์อีกครั้ง…
การที่พวกเราได้รู้ ได้ห็น ได้ซึมซับ ว่าทุกพระองค์ทรงทำอะไรเพื่อประชาราษฎร์ ทำให้เราเพิ่มความรัก ความผูกพัน ความศรัทธามากขึ้นเรื่อยๆ

แต่สมัยนี้….
มีอะไรให้สนใจเยอะมากเกินไปจนเราไม่สนใจวิถีใกล้ตัว

ทุกคนมีโทรศัพท์ที่อัดแน่นไปด้วยแอปต่างๆ และเอาแต่สนใจกับหน้าจอจนลืมที่จะใส่ใจว่ารอบตัวเรามีใครทำอะไรเพื่อเราบ้าง

เราสนุกกับการสนใจภาพอาหารสวยๆ ของเพื่อนในโซเชียล ที่แคปชั่นว่าเป็นจานอร่อย ทั้งๆ ที่ในความจริงรสชาติอาจจะไม่ได้เรื่อง

เรามีความสุขกับการสนทนาผ่านหน้าจอกับคนที่อยู่ไกลออกไป … และเกือบทั้งหมด อาจจะเป็นคนที่เราไม่เคยเห็นตัวจริงๆ แม้แต่ครั้งเดียว

เราอยู่กับเกมส์ กับเพลง กับละครย้อนหลังที่เรียกขึ้นมาดูได้ตลอดเวลา ผ่านยูทูป

เรามีร้านอาหาร ฟาสต์ฟู้ดส์ มอลล์ใหญ่ มอลล์เล็ก เต็มไปหมด
….. จนในที่สุด.. เราก็หมดเวลาไปกับสิ่งเหล่านั้น จนไม่ได้ใส่ใจว่า… ชาติ ศาสนา เเละสถาบัน ยังทำหน้าที่ของตนอย่างไม่มีวันหยุดเพื่อให้ประเทศ ยังคงเป็นแผ่นดินที่เป็นปึกแผ่นให้เราหลับนอน

ไม่น่าแปลกใจนัก… ที่เด็กรุ่นใหม่ๆ ไม่รู้สึกผูกพันกับสถาบัน

บางคน บ่น ก่นด่า เมื่อเสียเวลานิดหน่อยกับการจราจรเมื่อมีขบวนเสด็จผ่าน ทั้งๆที่ในชีวิตแต่ละคน อาจจะได้เจอเเค่ก็ไม่กี่ครั้ง
บางคนดัดจริตเรียกร้องความเสมอภาค ความเท่าเทียม และต่อต้านการหมอบคลาน แต่ยอมก้มกรานกราบไหว้ต้นไม้ให้หวย ขอนไม้ลอยน้ำ หรือบนต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เวลาที่อยากได้อะไรบางอย่าง
เด็กรุ่นใหม่ ควรมีความคิดที่กว้างไกล และหาคำตอบให้ได้ว่าทำไม คนรุ่นพ่อรุ่นแม่ พี่ป้าน้าอาของเราจึงเทิดทูนสถาบัน

โครงการพระราชดำริหลายพันโครงการคงไม่เกิดขึ้น
ความอยู่ดีกินดีของผู้คนที่ห่างไกลออกไปคงไม่เกิดขึ้น …. ถ้าบ้านเมืองนี้ไม่มีสถาบัน

ถ้าไตร่ตรองให้ดี… 60-70 ปีหลัง…. อาจเป็นสถาบันเอง ที่ทุ่มเทเเละพัฒนาประเทศชาติให้ร่มเย็น อบอุ่น น่าอยู่เสียยิ่งกว่านักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งด้วยซ้ำไป
ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีลักษณะพิเศษไม่เหมือนชาติไหน…
และลักษณะพิเศษที่ทำให้ผืนแผ่นดินไทยมีความอบอุ่น น่าอยู่… และมีความเป็นมิตรมากกว่าที่ไหนๆในโลก

ก็เพราะเรามีสถาบันหลัก… แบบที่คนอื่นเค้าไม่มี
ด้วยอย่างนี้แล้ว… มันจึงเป็นคำตอบที่คนรุ่นใหม่ อาจจะไม่ค่อยเข้าใจ…

ว่าทำไมคนรุ่นใหญ่ๆ จึงรักเเละเทิดทูนสถาบันเหลือเกิน


ผลงานนักเรียนรางวัลชนะเลิศ เหรียญทอง ในการประกวดการแข่งขันตัดต่อภาพยนต์
ระดับชั้น ม.4-6 งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 66

ระดับสหวิทยาเขตชลบุรี 3 ณ โรงเรียนโพธิสัมพันธ์พิทยาคาร วันที่ 9 พฤศจิกายน 2559

_________________________________
บทความ: Paul McIntosh

Cover Photo Credit: Art of EidMu : Jukkrid Chaipidech
Photos Credit: หนังสือพิมพ์สยามรัฐ, Posttoday.com