• GEN Facebook
    Facebook Pagelike Widget

เลาะ บ้าน ผ่าน เวียง – เรียกผมว่าไอ้บ้านเหนือ ไอ้บ้านใต้ (เมื่อผมเลี้ยงหมา ตอนที่ 2)

เคยมีคนบอกว่า หมาเป็นยังไง เจ้าของหมาก็เป็นยังงั้น

เคยมีคนบอกอีกเช่นกันว่า เจ้าของหมาเป็นยังไง หมาก็เป็นยังงั้น

สองบรรทัดข้างบนนั้นแขวนเอาไว้เช่นเดิม ยังไม่ต้องถกเถียงหาคำตอบ “เลาะ บ้าน ผ่าน เวียง” สัปดาห์นี้ ขอเล่าเรื่องหมาหมา(ก็มีหมา 2 ตัวนี่นา) ต่ออีกสักหน่อยดีกว่า..แฮ่

(อ่าน เมื่อผมเลี้ยงหมา ตอนที่ 1 ได้ที่ http://genonline.co/2018/10/02/first-dog/)

 

หมาแฝดสองตัวซึ่งไปได้มาจากเพื่อนนั้น วันแรกที่จับมันใส่กล่อง วางท้ายรถ ปิดประตู สตาร์ทเครื่องยนต์แล้วค่อยๆ ขับพามันออกจากโคตรเหง้าย่านมหา’ลัยแม่โจ้ อำเภอสันทราย จนมาถึงบ้านตีนเขาในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งของอำเภอแม่ริม(ก่อนย้ายมาอยู่สันป่าตอง)โดยสันติภาพ หมาน้อยทั้งสองต่างปรองดองปิดปากเงียบสนิทตลอดการเดินทาง ไม่มีเสียงร้องแง้งๆ เล็ดลอดให้ได้ยินแม้แต่นิด ผมจึงคิดในใจว่าไอ้ลูกหมาสองตัวนี้ถ้าจะเป็นเด็กดีและไม่งอแงเรื่องมากแฮะ

 พอปล่อยลงลานดินหน้าบ้าน หมาน้อยคงยังมึนๆ เวียนๆ กับการนั่งรถเป็นครั้งแรกอยู่ พวกมันเดินไปได้ก้าวนึงก็หัวหกหน้ากระแทกพื้นทีนึง ครั้นพยายามโงหัวขึ้นมาใหม่ ก็ยิ่งดูเหมือนหมาหัวหนัก ล้มคอพับไปกองกับพื้น หางชี้แด่วๆ เสียงครางหงิง..หงิง..ดังแข่งกัน นี่ถ้าเป็นคนล้มหัวทิ่มขนาดนั้นคงเสี่ยงกับคอหักตายแน่ๆ ผมยืนดูและหัวเราะฮ่าๆๆ แข่งกับเสียงร้องเอ๊งงง..เอ๊งงง.. เอ็นดูก็เอ็นดู แต่ไม่รู้จะทำยังไง จึงปล่อยให้ลูกหมาเอาหน้าไถพื้นอยู่อย่างนั้นจนมันหายมึนกันไปเอง

พอพวกมันตั้งลำได้ หน้าหงิมๆ เซ่อๆ ซื่อๆ ก็เหลียวมาจ้องผม ความงุนงงสงสัยคงเกิดขึ้นเป็นธรรมดา หากพูดได้ พวกมันก็คงแหกปากร้องตะโกนว่า..พ่อ..พ่อกูอยู่หนายยย..แม่..แม่กูอยู่หนายยยย..(จินตนาการถึงเสียงพระเอกคนหนึ่งที่เที่ยววิ่งตามหาช้างของเขาเอาเองละกัน ฮา)  ผมเอามือลูบหัวพวกมันเบาๆ พร้อมพูดขึ้นว่า ยินดีต้อนรับสู่บ้านหลังใหม่ของพวกเอ็ง  เจ้าลูกหมาครางหงิงๆ แสดงทีท่าอย่างกับว่ารับรู้ แต่ไม่เข้าใจ มันก็สะบัดหางเล็กๆ สั้นๆ เดินงุดๆ เข้าไปดมต้นหญ้า ดมใบไม้ตรงลานหน้าบ้านพร้อมนั่งลงฉี่อย่างเรียบร้อยราวกับเด็กผู้หญิง

