• GEN Facebook
    Facebook Pagelike Widget

เลาะ บ้าน ผ่าน เวียง คำตอบที่อยู่ในใจ (เมื่อผมเลี้ยงหมา ตอนจบ)

เคยมีคนบอกว่า หมาเป็นยังไง เจ้าของหมาก็เป็นยังงั้น

เคยมีคนบอกอีกเช่นกันว่า เจ้าของหมาเป็นยังไง หมาก็เป็นยังงั้น

สองบรรทัดข้างบนนั้นแขวนเอาไว้เช่นเดิม ยังไม่ต้องถกเถียงหาคำตอบ “เลาะ บ้าน ผ่าน เวียง” สัปดาห์นี้ ขอเล่าเรื่องหมาหมาเป็นตอนจบก็แล้วกัน..แฮ่

    ไอ้เหนือไอ้ใต้ค่อยๆ เติบโตขึ้นตามประสาหมา กินด้วยกัน เล่นด้วยกัน นอนด้วยกัน ขี้เกียจด้วยกัน  และก็กัดกันเองอย่างที่เล่าให้ฟังเมื่อตอนก่อนนั่นแหละครับ แต่ความเป็นพี่น้อง ความเป็นฝาแฝด และความเป็นเพื่อน ถูกมัดรวบเข้าไว้ด้วยกันอย่างแน่นเหนียวจากสิ่งที่พวกมันเล่น สิ่งที่พวกมันกระทำ กลายเป็นการเรียนรู้ทักษะชีวิตด้านต่างๆ อย่างมีความหมาย กระทั่งสัญชาตญาณหมาๆ เริ่มทำงานได้อย่างเป็นธรรมชาติเยี่ยงเดียวกับสัตว์ทั่วไป  

ขณะเดียวกัน นิสัยของพวกมันก็ค่อยๆ แสดงความต่างให้เห็นเด่นชัดมากขึ้น ไอ้เหนือนั้น ช่างเป็นการโยนชื่อให้ถูกตัวอย่างยิ่ง มันมีนิสัยเย่อหยิ่ง ซุกซน อวดดื้อ วางท่า ชอบวางตัวเหนือกว่าและข่มไอ้ใต้อยู่เรื่อย (แม้ว่าการกัดฟัดกันจนเลือดตกยางออกแทบทุกวัน จะยังไม่รู้ผลแพ้ชนะขั้นเด็ดขาดก็ตาม) แต่พอออกนอกบ้านคราวใด เจอฝูงหมาอื่นนี่หางลู่จุกตูด ไม่เหลือทีท่านักเลงโตเหมือนตอนเบ่งใส่คู่แฝดของมันเลยสักนิด  ส่วนไอ้ใต้ สรีระของมันจะตุ้ยตันกว่าไอ้เหนือ ชอบกิน ยามกินก็แบะขาลงนอน ทำตัวอย่างกับหมาอ้วน บุคลิกเซื่องๆ ซึมๆ หงิมๆ ดื้อเงียบ อารมณ์อ่อนไหวและซกมก ดูเป็นหมาอินดี้ ยอมให้ไอ้เหนือข่มเล่นอยู่เรื่อย แต่กับหมาฝูงอื่นนี่มันสู้ไม่ถอย หลายครั้งที่ไอ้ใต้ถูกไอ้เหนือตอแยจนมันทนรำคาญไม่ไหว ก็จะสวนกลับด้วยหมัดหนักๆ แล้วก็ตามด้วยการตะลุมบอนกัน พอดูท่าว่าไม่เลิกกันง่ายๆ ผมก็จะหาไม้ไล่ฟาดทั้งสองตัวเพื่อแยกพวกมัน หอบแฮกๆ กันอีกทั้งคนทั้งหมา

