• GEN Facebook
    Facebook Pagelike Widget

(1)

ฤดูใบไม้ผลิ พุทธศักราช 751

 

โจโฉ วัย 53 สมุหราชนายกแห่งราชวงศ์ฮั่น อ้างพระบรมราชโองการพระเจ้าเหี้ยนเต้​ กรีธาทัพ 83 หมื่นนาย จากมหานครฮูโต๋ในภาคเหนือลงสู่ใต้ จุดหมายคือกังตั๋ง ดินแดนฝั่งใต้ของแม่น้ำแยงซี

เป้าประสงค์ที่ประกาศแก่ปวงชนคือหมายรวมแผ่นดินให้เป็นปึกแผ่นภายใต้พระบรมโพธิสมภารพระเจ้าเหี้ยนเต้ แต่ประสงค์แท้จริงแห่งทรราชในคราบสมุหนายกคือหมายครองแผ่นดินไว้เสียเอง

ทัพหลวงมหึมา 83 หมื่น สรรพอาวุธมหาศาล เสบียงกรังล้นเหลือ ใครหน้าไหนจะหาญต้านทาน ทหารทุกนายหมายชัยด้วยมีสินบนเป็นการยกเว้นภาษีต่อเนื่องสามปี

 

”ข้ายอมทรยศคนทั้งใต้หล้า แต่ไม่ยอมให้ใครทรยศข้า” โจโฉเคยแหงนหน้าตะโกนประกาศต่อฟ้า

 

โจโฉ กับปวงชนกลุ่มหนึ่งประหนึ่งเทพยดาผู้ทำนุบำรุงแผ่นดินให้มั่งคั่งรุ่งเรือง แต่กับปวงชนอีกกลุ่มหนึ่งประหนึ่งมารร้ายทำลายชาติเพื่อประโยชน์สุขส่วนตน

โจโฉ จากภาพยนตร์เรื่อง สามก๊ก : โจโฉ แตกทัพเรือ(2008)

 

“หากข้าทิ้งปวงชน
ข้ายังจะนับเป็นคนได้อีกหรือ”

 

เล่าปี่ วัย 48 เชื้อพระวงศ์เร่ร่อน​ ศักดิ์เป็นพระเจ้าอา วัยเด็กยากเข็ญถึงขั้นทอเสื่อขายประทังชีวิต สาบานในสวนท้อเป็นพี่น้องกับกวนอู เตียวหุย ต่อมาได้จูล่งเป็นทหารเอกอีกหนึ่งนาย เคยร่วมต่อสู้ปกป้องราชวงศ์ฮั่นกับโจโฉ อาศัยความสัตย์ซื่ออ่อนน้อมถือคุณธรรมเป็นสรณะ​ จนได้ดีเป็นเจ้าเมือง ภายหลังรบพ่ายแพ้ต่อเนื่องจำต้องทิ้งเมืองไว้เบื้องหลัง แม้กระนั้นเพราะนับถือในคุณธรรมครองใจ มีชาวเมืองมากมายยอมเสี่ยงตายอพยพหนีตามมา แม่ทัพนายกองเรียกร้องให้ทิ้งปวงชนด้วยเป็นตัวถ่วงเกรงทัพโจโฉไล่ตามมาทัน

 

“หากข้าทิ้งปวงชน ข้ายังจะนับเป็นคนได้อีกหรือ” คือคำถามอันแทนคำตอบ

 

เล่าปี่ กับปวงชนกลุ่มหนึ่งประหนึ่งวิญญูชนเปี่ยมเมตตา แต่กับปวงชนอีกกลุ่มหนึ่งประหนึ่งจอมลวงโลกอาศัยน้ำตาชิงบ้านชิงเมือง

 

ขงเบ้ง วัย 27 บัณฑิตหนุ่มผู้เชี่ยวชาญสรรพศาสตร์และพิชัยสงคราม​ ฉายาฮกหลง มังกรซุ่มแห่งเขาโงลังกั๋ง

 

เล่าปี่ขึ้นภูไปเชื้อเชิญมาเป็นกุนซือหรือที่ปรึกษาสามครั้งสามครากว่าเขาจะใจอ่อน ด้วยประจักษ์คุณธรรมและเมตตาธรรมของเล่าปี่​ จึงยอมทิ้งความสงบแห่งท้องนาป่าเขาลงมาเกลือกกลั้วกับการเมืองและสงครามโดยไม่มีโอกาสกลับคืนสู่อ้อมกอดของมาตุภูมิอีกเลยชั่วชีวิต

ขงเบ้ง อาสาเล่าปี่ไปเจรจากับซุนกวนผู้ครองกังตั๋ง เพื่อเป็นพันธมิตรร่วมรบกับมหาทัพของโจโฉ

 

“ร่วมซุนตีโจ จนกว่าทัพเราจะเข้มแข็งพอ” เป็นจุดเริ่มแห่งยุทธศาสตร์สามก๊กที่ตนเองวาดไว้

 

