• GEN Facebook
    Facebook Pagelike Widget

Give More, Take Less ให้ ให้มากขึ้น รับ ให้น้อยลง


…………………………………………………………….

Give More, Take Less ให้ ให้มากขึ้น รับ ให้น้อยลง บางส่วนจากบทพระราชทานสัมภาษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

จากนิตยสาร Leaders  ฉบับเดือนเมษายน-มิถุนายน พ.ศ.​ 2525
ปัณฑา สิริกุล แปล-เรียบเรียง

 

ถาม : How do you see the role of the monarch in the present day?
ทรงมองบทบาทของพระมหากษัตริย์ในปัจจุบันอย่างไร

รับสั่ง​ ‘สรุปความ’ ว่า  กษัตริย์ก็เหมือนเทพนิยาย มีสถานการณ์ต่างๆกัน แต่บทบาทพื้นฐานคือเป็นประมุขของรัฐ ความจริงก็เหมือนเป็นหัวหน้าในนาม

ผู้นำ เป็นเหมือนสัญลักษณ์ ไม่ว่าจะมีอำนาจหรือไม่ก็ตาม ดังนั้นกษัตริย์ใต้รัฐธรรมนูญก็เหมือนสัญลักษณ์แรกของประเทศ และถ้ากษัตริย์พระองค์นั้นประสบความสำเร็จ พระองค์ก็จะกลายเป็นสัญลักษณ์ที่มีชีวิตของประเทศ  

กษัตริย์ต้องปรับไปพร้อมกับคนในประเทศ แต่ขณะเดียวกัน ก็ต้องรักษาจิตวิญญาณของประเทศชาติ  เหมือนเป็นตัวแทนของรูปธรรมในสิ่งที่เป็นนามธรรมของประเทศนั้น คนในชาติอาจมีหลายแบบ แต่บุคลิกพื้นฐานของประชาชนเห็นเป็นรูปธรรมได้จากกษัตริย์

…So a constitutional monarch is first a symbol of the country and if that constitutional monarch is  successful he must become a living symbol of the country. He must change with the country but, at the same time, he must keep the spirit of the country. It’s like being a representative of our embodiment, or the soul of the country. That means that all the people who compose a country have different characters, but the common character of a people must be embodied by the king…

ต่อคำถามว่า​ ทรงมีข้อผิดพลาดบ้างมั้ย Do you have any faults?

รับสั่งว่า มี ทุกคนก็มีทั้งนั้น เป็นเรื่องหนึ่งที่ทรงพบในหนังสือการ์ตูน ทรงอ่านการ์ตูนซูเปอร์แมน (I read comics, Superman and all that)  อย่างซูเปอร์แมนถูกยกให้เป็นซูเปอร์ฮีโร่ และซูเปอร์ฮีโร่ก็ถูกสร้างให้มีเรื่องผิดพลาด

ผู้นำมักถูกคาดหวังให้เป็นซูเปอร์ฮีโร่ และไม่ควรผิดพลาด  และเมื่อได้เป็นผู้นำหรือซูเปอร์ฮีโร่แล้ว ก็มีบางคนอยากให้เขาหรือเธอผิดพลาด อันนี้เป็นปัญหาใหญ่ ถ้าต่างฝ่ายต่างก็ซื่อสัตย์และจริงใจก็ไม่มีปัญหา

คุณถามฉัน  ฉันมีเรื่องผิดพลาดมั้ย  ใช่ฉันมี ความสมบูรณ์แบบในเรื่องหนึ่งก็อาจเป็นความไม่สมบูรณ์แบบในอีกมุมหนึ่ง เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ยาก  ความผิดพลาดมีได้ในทุกคน และก็อยู่ในมุมมองของคนอื่นด้วย ดังนั้นพูดไม่ได้ว่าใครที่สมบูรณ์แบบ

The faults are in oneself which everybody has, and also at the same time the faults are in the eyes of the others. So one cannot say that anybody is perfect.

ทรงยกตัวอย่างพระพุทธเจ้า ในช่วงชีวิตของพระองค์ก็ถูกวิจารณ์  คนที่ไม่ชอบบอกว่าท่านไม่ได้ดีพร้อม แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ พระพุทธเจ้าโดยพระองค์เองทรงสมบูรณ์แบบ การที่ใครจะวิพากษ์วิจารณ์ก็ไม่สามารถทำร้ายพระองค์ได้….    

เมื่อกษัตริย์ทำงาน ประชาชนพูดว่า โอ กษัตริย์ทำงานหนักมาก มันเหมือนซูเปอร์แมน ใช่ บางทีพวกเราก็เป็น
ซูเปอร์แมน แต่พวกเราไม่ชอบนัก ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมประชาชนอยากให้กษัตริย์และราชินี เป็นเหมือนในหนังสือเทพนิยาย ประชาชนไม่ได้ต้องการราชาหรือราชินี​ (แบบคน) จริงๆ  เพราะพวกเขาไม่ต้องการให้ใครเป็นซูเปอร์แมน (เพราะซูเปอร์แมนก็มีข้อผิดพลาด-ผู้เรียบเรียง)

อันนี้ก็เป็นเหตุผลที่คนที่มีจุดยืนจะถูกวิจารณ์ และถ้าคนนั้นไม่เข้มแข็งพอจะเป็นซูเปอร์แมน เขาก็จะลงจากตำแหน่ง  

Everybody is Superman and everybody is the bad man. When we go on with our work and people say, oh you are working so much, it’s like Superman. Yes, perhaps we are Superman, but we don’t like it. That is why people like kings and queens to be in the fairytale book. They don’t like to have real kings and queens because they don’t want somebody to be Superman.

That is why someone who is outstanding will be attacked and if that person is not strong enough to be Superman, he will go down.

…………..

ช่วงหนึ่งทรงให้สัมภาษณ์ว่า เราหาเงินเพื่อใช้จ่าย เพื่อได้รับการยกย่อง ถ้าเรามีเงิน เราจะใช้จ่ายมัน และในตอนท้ายก็จะหมดไป  สิ่งที่ถูกละทิ้งไปก็คือจิตใจบริสุทธิ์ (pure soul) เราต้องการบรรลุถึงจิตใจที่บริสุทธิ์ เราต้องให้

การให้จากใจและความรู้สึกเป็นเหตุผลหนึ่งที่ว่า ทำไมผู้นำระดับสูง ไม่ควรคิดว่าตำแหน่งของเขาได้มาจากการทำงานหนักเพียงลำพัง จริงอยู่ มันได้มาจากการทำงานหนัก และไม่เพียงแค่นั้น​ ยังต้องรักษาตำแหน่งไว้ด้วย  สิ่งเหล่านี้จะยิ่งนำไปสู่ความรู้สึกพอใจมากขึ้น นั่นก็เป็นเหตุผลว่าทำไมผู้นำของโลกควรให้  ให้ ให้มากขึ้นและรับให้น้อยลง

Giving of the heart and feeling is one reason why leaders, if they are in a high position, should not think that their high position has been earned by hard work alone. Yes, it has been earned by hard work. But not only that: the position has to be maintained. This will lead to a more satisfying feeling for the soul.

That is the reason why the leaders of the world should do that – they should give more, and take less.

 

…………………………………

ปัณฑา สิริกุล แปล-เรียบเรียง

ขอบคุณภาพประกอบจาก : Sarawut Itsaranuwut [IAMZOOF]