วันไหนที่มีแขกมาบ้านพวกมันก็จะยืนมองอย่างงงๆ อยากเข้าไปเล่นด้วยแต่ก็กล้าๆ กลัวๆ สงสัยยังขยาด นึกว่ามนุษย์แปลกกลิ่นจะพ่นพิษใส่พวกมันเหมือนดั่งคางคกชราตัวที่กบดานอยู่ตามหลุมดินนั่น แต่ถ้าแขกคนไหนเป็นมนุษย์แบบนุ่งกระโปรง อวดขาขาวๆ น่องเรียวๆ แต่งหน้าสวยๆ ปากแดงๆ กลิ่นตัวหอมๆ เดินเข้ามาในบ้าน พวกมันก็จะเริ่มกระดิกหางแล้วค่อยๆ วิ่งเข้าใส่ ไม่ว่าแขกคนนั้นจะชอบไอ้สัตว์หน้าขนหรือไม่ก็ปฏิเสธไม่ทันการณ์เสียแล้ว เพราะทั้งไอ้เหนือไอ้ใต้ได้ล้อมเอาไว้หมด พวกมันจะคลอเคลียพันแข้งพันขา และดม..ดม..ดม.. ซึ่งผู้หญิงส่วนใหญ่ก็มักเล่นด้วย บางคนนั่งลงลูบหัวลูบหาง บางคนปล่อยให้หมาน้อยสองตัวเลียมือเลียเท้าได้ตามใจชอบ พอผมจะเดินเข้าไปไล่ คนที่ถูกพวกมันรุมดมกลับบอกเป็นทำนองคล้ายกันแทบทั้งนั้นว่า- “ไม่เป็นไรค่ะ ที่บ้านก็เลี้ยงหมา สงสัยพวกมันได้กลิ่นเจ้าสี่ขาที่บ้าน..”  ทีนี้แหละ ราวกับว่าไอ้สัตว์หน้าขนสองตัวฟังภาษาคนรู้เรื่อง พวกมันจึงทำทีเหมือนหัวเราะเยาะผม ทั้งยังแลบลิ้นใส่อย่างเบิกบานใจ ก่อนทิ้งตัวลงนอนแผ่หราให้สาวๆ เกาคางเกาพุงเล่น มีความสุขกันเหลือเกิน เมื่อมีลักษณะเช่นนี้บ่อยเข้าพวกมันก็ติดเป็นนิสัย ในคราวต่อไปพอเห็นว่าแขกที่เดินเข้ามาเป็นเพศเมียอีก พวกมันเป็นต้องวิ่งเข้าไปคลอเคลียดมแข้งดมขาทุกรายไป แต่หากเป็นมนุษย์เพศผู้กลับไม่ค่อยถูกกลิ่นเท่าไหร่นัก

ภาพเช่นนี้ แม้ผมนึกหมั่นไส้เจ้าสัตว์เลี้ยงของตัวเองอยู่บ้าง แต่ลึกๆ แล้วรู้สึกมีความสุขรื่นรมย์ไปกับพวกมัน บางครั้งถึงขนาดว่าอยากแปลงร่างเป็นหมาแทนไอ้สองตัวนี้เสียจริงๆ (ฮรี่ๆ)

นั่นแหละครับ ตลอดระยะเวลาหนึ่งปี ภายใต้ร้านหนังสือและร่องสวนลำไยบนตีนเขา ไอ้บ้านเหนือไอ้บ้านใต้ก็มีชีวิตหมาๆ ของพวกมันเช่นนี้ จวบจนผมจำต้องย้ายบ้านด้วยเหตุจำเป็น โดยโจทย์แรกในการหาที่อยู่ใหม่ก็คือต้องมีบริเวณให้เจ้าสองตัววิ่งเล่น กระทั่งได้มาเจอเฮือนชมออน เป็นบ้านสองชั้น มีลานหญ้าสีเชียวสวยงาม และเนื้อที่เกือบไร่ อยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ไม่ไกลจากตัวอำเภอสันป่าตองมากนัก สงบและค่อนข้างเป็นระเบียบเรียบร้อย ทั้งหมู่บ้านแทบไม่มีฝูงหมาจรจัด ที่เห็นเลี้ยงๆ กันก็เป็นพวกหมาพันธุ์เล็กๆ น่ารักๆ มีวงจรชีวิตอยู่แต่ภายในรั้วบ้าน ครั้นพอไอ้เหนือไอ้ใต้อพยพเข้ามาในหมู่บ้านจึงสร้างความตื่นตระหนกให้ผู้คนพอสมควร โดยเฉพาะเพื่อนบ้านที่เลี้ยงไก่ชน..ซึ่งก็เลี้ยงกันแทบทุกหลังคาเรือน และไอ้เหนือไอ้ใต้ก็ฉลองวันแรกในการย้ายบ้านใหม่ของพวกมันด้วยการมุดรั้วบ้านคนอื่นไปคาบลูกไก่ชนมาหยอกเล่นโดยละม่อม พอมีเหตุการณ์สุดเซอร์ไพรส์เช่นนี้ อาการตื่นตระหนกของเพื่อนบ้านจึงย้ายฝั่งมาอยู่ที่ตัวผมแทน ยิ่งได้รู้ว่าค่าตัวลูกไก่ชนย่านนี้ราคาสูงลิบลิ่ว ผมก็ยิ่งตื่นตระหนกดับเบิ้ลลิบลิ่ว..!

ไม่ให้ตื่นตระหนกถึงขั้นลิบลิ่วได้อย่างไร ในเมื่อมีชาวบ้านผู้หวังดีมาแอบกระซิบให้รู้ว่า เคยมีหมาถูกวางยาเบื่อเพราะไปตอแยกับบรรดาไก่ชนของเหล่าเซียนไก่ทั้งหลายมาแล้วนักต่อนัก.. พอได้ยินเรื่องทำนองนี้ ภาพไอ้เขี้ยวเงินนอนตายน้ำลายฟูมปากก็ลอยมาให้เห็นอยู่ตรงหน้าจนรู้สึกพรั่นพรึง..!!  