ขงเบ้ง กับปวงชนกลุ่มหนึ่งประหนึ่งผู้หยั่งรู้ดินฟ้ามหาสมุทร แต่กับปวงชนอีกกลุ่มหนึ่งประหนึ่งพ่อมดหมอผีที่มีแต่ลมปากไร้แก่นสาร

เล่าปี่(ซ้าย) และ ขงเบ้ง(ขวา) จากภาพยนตร์เรื่อง สามก๊ก : โจโฉ แตกทัพเรือ(2008)

 

“ปวงชนอีกกลุ่มหนึ่ง
ประหนึ่งผู้นำที่ก้าวสู่อำนาจ
ด้วยชื่อเสียงวงศ์ตระกูล
หาใช่ด้วยฝีมือ”

 

ซุนกวน วัย 26 ผู้ครองกังตั๋ง ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำต่อจากซุนเซ็กผู้พี่ในวัยเยาว์เพียง 18 ปี จากเด็กหนุ่มปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมไร้ประสบการณ์​   ต้องผงาดวัดรอยเท้าพี่ชายผู้ชำนาญการรบแต่ต้องมาเสียชีวิตแต่หนุ่มด้วยความวู่วาม ซุนกวนอาศัยเหล่าที่ปรึกษาทั้งบุ๋นและบู๊ผู้ภักดีครองอำนาจอยู่ได้ โดยเสาหลักที่ค้ำบัลลังก์คือแม่ทัพใหญ่จิวยี่​ สหายร่วมสาบานของซุนเซ็ก  แรกทีเดียวยามขงเบ้งเข้ามาเกลี้ยกล่อมให้ร่วมรบ ซุนกวนยังลังเลด้วยขุนนางฝ่ายบุ๋นประสานเป็นเสียงเดียวให้ยอมจำนนด้วยไพร่พลที่น้อยกว่าจนเกินต้าน ตราบเมื่อจิวยี่ยืนยันให้รบเพื่อดำรงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิแห่งตระกูลซุนนั่นแหละที่เขาตัดสินใจได้

 

“ใครแนะนำให้ยอมจำนนอีก จะเป็นเหมือนโต๊ะตัวนี้” จบคำใช้กระบี่ฟันโต๊ะเบื้องหน้าหักสะบั้น

 

ซุนกวน กับปวงชนกลุ่มหนึ่งประหนึ่งผู้ปกครองที่ล้ำเลิศรู้จักผูกใจคน แต่กับ ปวงชนอีกกลุ่มหนึ่งประหนึ่งผู้นำที่ก้าวสู่อำนาจด้วยชื่อเสียงวงศ์ตระกูลหาใช่ด้วยฝีมือ

 

จิวยี่ วัย 33 แม่ทัพใหญ่แห่งกังตั๋ง ร่วมก่อร่างสร้างเมืองมากับซุนเซ็ก ทั้งสองสหายสนิทถึงขนาดสมัยวัยคะนองนับเป็นสองหนุ่มผู้ลือเลื่อง ได้ครองสองสาวงาม ซุนเซ็กได้ไต้เกี้ยวผู้พี่ จิวยี่ได้เสียวเกี้ยวผู้น้อง เมื่อซุนเซ็กด่วนจากไปก่อนวัยอันควร จิวยี่สาบานจะเป็นข้าผู้ซื่อสัตย์ต่อซุนกวน ช่วยทำนุบำรุงให้กังตั๋งเป็นปึกแผ่น ภารกิจยิ่งใหญ่เป็นแม่ทัพพิทักษ์แผ่นดิน รบราจนกองทัพเรือแห่งกังตั๋งเปล่งนามระบือกระเดื่องทุกแว่นแคว้น

 

“เกิดมาเป็นชาย จะแสวงหาเจ้านายเป็นที่พึ่ง ให้พิเคราะห์จิตใจโอบอ้อมอารีจึงเข้าอยู่ด้วย” แม่ทัพฉกรรจ์เคยประกาศ

 

จิวยี่ กับปวงชนกลุ่มหนึ่งประหนึ่งแม่ทัพสัตย์ซื่อรับใช้ผู้เป็นนายแม้ตายก็ยินดี แต่กับปวงชนอีกกลุ่มหนึ่งประหนึ่งคนจิตใจคับแคบเปี่ยมริษยาอาฆาตผู้อื่น

 

ซุนกวน(ซ้าย) และ จิวยี่(ขวา) จากภาพยนตร์เรื่อง สามก๊ก : โจโฉ แตกทัพเรือ 2 (2009)

 

โจโฉ เล่าปี่ ขงเบ้ง ซุนกวน จิวยี่ ชะตากรรมนำนามเหล่านี้มาบรรจบจารึกเป็นประวัติศาสตร์

 

(2)

ฤดูหนาว พุทธศักราช 751

สมรภูมิเซ็กเพ็ก หน้าผาแดงแห่งกังตั๋ง ริมฝั่งมหานทีแยงซี

มหาสงครามอันถือกำเนิดจากตัณหาและความทะเยอทะยานของหนึ่งบุรุษดำเนินมาถึงจุดแตกหัก

 