ยืนมองดูหมาน้อยสองตัวแล้วก็อดไม่ได้ที่ต้องคิดถึงภาพสมัยเคยเลี้ยงไอ้เขี้ยวเงิน หลังจากมันตายก็มีหลายครั้งหลายหนที่เพื่อนๆ จะเอาหมามาให้เลี้ยง แต่บอกปฏิเสธไปทุกครั้งด้วยเงื่อนไขทั้งภายในจิตใจและจังหวะของชีวิตซึ่งไม่อำนวยต่อการเลี้ยงดู จนไม่คิดว่าจะได้เลี้ยงหมาอีก จวบกระทั่งครานี้ ซึ่งเวลาก็ล่วงเลยมากว่า 25 ปี .. ‘เราคงมีวาสนาต่อกันว่ะ จะคิดเอาว่าพวกเอ็งคือไอ้เขี้ยวเงินแยกร่างมาเกิดก็แล้วกัน’ ผมยืนรำพึงกับหมา อย่างกับตัวเองเป็นพระเอกละครที่ชอบคิดเสียงดังในใจ

เป็นอันว่าบ้านหลังน้อยบนตีนดอยที่ผมเช่าทำร้านหนังสือในสไตล์บุ๊กคาเฟ่ อันมีเครื่องดื่มประเภทชากาแฟและเบเกอรี่เพียงไม่กี่เมนูไว้บริการคอหนังสือและแขกสายแปลกผู้ไม่ชอบร้านแบบมหาชนคนแห่ไปเช็กอิน จึงได้รับสมาชิกใหม่เป็นเจ้าสี่ขาหน้าขนถึงสองตัวเข้ามาอยู่ในบ้าน ส่งให้ร้านหนังสือนอกเมืองซึ่งมีคาแร็กเตอร์แปลกอยู่แล้วยิ่งแปลกเข้าไปอีก เพราะร้านหนังสือในบ้านเราส่วนใหญ่แล้วเขาจะเลี้ยงพวกแมวๆ กัน  

“ข้าจะเรียกพวกเอ็งว่า ไอ้บ้าน ไอ้เหนือ ก็แล้วกัน” ผมจัดการตั้งชื่อลูกหมาโดยให้พ้องกับชื่อร้านหนังสือบ้านเหนือฯ นั่นเอง  หากแต่เรียกชื่อมันได้ไม่กี่ครั้งก็บังเอิญว่าวันนั้นป้าติ๋ม สุมาลี วงษ์สวรรค์ หรือมาดามวารินชำราบ ภรรยาของ ’รงค์ วงษ์สวรรค์ ได้มาเยี่ยมที่บ้าน ช่วงหนึ่งที่เราพูดคุยถึงลูกหมา ป้าติ๋มเลยขอตั้งชื่อให้มันใหม่ว่า เจ้าบ้านเหนือ กับ เจ้าบ้านใต้  ป้าติ๋มบอกว่ามันให้ความหมายชัดเจนกว่า ผมเห็นดีเห็นงามและคิดว่าเป็นเกียรติเป็นศรีกับเจ้าลูกหมาแล้วที่มีผู้ใหญ่ซึ่งเราเคารพมาตั้งชื่อให้ นับจากวันนั้นผมก็มักเรียกพวกมันด้วยชื่อเล่นเพียงสั้นๆ ว่า ไอ้เหนือไอ้ใต้

เหนือ ใต้ เป็นเด็กที่ไม่ดื้อไม่ซนมาก เติบโตในบ้านหลังเล็กสองชั้นบนตีนดอยซึ่งถูกดัดแปลงให้เป็นร้านหนังสือและร้านกาแฟ กับเนื้อที่ร่วม 4 ไร่ เป็นสวนลำไยแบบไม่หวังผล ไม่มีรั้วบ้าน ส่วนเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้ๆ พวกเขาต่างก็มีรั้วรอบขอบชิด ผมจึงปล่อยเจ้าสองตัวอย่างเต็มที่ เลี้ยงแบบหมาบ้านๆ พันธุ์พื้นเมืองทั่วไป พวกมันมีพื้นที่ให้วิ่งเล่นอย่างสนุก ใช้ชีวิตอิสระเสรีแบบหมาๆ กันตั้งแต่นั้น

หากแต่ด้วยความที่ไม่มีพ่อไม่มีแม่คอยบอกสอน ทั้งยังไม่มีหมาจรจัดผู้ใหญ่ในละแวกหมู่บ้านมาช่วยฝึกทักษะหมาๆ ด้านต่างๆ ให้ ไอ้เหนือไอ้ใต้จึงต้องเรียนรู้ทุกสิ่งอย่างด้วยสัญชาตญาณของพวกมันเอง แต่ด้วยมันเป็นลูกหมาพันทาง จึงไม่ค่อยมีความฉลาดอยู่ในสายเลือดเท่าไหร่นัก พฤติกรรมหลายอย่างจึงแตกต่างจากหมาทั่วไป อย่างเช่นมีอยู่สองครั้งงูเลื้อยผ่านเข้ามาในบริเวณบ้าน ไอ้ลูกหมาทั้งสองกลับนอนเฉย จนงูเลื้อยผ่านพวกมันที่กำลังนอนเล่นอยู่มันถึงได้ยกคอขึ้นมาดู แล้วทำหน้างงๆ ประมาณว่า ไอ้ตัวยาวๆ นี่มันเป็นแมลงประหลาดมาจากไหนวะ เดินเฉียดหัวกูอยู่ได้.. แล้วพวกมันก็ล้มตัวลงนอนต่อ ยังดีที่งูมารยาทดี ไม่แอบกัดหัวเจ้าหมาบื้อทั้งสองตัวนั่น  

