• GEN Facebook
    Facebook Pagelike Widget

มุมมองจากห้องมุม – กุหลาบงาม นิรันดร์

(1)

ชีวิตเหมือนการเดินทางที่มีแต่มุ่งไปข้างหน้าเพียงอย่างเดียว

 

นั่นเพราะนาฬิกาชีวิตหมุนไปทางเดียว ไม่มีหมุนย้อนกลับ ไม่มีแม้กระทั่งจะหยุดหมุน เราหยุดเดิน นาฬิกาชีวิตไม่ได้หยุดด้วย

 

แน่ล่ะ นาฬิกาชีวิตกับการใช้ชีวิตมันแตกต่าง ในชีวิตจริงคงไม่มีใครเดินไปข้างหน้าตลอดเวลาโดยไม่มีหยุด แต่ระหว่างที่เราหยุดคนรอบข้างอาจกำลังเดินอยู่ เผลอไปชั่วครู่ หลายคนอาจเดินแซงในทำนองเดียวกัน​ ก็มีคนที่หยุดนานกว่าให้เราเดินแซง

 

ต่อให้มีนาฬิกาชีวิตที่เดินเท่าเทียมกันทุกประการ การเดินทางของคนแต่ละคนไม่มีทางเท่ากัน ปัจจัยหลายๆอย่างทั้งที่ติดตัวมาแต่กำเนิด ทั้งที่สั่งสมมาระหว่างการเดินทาง นำพาให้เราไม่สามารถไปถึงจุดหมายเดียวกันได้ อย่าว่าแต่จะไปถึงจุดหมายเดียวกันนั้นพร้อมๆกัน

แต่นั่นไม่ใช่ข้ออ้างที่จะมาบอกว่า​ วันนี้เราจะล้มเลิกการเดินทางไม่ใช่ข้ออ้างที่จะมาบอกว่า​ เราจะไม่พยายามเดินไปให้ถึงจุดหมาย

 

ระหว่างการเดินทาง เราคงไม่มองแต่เพียงข้างหน้าว่ามีใครกี่คนเดินแซงเราไป เรามองย้อนกลับไปได้ว่ามีใครกี่คนที่ถุกเราแซงมานาฬิกาแต่ละคนยังไม่หยุดหมุน ทุกคนยังมีสิทธิ์ที่จะเดินต่อ หรือเลือกที่จะหยุดเดิน

 

อยู่ที่เราเองจะเลือกเช่นใด

 

เหมือนที่คุณยายกุหลาบได้เลือกแล้ว…เช่นนี้

 

(2)

วันเปิดเทอมวันแรก อาจารย์แนะนำตัวเอง​ และลองให้พวกเราหาดูว่าเราไม่รู้จักใครในห้องบ้าง ขณะผมยืนขึ้นมองไปรอบๆ มีมือมาตบบ่าผมเบาๆ

 

ผมหันกลับไปมอง เห็นหญิงชราร่างเล็กเหี่ยวย่นคนหนึ่งยิ้มให้ผมด้วยรอยยิ้มที่ราวกับส่องให้เธอสว่างไปทั้งตัว

 

เธอว่า “พ่อรูปหล่อ ยายชื่อกุหลาบ อายุ 87 ปี ขอกอดหน่อยได้ไหม?”

 

ผมหัวเราะและตอบไปอย่างกระตือรือร้นว่า “ได้สิครับ!” แล้วเธอก็กอดผมอย่างแรง

 

“ทำไมคุณยายมาเรียนมหาวิทยาลัยในวัยใสและไร้เดียงสาแบบนี้ล่ะครับ?” ผมถาม

 

เธอตอบแบบติดตลก “ยายมาเพื่อหาสามีรวยๆ จะได้แต่งงานและมีลูกสักสองสามคน…”

 

“ตอบจริงๆสิครับ” ผมถาม ผมสงสัยว่าอะไรเป็นแรงจูงใจให้เธอมาเผชิญสิ่งท้าทายในวัยบั้นปลายชีวิตเช่นนี้

 

“ยายฝันอยู่เสมอว่าจะได้เรียนมหาวิทยาลัย​ และตอนนี้ยายก็ได้เรียนแล้ว” เธอบอกผม

 

 

หลังเลิกเรียน เราเดินไปที่สโมสรนักศึกษาแล้วแบ่งช็อกโกแลตมิลค์เชคกันกิน

 

เราเป็นเพื่อนกันในทันที ในสามเดือนถัดไป ทุกๆวันเราจะเลิกจากคณะพร้อมกันแล้วคุยกันไม่หยุด ผมทึ่งทุกครั้งที่​ ‘ไทม์แมชีน’  เครื่องนี้แบ่งปันภูมิปัญญาและประสบการณ์ให้ผมรับรู้

 