มหาทัพหลวงแห่งโจโฉ สมุหนายกจากแดนเหนือ​ กรีธาทัพแดนใต้หมายเผด็จศึกให้ราบคาบ ธงแดงแสดงตระกูลโจสะบัดโบกฮึกเหิม รี้พล 83 หมื่นนายมืดฟ้ามัวดิน กองเรือมหานาวีเรียงรายทั่วลำน้ำแยงซี ทัพม้ามหาศาลพร้อมขยี้บรรดาข้าศึก

กองกำลังพันธมิตรเล่า-ซุนเพียง 5 หมื่นฤาจะต้านทาน

 

หากแต่ทหารทัพโจโฉไม่เคยคุ้นภูมิประเทศภูมิอากาศแห่งแดนใต้​ พากันเจ็บป่วยล้มตายด้วยโรคระบาดไปไม่น้อย ที่หนักหนาสาหัสกว่านั้น​ กลับเป็นการฝึกปรือการรบทางเรือ ด้วยความเป็นชาวดอนชาวดอยจากแดนเหนือ​ หาเคยสัมผัสกระแสคลื่นแห่งท้องธารา ต่างพากันอาเจียนขย้อนไม่เป็นอันรบ

“เอาโซ่ตรึงเรือไว้ด้วยกันให้เป็นแพ จะช่วยตรึงขึงกันจนแน่นสามารถสู้กระแสธาร” เป็นคำสั่งนายทัพของโจโฉ

ปัญหาเมาเรือหายไปดังปลิดทิ้ง แต่หารู้ไม่ว่านั่นกลับเป็นจุดเริ่มต้นแห่งความปราชัย

 

“โจโฉถอยร่นไม่เป็นท่า
กลับไปเสวยสุข ณ แดนเหนือ
ทิ้งซากศพบริวาร 83 หมื่นไว้
อย่างไร้เยื่อใย”

 

สองทัพประจันหน้า จิวยี่​ ขงเบ้งต่างเห็นพ้อง ทางชนะมีเพียงหนึ่งคืออาศัยพระเพลิงผลาญ หากแต่กระแสลมไม่เป็นใจ ด้วยลมเหมันต์หาได้พัดสู่ทัพโจโฉ กลับพัดย้อนสู่ทัพพันธมิตร ปัจจัยนี้โจโฉรู้ดีอยู่แก่ใจ

“ข้าจะเรียกลมอาคเนย์ ให้ลมเปลี่ยนทิศพัดใส่ทัพโจโฉ ขอท่านจงเตรียมทัพไว้ให้พร้อม” ขงเบ้งยืนยันกับจิวยี่ก่อนแยกไปทำพิธีร่ายมนต์

 

ถึงวันนัด ลมพัดเปลี่ยนทิศ ลมอาคเนย์พัดโหม เรือเพลิงทัพหน้าแห่งกังตั๋งแล่นฝ่ากระแสธาราเข้าชนกองเรือมหานาวีแห่งโจโฉ ฝูงเรืออันถูกสายโซ่ตรึงไว้จนเป็นแพคุโชนติดไฟลำแล้วลำเล่า คืนไร้จันทร์พลันสว่างไสวด้วยไฟโลกันตร์ ทัพพันธมิตรเดินหน้าบดขยี้ทัพโจโฉจนแหลกราญ

 

แผ่นดินลุกเป็นไฟ แผ่นน้ำลุกเป็นเพลิง

ซากศพเกลื่อนพสุธา ซากศพเกลื่อนมหานที

 

ซากศพ ท้ายที่สุดยังแบ่งฝักแบ่งฝ่ายด้วยหรือ

 

โจโฉถอยร่นไม่เป็นท่ากลับไปเสวยสุข ณ แดนเหนือ ทิ้งซากศพบริวาร 83 หมื่นไว้อย่างไร้เยื่อใย

เล่าปี่ ซุนกวน สลายความเป็นพันธมิตร แก่งแย่งแบ่งแยกดินแดนตะวันตกและใต้กันครอบครอง

มหาอาณาจักรฮั่นแห่งแผ่นดินจีนเริ่มแตกแยกเป็นสามก๊กนับแต่นั้น

 

สงครามเซ็กเพ็ก หรือ ยุทธการผาแดง ฉากหนึ่งจากภาพยนตร์เรื่อง สามก๊ก : โจโฉ แตกทัพเรือ 2 (2009)

 

(3)

มหาสงครามอันถือกำเนิดจากตัณหาและความทะเยอทะยานของหนึ่งบุรุษ สุดท้ายแล้วผู้ใดได้รับประโยชน์

มหาสงครามอันถือกำเนิดจากตัณหาและความทะเยอทะยานของหนึ่งบุรุษ สุดท้ายแล้วผู้ใดหลงเป็นเหยื่อเสียหาย

 

สงคราม ไม่ว่าที่ใด ไม่ว่าเมื่อใด ไม่มีใครเป็นผู้ชนะ

สงคราม มีแต่ผู้แพ้

 

ผู้แพ้คือแผ่นดิน
…………………….
บทความ : โชนแสง (นามแฝง)