ผมรีบจัดการสั่งสอนไอ้เหนือไอ้ใต้อย่างไม่ละม่อม แล้วก็รู้สึกเกรงใจชาวบ้านชาวช่องและชาวเซียนไก่ชนเป็นอย่างยิ่ง จึงไปหาซื้อปลอกคอและโซ่เอามาไว้ล่ามเจ้าสองตัว แม้รู้สึกไม่ดีกับการที่ต้องจำกัดอิสระภาพของพวกมัน แต่จำเป็นต้องฝึกให้ได้เรียนรู้และปรับตัวกับการอยู่ในชุมชนใหม่ ปลอกคอหนังและโซ่เส้นขนาดซี่ล้อจักรยานยาวร่วมสามเมตรจึงถูกสวมคอหมาและล่ามไว้กับเสาบ้าน  ตอนแรกเจ้าสองตัวงงๆ แต่พอรู้ว่านี่คือโซ่เหล็กแห่งพันธนาการพวกมันจึงต่อต้านสุดฤทธิ์ ดิ้นสะบัดและร้องห่มร้องไห้เสียงดัง ครั้นไม่อาจทนเห็นมันทรมานก็หันหลังให้ ปรากฏว่าเผลอหน่อยเดียวทั้งไอ้เหนือไอ้ใต้ก็ดิ้นสุดแรงเกิดจนห่วงโซ่ง้างออกจากกัน พวกมันหลุดพ้นจากพันธนาการในทันที

ผมทำใจแข็งไม่ยอมแพ้ง่ายๆ มันหลุดได้ก็จับมาล่ามใหม่ได้ แล้วมันก็ดิ้นจนโซ่ขาด วันต่อมาเปลี่ยนขนาดโซ่ให้ใหญ่ขึ้นมันก็ดิ้นจนปลอกคอกระจุย ซึ่งคอมันก็แทบหักเช่นกัน พอเป็นอีหรอบนี้ผมจึงยอมใจอ่อน ปล่อยวิญญาณอิสระคืนให้พวกมันเหมือนเดิม พร้อมกับได้คิดว่าอิสระเสรีภาพนั้นมีความหมายและสำคัญต่อสิ่งมีชีวิตเพียงใด หากกระนั้น เราก็ต้องหมั่นสอดส่องดูแลความมีอิสระไม่ให้เลยเถิด และล่วงละเมิดคนอื่น (รวมทั้งลูกไก่ชนคนอื่นด้วย) มิเช่นนั้น เราอาจต้องชดใช้บางสิ่งบางอย่างในชีวิตของเราด้วยราคาที่แสนแพงก็อาจเป็นได้

..ทุกวันนี้ ไอ้บ้านเหนือ ไอ้บ้านใต้ หลังจากที่เจ้าของปล่อยให้ใช้ชีวิตสำเริงสำราญอยู่เกือบปี ตอนนี้ถูกจับทำหมันเรียบร้อย ไม่ดื้อไม่ซน และไม่พิศวาสพวกลูกไก่แล้ว ตอนเช้าตอนเย็นเจ้าของจะพาวิ่งออกไปดูทุ่งนาด้วยกัน กลับมากินอาหาร แล้วพวกมันก็นอนยาวไปทั้งวัน ขี้เกียจยิ่งกว่าบรรดาแมวๆ เสียอีก แต่ในระหว่างนอนๆ กลิ้งๆ เฝ้ากองหนังสืออยู่หน้าบ้าน เจ้าของก็พอเดาออกจากแววตาของพวกมัน ว่าต่างเฝ้ารอมือนุ่มๆ ของสาวๆ ผ่านมาลูบหัวเกาพุงให้ เหมือนที่เคยเป็นมาอยู่เงียบๆ..

เอาล่ะครับ ท้ายที่สุดแล้ว ผมเองก็บอกไม่ได้ว่า หมากับเจ้าของ เหมือนหรือต่างกันยังไง คนที่เลี้ยงพวกมันนั่นแหละ จะรู้ดีว่าคำตอบอยู่ที่หัวใจของคุณ โดยมิพักต้องไปหาอ่านจากงานวิจัยใด

ขอบคุณที่ติดตามเรื่องหมาๆ ของผมนะครับ  โฮ่ง..โฮ่ง..

………………………………….

อ่าน เมื่อผมเลี้ยงหมา ตอนที่ 1 ได้ที่ http://genonline.co/2018/10/02/first-dog/

อ่าน เมื่อผมเลี้ยงหมา ตอนที่ 2 ได้ที่ http://genonline.co/2018/10/09/first-dog-2/

…………………………….

บทความ : ประยูร หงษาธร

Illustrator : Aonnta Boonnam