ในเวลาหนึ่งปี คุณยายกุหลาบกลายเป็นสัญลักษณ์ของคณะ เธอผูกมิตรกับทุกคนอย่างง่ายดายในทุกที่ เธอชอบแต่งตัวและเพลิดเพลินไปกับความสนใจที่นักศึกษาอื่นมีให้เธอ เธอสนุกกับมันจริงๆ

 

 

 

เมื่อจบเทอม เราเชิญคุณยายกุหลาบมาพูดในงานเลี้ยงฟุตบอลของเรา ผมไม่มีวันลืมสิ่งที่เธอสอนเรา หลังการถูกแนะนำตัว เธอเดินขึ้นไปบนเวที ขณะกำลังจะเริ่มสุนทรพจน์ เธอทำโพยหลายๆใบที่เตรียมมาร่วงลงกับพื้น

 

ทั้งหงุดหงิดและทั้งเขินเล็กน้อย เธอโน้มตัวเข้าหาไมโครโฟนแล้วพูดหน้าตาเฉยว่า “ขอโทษค่ะ มือไม้มันสั่นไปหน่อย ยายงดเบียร์ตอนเข้าพรรษา เหล้าบ้าที่กินแทนเลยทำยายแย่ไปเลย นี่ยายไม่มีวันเรียงโพยได้เหมือนเดิม ขอเล่าสดๆเท่าที่ยายรู้ก็แล้วกันนะ” 

 

ขณะที่เราขำกันกลิ้ง เธอกระแอมแล้วเริ่มเล่า “เราไม่ได้หยุดเล่นเพราะเราสูงวัย เราสูงวัยเพราะเราหยุดเล่น

 

…เคล็ดลับที่ทำให้เราเป็นวัยรุ่นเสมอ ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข และประสบความสำเร็จก็คือ ต้องหัวเราะและหาเรื่องขบขันทุกๆวันต้องมีความฝัน วันไหนหยุดฝัน วันนั้นคุณตาย

 

…ในโลกมีคนมากมายเดินไปเดินมาโดยไม่รู้ว่าตัวเองตายไปแล้ว

 

 

…ความแตกต่างระหว่างคำว่า ‘แก่ขึ้น’ กับ ‘โตขึ้น’ นั้นมันมหาศาล

 

…ถ้าคุณอายุ 19 แล้วนอนอยู่บนเตียงเป็นเวลาหนึ่งปีเต็มโดยไม่ทำอะไรให้เป็นประโยชน์สักเรื่องเดียว คุณจะมีอายุ 20 ปี ถ้ายายอายุ87 ปีแล้วนอนบนเตียงหนึ่งปีโดยไม่ทำอะไร ยายจะมีอายุ 88 ปี

 

…ทุกคนแก่ขึ้นทั้งนั้นโดยไม่ต้องอาศัยฝีมือหรือความสามารถ สิ่งที่น่าคิดก็คือ​ การโตขึ้นโดยการหาโอกาสในความเปลี่ยนแปลงและไม่ต้องมาเสียใจภายหลัง

 

…คนสูงวัยส่วนมากไม่เสียใจกับเรื่องที่ทำลงไป แต่เสียใจกับเรื่องที่ไม่ได้ทำ คนจำพวกเดียวที่กลัวตายคือคนที่มาเสียใจภายหลัง”

 

เธอจบสุนทรพจน์เธอด้วยการร้องเพลง ‘The Rose—ดอกกุหลาบ’ อย่างกล้าหาญ

 

เธอท้าทายเราแต่ละคนให้ศึกษาเนื้อเพลงและใช้ชีวิตเช่นนั้นตลอดทุกวันที่เรามีชีวิต ถึงสิ้นปี คุณยายกุหลาบเรียนจบได้รับปริญญาตามที่เธอตั้งใจไว้เมื่อหลายเดือนก่อน

 

หนึ่งสัปดาห์หลังเรียนจบ คุณยายกุหลาบหลับไปและถึงแก่กรรมโดยสงบ

 

 

นักศึกษากว่า 2,000 คนไปร่วมในงานศพของเธอ​ เพื่อรำลึกถึงคุณยายผู้แสนดีที่เป็นตัวอย่างให้เราได้เรียนรู้ว่า​ ไม่มีวันสายเกินไปในการจะเป็นทุกสิ่งทุกอย่างที่เราสามารถเป็นได้

 

จำไว้ว่า​ การแก่ขึ้นนั้นหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การโตขึ้นนั้นอยู่ที่เราจะเลือก

 

(3)

คุณยายกุหลาบเลือกทางของเธอแล้ว คุณล่ะ จะเลือกอะไร?

 

 

 

Credit : บทความภาษาอังกฤษจากอีเมล โดยผู้เขียนนิรนาม

 

……………………

บทความ : โชนแสง(นามแฝง)