กับคางคกก็เช่นกัน พวกมันคงเห็นเจ้าสัตว์ผิวตะปุ่มตะป่ำกระโดดแหย็งๆ เป็นตุ๊กตาน่ารักจึงเผลอไปเล่นด้วยอยู่บ่อยๆ และแทบทุกครั้งไอ้ลูกหมาซึ่งไม่รู้อีโหน่อีเหน่ก็จะโดนพิษคางคกเฒ่าเป่าใส่ให้จนหน้าปูดตาบวม  และอีกครั้ง ตอนที่มันเห็นลูกขนุนวางอยู่หน้าบ้าน ไอ้เหนือไอ้ใต้ก็กระโจนเข้าใส่หมายจะเล่นกับเจ้าสัตว์ต่างสปีชีส์หน้าตาพิลึกนี้ หนามขนุนเลยทิ่มปากทิ่มหน้าเข้าอย่างจัง แล้วพวกมันก็ถอยกรูดออกมาเห่าอย่างเอาเป็นเอาตาย

อีกอย่างคือ ความที่พวกมันเป็นหมาเด็กผู้ชาย การทะเลาะต่อยตีกันเองจึงมีอยู่ตลอดเวลา แม้ผมจะเข้าใจว่าเป็นวิถีของเด็กผู้ชาย แต่ก็เกินไป บางวันมันกัดกันแล้วกัดกันอีก กัดเอาจริง เลือดสาดกระจาย หูหัวเหวอะหวะ ยางตายออกเปรอะเลอะทั้งตัว นี่ขนาดผมไปแยกพวกมันแล้วนะ แต่แยกแล้วก็ยังไม่หยุด ซ้ำยังโดนเขี้ยวโดนเล็บของพวกมันเล่นงานเข้าให้ หลายครั้งเลยมีน้ำโห หันไปหาดุ้นฟืนไม้ลำไยฟาดทั้งสองตัว แต่พวกมันไม่ยอมหลุดจากกันง่ายๆ  ‘เด็กบ้าอะไรสู้กันได้ขนาดนี้’ ผมคิด แล้วให้โมโหขึ้นไปอีกที่มันไม่ยอมฟัง ผมจึงฟาดหนักกว่าเดิม แล้วเสี่ยงรวบขาไอ้เหนือกระชากไปอีกทาง ขาข้างหนึ่งของผมเหยียบกดลงไปที่คอไอ้ใต้ทันที ไอ้ใต้สะบัดดิ้นหมายจะให้หลุด ผมก็กดน้ำหนักลงไปอีก ไอ้เหนือก็พยายามกระโจนเข้าใส่ไอ้ใต้แต่ถูกผมเอาดุ้นฟืนดันเอาไว้ ยื้อกันอยู่อย่างนี้จนอ่อนแรงทั้งหมาทั้งคน อารมณ์บ้าระห่ำจึงค่อยๆ สงบลง จากนั้นก็นั่งหอบแฮกๆ นอนเลียแผลของใครของมัน ผมเฝ้าอยู่ใกล้ๆ เพราะเผลอไม่ได้ มันอาจฟัดกันอีกยกได้เสมอ

 

มองดูสภาพหมาเด็กสองตัวแล้วนึกถึงคำแนะนำของนักเลี้ยงหมาหลายๆ คน บางคนบอก- ปล่อยมันกัดกันไปเลย หมามันกำลังใช้วิธีเลือกหัวหน้าฝูงอยู่น่ะ.. บางคนบอก- อย่าปล่อยให้หมากัดกัน มันจะติดเป็นนิสัย เห็นใครมามันก็จะไล่กัดดะไปหมด.. บางคนบอก- มันคงหยอกกันเล่น เขี้ยวมันงอก เลยลับเขี้ยวกันเป็นธรรมดา.. บางคนบอกอย่างมีอารมณ์- พวกหมาๆ อยู่ด้วยกันก็กัดกันไปเรื่อย อีกหน่อยโตขึ้นก็หนีไปติดสัด แย่งตัวเมียกันอีก หมาตัวผู้ก็มีแค่นี้!.. ฯลฯ

เป็นอันว่า เรื่องหมาๆ ของไอ้เหนือไอ้ใต้ก็ยังไม่จบ สัปดาห์หน้ามาฟังช่วงมันโตเป็นหนุ่ม กันอีกสักตอนนะครับ  

…………………………….

บทความ : ประยูร หงษาธร